13 ก.ค. 2022 เวลา 03:34 • หนังสือ
#89 CWG. 4️⃣ — บทที่ 2️⃣2️⃣ (ตอนที่ 3) : ฉันในฐานะพระเจ้า จะไม่มีวันแทรกแซงการเลือกของเธอ
▪️ผู้แปล : แอดมิน
{🔸ซึ่งผมอาจนำคำแปลบางส่วน ของคุณซิม จากเพจ Books for Life มาใช้ด้วยครับ ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ที่ทำให้งานแปลมันสมบูรณ์ขึ้นครับ 🙏 นี่เป็นงานแปลที่ผมตั้งใจแปลมาก ๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วยครับ🔸}
Q : I hate to argue with you here, but whole groups of people have died on this planet, and it has happened more than once. Are you saying that it’s perfectly okay that this has happened, because everyone wanted to die?
นีล : ผมไม่ชอบใจเลยที่จะต้องแย้งพระองค์ในเรื่องนี้ แต่มันเคยเกิดเหตุการณ์ที่คนทั้งกลุ่มต้องตายบนโลกใบนี้นะครับ และมันก็เกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งด้วย พระองค์กำลังบอกว่า มันก็โอเคแล้วนี่ เพราะพวกเขาต้องการที่จะตายเองงั้นหรือครับ❓
1
A : I am not saying that it is “okay that it happened” the way or at the time that it did. The choice to experience any event as “okay” or “not okay” is a choice for every person who is affected in any way by any event to make. I will never tell a person that their choice is “right” or “wrong.” Their choice is their choice, and it is not for me to judge.
พระเจ้า : ฉันไม่ได้กำลังบอกว่า “โอเคกับสิ่งที่เกิดขึ้น” ในวิถีทางหรือในเวลาที่มันเกิดขึ้นหรอกนะ การเลือกที่จะมีประสบการณ์ในสถานการณ์ใดๆว่า “โอเค” หรือ “ไม่โอเค” นั้นเป็นการเลือกของทุกคนที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะในทางใดก็ตามจากเหตุการณ์นั้น ฉันจะไม่มีวันบอกใครว่าการเลือกของพวกเขานั้น “ถูก” หรือ “ผิด” การเลือกของพวกเขาก็คือการเลือกของพวกเขา นั่นไม่ใช่เรื่องที่ฉันต้องไปตัดสิน
.
Q : You don’t judge anything, actually, do you?
นีล : พระองค์ไม่ตัดสินอะไรเลยจริงๆงั้นหรือครับ❓
A : No. I know that in human terms there may be many things that would understandably be defined by humans as “not okay”—and to call them anything else might even be considered unhealthy and cruel within the context of normal and appropriate human behavior. It is by this device that you establish the fundamental values of your civilization—even if you do not all live by them.
พระเจ้า : ใช่แล้ว ฉันรู้ว่าในมุมมองของมนุษย์นั้นอาจมีหลายสิ่งที่มนุษย์เห็นว่ามัน “ไม่โอเค” —และการเรียกสิ่งที่ไม่โอเคเหล่านั้นเป็นอย่างอื่น (ไม่ยอมรับมันตามความเป็นจริง) ก็อาจสร้างอันตรายและไม่เป็นผลดีต่อพฤติกรรมของมนุษย์ในบริบทที่เรียกได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ปกติและเหมาะสม (สมควรทำ) ค่านิยมหรือการให้ความสำคัญที่เป็นรากฐานของอารยธรรมก็ถูกสร้างขึ้นด้วยวิธีการที่พวกเธอให้นิยามกับสิ่งต่างๆนั่นแหละ— แม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้ปฏิบัติตัวตามค่านิยมทั้งหมดที่พวกเธอสร้างขึ้นมาก็ตาม
But I don’t make those assessments or evaluations, because to do so would be to rob you of your freedom to create you own reality.
และฉันก็ไม่ได้ทำการประเมินหรือวัดผลค่านิยมเหล่านั้นที่พวกเธอสร้างขึ้นมา เพราะการทำเช่นนั้นจะเป็นการปล้นอิสรภาพของพวกเธอในการสร้างสรรค์ความจริงของพวกเธอเอง
What I am saying here is that no human being’s experience of what your species calls “death” can occur in violation of that person’s individual Superconscious Will. And no civilization’s experience of what your species calls total destruction can occur in violation of that civilization’s Collective Superconscious Will.
สิ่งที่ฉันกำลังบอกในที่นี้ก็คือ ประสบการณ์ที่เผ่าพันธุ์ของเธอเรียกว่า “ความตาย” นั้นไม่สามารถเกิดขึ้นกับใครได้หากเจตจำนงของจิตเหนือสำนึกของบุคคลผู้นั้นไม่ยินยอม และประสบการณ์ที่เผ่าพันธุ์ของเธอเรียกว่า “สูญพันธุ์” นั้นก็ไม่มีทางเกิดขึ้นกับอารยธรมมใดๆได้หากเจตจำนงร่วมของจิตเหนือสำนึกของทั้งอารยธรรมนั้นไม่ยินยอม
1
(มีต่อ)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา