ทำอย่างไรให้อ่านหนังสือได้มากขึ้น
2
ใครที่กำลังมองหาวิธีที่ทำให้ตัวเองอ่านหนังสือได้เยอะขึ้น ลองทำตามคำแนะนำ จาก Neil Pasricha นักเขียนชาวแคนาดา ผู้เขียนหนังสือ I am awesome หนังสือ Best Seller ได้เขียนแชร์วิธีการอ่านหนังสือไว้ใน Harvard Business Review
4
1. เปลี่ยนบ้านให้เป็นห้องสมุด
กลอนที่ Roald Dahl (ผู้เขียนหนังสือเด็กอันโด่งดังในช่วงสงครามโลกครั้งที่2 และเป็นหนังสือขายดีไปทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน ) พูดถึงการอ่านหนังสือของเด็กๆ ที่ลดลงทุกวันเพราะมีทีวีเข้ามาแทนที่ว่า ‘ทีวี น่ะเหรอ ขอร้องล่ะ ถือซะว่าขอล่ะ ทิ้งมันไปซะแล้วแทนที่มันด้วยชั้นหนังสือเถอะ’
4
และประโยคนี้เองที่ทำให้ Neil ตัดสินใจยกทีวีออกไปจากห้องนั่งเล่นและแทนที่ด้วยชั้นหนังสือ ซึ่งทำให้เค้าอ่านหนังสือได้มากขึ้น 50 เล่มเลยทีเดียว แต่เราก็ไม่ต้องหักดิบถึงขนาดนั้นครับ ลองเริ่มด้วยการยกทีวีออกจากห้องนอนเราและปิดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์แค่นี้ก็จะช่วยให้เราอ่านหนังสือได้มากขึ้นแล้ว
3
2. ตั้งปณิธานบนโซเชียลมีเดีย
หนังสือของ Robert Cialdini ชื่อ ‘The Psychology of Persuasion’ บอกไว้ว่าตามหลักจิตวิทยาคนเราจะได้รับแรงกระตุ้นจากการแข่งขันและการวางเดิมพันเพื่อให้ไปถึงจุดหมายที่ตั้งไว้ ลองชวนเพื่อนๆ ที่ชอบอ่านหนังสือด้วยกันมาตั้งเป้าหมายว่าปีนี้เราจะอ่านหนังสือให้ได้กี่เล่มต่อปี ถ้าใครอ่านได้มากที่สุดก็ได้รางวัลไปและโพสไว้บนโซเชียลมีเดียเพื่อให้เกิดการแข่งขันกันแบบนี้ก็เป็นแรงกระตุ้นที่ดีอย่างนึง
3
3. หารายชื่อหนังสือน่าอ่าน
ทุกวันนี้หนังสือออกใหม่เยอะมากๆ ซึ่งหนังสือที่ออกใหม่มีตั้ง 50,000 เล่มต่อปีทั่วโลก แล้วเราจะเลือกอ่านเล่มไหนละทีนี้ ให้ลองหาอ่านรีวิวหนังสือในหมวดขายดี หรือ เว็บไซด์ต่างๆ ที่แนะนำหนังสือว่าเล่มไหนมีเนื้อหาอย่างไรเผื่อจะถูกจริตการอ่านของเรา รวมไปถึงลองหาหนังสืออ่านตามไอดอลของเรา เช่น อ่านหนังสือที่ Bill Gates อ่าน หรือ นักแสดงที่เราชื่นชอบเค้าอ่านหนังสืออะไรบ้าง เราก็ลองหาอ่านตามเพื่อสร้างแรงจูงใจในการอ่านได้อีกทาง
2
4. เริ่มอ่านแล้วอย่าล้มเลิกกลางคัน
การหยุดอ่านกลางคันก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ถ้าหนังสือที่เราเลือกมาตอนแรกคิดว่าดูน่าอ่าน น่าสนุกจัง แต่สุดท้ายอ่านไปได้แค่หน้าเดียว หรือบทเดียวก็เบื่อซะแล้ว แก้ปัญหานี้ด้วยการทดลองอ่านที่ร้านหนังสือสักห้าหน้า เพื่อดูว่าเราชอบสำนวนที่เค้าเขียน ความคิดที่เค้านำเสนอ และที่สำคัญจะทำให้เราอ่านจนจบเล่มได้จริงๆ
5
นอกจากนั้น การอ่านหนังสือแล้วเลิกอ่านกลางคันง่ายๆ ถ้าเราทำบ่อยๆ จะติดเป็นนิสัยและทำให้ความพยายามจะอ่านให้จบเล่มของเรา ลดหายไปเรื่อยๆ
2
ถ้าเหนื่อยกับการอ่านเล่มไหน เราพักสลับไปอ่านเล่มอื่นได้ เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็กลับมาอ่านต่อ
4
อ่านเล่มไหนแล้วอย่าเลิกง่ายๆ นะครับ มันจะทำให้เราเสียนิสัยครับ
5. ยกเลิกการสมัครสมาชิก
การสมัครสมาชิกเพื่ออ่านข่าวสารหรือนิตยสารเมืองนอกแบบอ่านออนไลน์นั้น บ้านเรายังไม่ค่อยนิยมกันมาก แต่ถ้าใครมีแล้วอยากลองยกเลิกดูซักปีเพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายก็น่าลองนะครับ เพราะ Neil ได้ทดลองแล้วว่าประหยัดไปได้ประมาณ 15,000 บาทต่อปี ซึ่งสามารถซื้อหนังสือได้ 50 เล่มเลย แต่ถ้าคิดว่าวันนึงหนังสือมันจะรกบ้านเกินไปลองหาหนังสือ e-book ที่มีให้ดาวน์โหลดอ่านฟรีดูครับพวกเว็บไซด์ห้องสมุดใหญ่ ทั้งของไทยและต่างประเทศตอนนี้เราสามารถเข้าไปอ่านได้ฟรีเยอะมาก
1
6. เปลี่ยนเล่มหนังสือบนชั้นวางบ่อยๆ
ใครที่มีชั้นหนังสือเอาไว้แค่ตกแต่งห้องหรือเต็มไปด้วยหนังสือกองดองที่ยังไม่เคยคิดจะหยิบออกมาอ่าน ให้เดินไปดูหนังสือเหล่านั้นแล้วหยิบเล่มที่คิดว่าซื้อมาแล้วตอนนี้ไม่อยากอ่านแล้ว
3
หรือ ซื้อมาซ้ำ ออกมาสักสาม สี่เล่ม แล้วเอาไปบริจาค เอาไปให้เพื่อนอ่าน แลกหนังสืออ่านกับเพื่อน หรือ เอาไปขายร้านหนังสือมือสองดูก็ได้ เพราะอย่างน้อยเล่มนั้นก็อาจจะมีประโยชน์กับคนอื่นมากกว่าอยู่กับเราก็เป็นได้ และ เราก็สามารถหาหนังสือที่เราอยากอ่านจริงๆ มาเพิ่มได้อีก เป็นแรงจูงใจที่ดีในการทำให้เราอ่านหนังสือได้มากขึ้น
3
หัวใจสำคัญคือ อย่าเก็บหนังสือที่เราไม่อยากอ่านไว้ที่บ้าน มันจะไม่มีแรงดึงดูด
6
7. อ่านหนังสือที่เป็นเล่ม
ทุกวันนี้หลายๆ คนมักเคยชินกับการอ่านทุกอย่างผ่าน smartphone และเบื่อที่จะต้องพกหนังสือหนักๆ ติดตัวไปด้วยทุกที่ ก็จะอ่านเป็นแบบ e-book กันมากขึ้น แต่ Neil อยากให้เราลองอ่านหนังสือเล่มมากกว่าเพราะอย่างน้อยเราก็ได้หยุดพักจากการจ้องหน้าจอตลอดวัน
3
และจากการวิจัยของบริษัท Voxburner พบว่า “คนอ่านหนังสือไม่ได้สนแค่เนื้อหาสาระที่อยู่ข้างใน แต่หนังสือที่เป็นรูปเล่มยังเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงสถานะ รสนิยม ของคนๆ นั้นด้วย เราไม่รู้ว่าคนที่ถือ Kindle อยู่นั้นกำลังอ่านอะไร แต่การอ่านหนังสือที่เป็นเล่มบอกได้”
1
8. พกหนังสือติดตัวตลอดเวลา
Stephen King แนะนำไว้ว่าเราควรอ่านหนังสือให้ได้วันละห้าชั่วโมงต่อวัน และนี่คือคำแนะนำที่ท้าทายมากที่สุด เพราะแต่ละวันเราใช้ไปกับการทำงานซะเป็นส่วนมาก แล้วจะเจียดเวลาไหนของวันให้อ่านได้เท่า Stephen King ละเนี่ย
4
การอ่านวันละห้าชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าอ่านยาวต่อเนื่องไม่พักเลย แต่ให้ใช้ความสม่ำเสมอ ค่อยๆ อ่านทีละนิดเริ่มต้นอาจจะวันละบทก็พอ แต่ขอให้ทำทุกวัน วันไหนอ่านได้หลายบทถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ขอให้ในแต่ละวันเปิดหนังสือขึ้นมาอ่าน แล้วจะแปลกใจว่าวันนี้เราอ่านหนังสือไปได้ห้าชั่วโมง แล้วจริงๆ
นอกเหนือจากเทคนิคที่ Neil แนะนำแล้ว ผมมีเทคนิคส่วนตัวที่อยากเพิ่มเติมให้อีกเล็กน้อยครับ
9. กำหนดเวลาอ่านให้เป็นเวลาประจำ
สมองและร่างกายของคนเราเป็นสิ่งมหัศจรรย์คือสามารถฝึกได้ และจะทำได้ดีกับสิ่งที่ถูกฝึก ถ้าเราอยากอ่านหนังสือให้ได้มาก เราก็ต้องสร้างความคุ้นเคยให้กับสมองและร่างกายว่าเราจะอ่านหนังสือทุกวัน เวลานี้
3
วิธีการคือค่อยเริ่มฝึกประจำจากเวลาสั้นๆ แล้วค่อยๆ เพิ่มเวลาเข้าไป สุดท้ายเราอาจมีเวลาประจำสำหรับการอ่านหนังสือได้มากถึง 1 ชั่วโมงต่อวันก็ได้
10. อ่านเล่มเล็กสลับเล่มใหญ่ สลับประเภทบ้างก็ดี
อ่านเล่มเล็กในช่วงที่เรามีเวลาน้อย อ่านเล่มใหญ่ในช่วงที่เราจัดสรรเวลาได้เป็นปกติ บางครั้งจะลองสลับแนวไปอ่านอีกหมวดเพื่อเป็นการพักสมอง ก็ช่วยได้เยอะ
ผมเองใช้วิธีนี้บ่อยมากและช่วยให้อ่านได้ต่อเนื่องครับ
4
ลองเอาไปทดลองใช้ดูครับ
เริ่มจากสุดสัปดาห์นี้ได้เลย
#trickofthetrade #inspiration
1

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
13K รับชม
    จักรกฤษ พูลสวัสดิ์
    ถ้าเราอ่าน เล่มนี้ยังไม่จบเเล้วย้ายไปอ่านอีกเล่ม สมองเรามันจะสับสนมั้ยครับ ส่วนตัวตอนนี้อ่านเเบบเล่มต่อเล่ม ให้จบ ยังไม่ได้ลองอ่านหลายๆเล่ม... ดูเพิ่มเติม
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      "12 กฎที่ใช้ได้ตลอดชีวิต" กับ 12 เรื่องที่เข้าใจแล้วชีวิตจะมีแต่ดีขึ้น และดีขึ้นเรื่อย ๆ กฎข้อที่ 1 ◾️ ยืนให้ตัวตรง อกผายไหล่ผึ่ง เมื่อร่างกายเศร้า คุณจะเศร้า เมื่อร่างกายสุข คุณจะสุข หากคุณไหล่ค้อมห่อ ก้มหัว ผู้คนจะโต้ตอบราวกับคุณกำลังแพ้ หากคุณยืดตัวตรงขึ้น ผู้คนจะมองคุณต่างไปเช่นกัน เรื่องนี้ชัดเจนแล้วในทางวิทยาศาสตร์ คุณใช้จิตใจกำหนดร่างกาย และร่างกายกำหนดจิตใจ และสภาพแวดล้อมรอบตัวได้ คนเราทำได้ทั้งสองทาง
      ALLY REIT รายได้โตต่อเนื่อง ปิดรายได้รวม 9 เดือน อยู่ที่ 1,167.6 ล้านบาท รวมจ่ายปันผลไปแล้ว 0.4770 บาทต่อหน่วย คิดเป็นเป็นอัตราผลตอบแทน 9% ณ ราคาปิดตลาด สิ้นไตรมาส และกองทรัสต์ยังคงมีความตั้งใจในการลงทุนในทรัพย์สินใหม่เพิ่มเติมในปีถัดๆ ไป เพื่อเพิ่มผลตอบแทนให้แก่นักลงทุน โดยทรัพย์สินที่น่าสนใจเป็นหลัก ยังคงเป็นกลุ่ม retail mall / office และอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในแง่ของ performance Location รวมถึงการพิจารณามูลค่าเข้าลงทุนที่เหมาะสมที่สุด
      หลงเขาบ่อเกลือ | คาเฟ่ริมลำธารสไตล์ Camping หลงเขา บ่อเกลือ น่าน-Lhong Khao คาเฟ่ริมลำธารสไตล์ Camping ที่อยู่ท่ามกลางขุนเขาและต้นไม้ที่เขียวขจี ซึ่งเหมาะมากๆสำหรับกลุ่มเพื่อนหรือกลุ่มครอบครัวที่จะได้มานั่งเม๊าส์นั่งชิวแบบ Slow life เสพบรรยากาศรับลมเย็นๆกัน
      • 10 Facts สนุก ๆ เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน #189
      ดูทั้งหมด