วันนี้ เวลา 02:19 • ปรัชญา
เรื่องราว ที่ว่า จิตของเรา เป็นจิตน้อยๆ อาศัยอยู่ในเรือนกายมนุษย์ . อารมณ์ปรุงแต่ง อารมณ์นึกคิด อารมณ์นั้นให้ความรู้สึกนึกคิด มันมีทั่งดี และไม่ดี เรื่องตา สมมุติ ว่า เราไปมอง เห็นแล้ว มันก็มีอารมณ์นึกคิด จิตเราก็ไหบไปตาม ยึดไปตามอารมณ์นึกคิด ที่เกิดขึ้น . จิตที่ไหล ไปยึดอารมณ์นึกคิด นั้น เค้าเรียกว่า จิตเรานั้นขาดสติ .เป็นปกติของปุถุชนผู้ที่มีกรรม หนุนนำ ให้จิตนั่นยึดอารมณ์นึกคิด ทำไปตามอารมณ์นึกคิด .เข่นมีความไม่พอใจ โมโห กิริยากายวาจาใจ ก็แสดงไปตามตัวโมโห ที่เกิดขึ้น
เรื่องราวของอารมณ์นึกคิด ที่เกิดขึ้น มันก็ทำให้กายมีการเปลี่ยนแปลง ไปตามอารมณ์ที่เกิดขึ้น ขันธ์ห้าก็ เปลื่ยนแปลงไม่คงที่ เค้าจึงแนะนำ ให้ฝึกหัด ให้จิตนั้น มีสติรู้จักเท่าทันอารมณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบัน . ปัจจุบัน .เข่น หายใจเข้า พอหายใจออก หายใจยาว หายใจสั้น เราก็ฝึกให้ติตมีสติ อยู่กับลมหายใจ แต่พอ อารมณ์นึกคิด เกิดขึ้นมา . ลมหายใจ ที่รับรู้ ได้ มันหายไปไหน จิตกับสติ ไม่อยู่ที่บมหายใจแล้ว จิตไปยึดอารมณ์นึกคิดที่ปรุงแต่งจนเคยชิน
คาวรนี้ ความคิด นั้นมีทั้งดี แบะไม่ดี เค้าก็ฝึก จิตให้มีสติอยู่กับลมให้ใจ ให้รู้สึกตัว เหมือนว่า สติอยู่ที่ปลายจมูก ตั้งอยู่ตรงไหน ไม่หนีไปไหน ดูลมที่เข้าออก หายใจออก หายใจเข้า สั้นยาว การฝึกนั้น มันต้องมีขันติ อดทน อยู่ที่ลมเข้าออก หากจิตไม่แข็งแรง อ่อนแอ ทำไม่ได้เลย ที่จะรักสติ อยู่รู้จักอยู่ที่ลมเข้าออก หากเราทำได้ เราก็จะมีสติ มีจิตที่เข้มแข็ง ยับยั้งอารมณ์ได้
แล้วก็เรื่องสติสัมปชัญญะ มันก็ช่วยเจิต ..ที่เราต้องเจอะเจอ เกี่ยวข้อง สัมผัส อารมณ์คนนั้นคนนี้ มีพอใจไม่พอใจ .หากจิตเราเข้มแข็ง อารมณ์พวกนี้ ก็ตะไม่ค่อยเกิด จิตมันจะเฉยๆ กายเราก็เป็นสุข จิตก็เป็นสุข คิดอะไรก็ชัเจน .ทำกาทำงาน ก็เสร็จเร็ว อารมณสับสนวุ่นวายใจมันไม่เกิดขึ้น
เรื่องของการฝึกให้มีสติสัมปชัญญะ การเดินจงกรม นั้นช่วยได้มาก
โฆษณา