14 มิ.ย. 2022 เวลา 04:27 • หนังสือ
#70 CWG. 4️⃣ — บทที่ 1️⃣8️⃣ (ตอนที่ 3) : ปัญหาไม่ใช่เรื่องของการขาดสิ่งจำเป็นขั้นพื้นฐาน แต่เป็นเรื่องของการไม่สนใจต่างหาก
▪️ผู้แปล : แอดมิน
{🔸ซึ่งผมอาจนำคำแปลบางส่วน ของคุณซิม จากเพจ Books for Life มาใช้ด้วยครับ ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ที่ทำให้งานแปลมันสมบูรณ์ขึ้นครับ 🙏 นี่เป็นงานแปลที่ผมตั้งใจแปลมาก ๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วยครับ🔸}
Q : Really? What about something as simple as water? As I mentioned earlier, a huge percentage of humans to this very day has no access to clean water.
นีล : จริงหรือครับ❓ แล้วสิ่งธรรมดาสามัญอย่างน้ำล่ะครับ❓ เหมือนที่ผมเคยบอกไว้ก่อนหน้า มีมนุษย์จำนวนมหาศาลจนถึงทุกวันนี้ที่ไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดได้
A : That is not a problem of lack of water, but lack of will. There are not enough people among your species who care about making clean water available to those who have no immediate access to it. If there were, this would not be a problem.
พระเจ้า : ปัญหาไม่ใช่เรื่องของการขาดน้ำ แต่เป็นเรื่องของการขาดเจตจำนงต่างหาก มีคนจำนวนไม่มากพอในเผ่าพันธุ์ของเธอที่ใส่ใจเกี่ยวกับการจัดหาน้ำสะอาดให้กับผู้ที่ไม่สามารถเข้าถึงมันได้ในทันที เพราะหากมีคนใส่ใจมากพอ เรื่องนี้ก็คงไม่ใช่ปัญหา
.
Q : You're right, of course. The World Resources Institute reports on its website that “armed with the right information, countries facing extremely high stress can implement management and conservation strategies to secure their water supplies.”
นีล : ถูกต้องที่สุดเลยครับ สถาบันทรัพยากรโลกยังรายงานไว้บนเว็บไซต์ด้วยว่า “ด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ประเทศใดก็ตามที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล จะมีวิธีในการบริหารจัดการและยุทธศาสตร์ในการอนุรักษ์และจัดหาแหล่งน้ำให้กับประชากรของตน”
Unfortunately, a country at the bottom of the economic scale may not have that capacity. So it would be up to the richer nations of the world to help make this happen.
น่าเสียดาย ที่ประเทศที่มีสถานะทางเศรษฐกิจอยู่ในระดับล่างสุดอาจไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะทำแบบนั้น ดังนั้น มันจึงขึ้นอยู่กับประเทศที่ร่ำรวยกว่าของโลกที่จะช่วยให้สิ่งนี้บังเกิดขึ้น
A : Yes, it’s simply a matter of a civilization sharing. I assure you, there needs to be no place on Earth where people cannot have access to clean, pure water—and whatever else is needed to “make life work”—if the people of Earth simply cared enough about each other.
พระเจ้า : ถูกต้อง มันเป็นเพียงแค่เรื่องของวัฒนธรรม (คติความเชื่อ) ในเรื่องของการแบ่งปันและการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ฉันขอรับรองกับเธอได้เลยว่า จะไม่มีที่ใดๆบนโลกใบนี้ที่ผู้คนไม่สามารถเข้าถึงน้ำสะอาดบริสุทธิ์ —รวมถึงสิ่งอื่นใดที่จำเป็นในการ “มีชีวิตที่ดี”— ถ้าผู้คนบนโลกเพียงแค่ใส่ใจและห่วงใยกันและกันให้มากพอ
But it must be remembered that, as you pointed out earlier, we are talking about a species which lets over 650 of its own children die of starvation every hour.
แต่จะต้องจำไว้ว่า ดังที่เธอได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เรากำลังพูดถึงเผ่าพันธุ์ที่ยอมปล่อยให้เด็กๆจำนวนมากกว่า 650 คน ต้องอดตายเพราะขาดอาหารในทุกๆชั่วโมง
.
Q : Yes, we are a primitive species, for sure. Our actions—or lack of actions—demonstrate that.
นีล : ครับ มั่นใจได้เลยว่าพวกเรายังเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยังล้าหลังและป่าเถื่อนอยู่ การกระทำ —หรือการขาดการกระทำ— ของพวกเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเราเป็นแบบนั้น
A : Primitive or not, Earth’s people shouldn’t die from insufficient food, for goodness sake. Of all things, on a planet where you will scrape off enough food from the plates of diners tonight in restaurants from Paris to Los Angeles to Tokyo than would be needed to feed a small village in some areas of your world for a week, no child needs to starve to death.
พระเจ้า : ในนามแห่งความดี ไม่ว่าพวกเธอจะยังล้าหลังและป่าเถื่อนอยู่หรือไม่ก็ตาม ประชากรโลกก็ไม่สมควรที่จะต้องอดตายเพราะการขาดอาหาร ให้ตายเถอะ
และเหนือสิ่งอื่นใด จะไม่มีเด็กคนใดบนดาวเคราะห์ดวงนี้ต้องอดตาย หากพวกเธอแบ่งปันอาหารแค่เพียงเล็กน้อยออกจากจานอาหารมื้อค่ำ (แทนที่จะเหลือทิ้ง) ในร้านอาหารจากปารีส ไปลอสแองเจลิส จนถึงโตเกียวเพียงแค่คืนเดียว อาหารที่ได้จะมีปริมาณมากพอในการเลี้ยงดูหมู่บ้านเล็กๆในบางพื้นที่บนโลกของเธอได้เป็นสัปดาห์
(มีต่อ)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา