Review Portfolio Jitta Wealth by หนีดอย
หลังผ่านไป 1 ปีพอดีกับ Jitta Wealth : ตุลาคม 2022
3
📌สำหรับบทความนี้จะเป็นบทความที่ 3 ที่ผมจะเขียนเป็นไดอารี่ รายงานการลงทุนหลังผ่านไปทุกๆ 3 เดือน แต่เนื่องจากติดธุระ (อีกแล้ว) เลยทำให้เลื่อนมาเป็นเดือนที่ 5 หลังจากออกบทความที่แล้วครับ โดยบทความนี้มาดูกันว่าหน้าตาพอร์ทที่ผมได้คัดเลือกลงทุนผ่าน Thematic DIY : ETF ของ Jitta Wealth ผลจะออกมาเป็นอย่างไรบ้าง
📌บทความ Review Portfolio Jitta Wealth by หนีดอย หลัง 3 เดือนแรก ณ มกราคม 2022 : https://www.blockdit.com/posts/61eabd3714752e55d5538877
📌บทความ Review Portfolio Jitta Wealth by หนีดอย หลัง 7 เดือนแรก ณ พฤษภาคม 2022 : https://www.blockdit.com/posts/6285b863726edb518e1f36ec
📌หากใครอยากรู้ว่า ETF คืออะไร
ผมมีบทความที่เขียนไว้ก่อนหน้านี้
"รวมจุดเด่นของหุ้นและกองทุนรวม
กับการลงทุนผ่าน ETF By หนีดอย"
📌ในการลงทุนผ่าน Jitta Wealth นั้นมีอยู่ด้วยกันหลายแบบ
ส่วนผมเลือกแบบ Thematic DIY โดยคัดมาทั้งหมด 4 ตีม (เราเลือกได้สูงสุด 5 ตีม) ประกอบด้วย
1. IXJ : ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับสุขภาพ เช่น บริษัทยา และผู้ผลิตเครื่องมือการแพทย์ ผ่านกองทุน iShares Global Healthcare ETF
2. IRBO : ลงทุนในหุ้นของบริษัททั่วโลกที่ได้ประโยชน์จากการเติบโตของนวัตกรรมหุ่นยนต์และ AI ผ่านกองทุน iShares Robotics and Artificial Intelligence Multisector ETF
1
3. FINX : ลงทุนในหุ้นของบริษัทที่เป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการเงินจากทั่วโลก ผ่านกองทุน Global X FinTech ETF
4. KGRN : ลงทุนในหุ้นของบริษัทในประเทศจีน ที่พัฒนาผลิตภัณฑ์หรือให้บริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานทางเลือก (Alternative Energy) การบริหารจัดการน้ำยั่งยืน (Sustainable Water) สิ่งปลูกสร้างประหยัดพลังงาน (Green Building) ผ่านกองทุน KraneShares MSCI China Clean Technology Index ETF
📌เหตุผลว่าทำไมเลือก 4 ตีมนี้
...ผมตั้งโจทย์ว่าการลงทุนต้องล้อไปกับ Megatrend ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ พลังงานสะอาด Fintech และ AI&Robotics แต่ก็อยากให้มีการกระจายในส่วนภูมิภาคและเชิงกลุ่มอุตสาหกรรม โดยเลือก IXJ ซึ่งเป็นกลุ่ม Defensive ซึ่งไม่ค่อยผันผวนมากนักมาพยุงพอร์ท และ ส่วนที่ซิ่งๆ ที่เต็มไปด้วยความผันผวน แต่อนาคตกลุ่มนี้คงมาแน่ๆคือ IRBO กับ FINX
...ขณะที่เลือก KGRN เพราะหลังจากขายทิ้งกองทุนจีนที่เคยถือไว้ทั้งหมดหลังจากที่ทางการจีนประกาศห้ามให้มีโรงเรียนกวดวิชาเป็นธุรกิจหวังกำไร ประกอบกับการมีมาตรการคุมเข้มหุ้นบิ๊กเทคในจีน ก็มาพิจารณาดูว่า ยังมีกลุ่มไหนอีกบ้างที่หากเรายังอยากลงทุนในจีนแล้ว ทางการจีนดูจะยังสนับสนุนอุตสาหกรรมเหล่านั้นอยู่ ไม่ถึงกับคุมเข้มงวดมากๆ ก็จะมีพลังงานสะอาด ที่พอเข้าเกณฑ์ เลยขอมีไว้เป็น 1 ใน 4 ขุนพลนี้ครับ
...ส่วนโควต้าอีกกองที่เลือกได้ตอนนี้ยังไม่มีครับ หากอนาคตมี ETF ใหม่ๆ เข้ามา หรือ ราคาบางกองย่อลงมาจนน่าสนใจ ก็อาจพิจารณาลงทุนเพิ่มอีกทีครับ
📌ผมมีทำรีวิวไว้ สำหรับ IXJ เผื่อใครสนใจอ่านเพิ่มเติม
กับ รีวิว ETF ตอนที่ 4 IXJ | by หนีดอย
2
📌สำหรับตีมอื่นๆ ผมจะทยอยเขียนบทความให้นะครับ มาดูในส่วนของพอร์ทผมต่อนะครับ โดยผมเข้าทางเวปไซต์ Jitta Wealth แล้ว Log in เข้าไปยังพอร์ทส่วนตัว ก็จะมีเมนูให้เลือก 3 หัวข้อ โดยส่วนแรกจะเป็น Overview ซึ่งจะบอกว่าตอนนี้ผลตอบแทนเป็นเท่าไหร่บ้าง มีให้เลือกตั้งแต่ 1 week, 1 month, 3 months, 6 months, 1 year, YTD และ เวลาก่อนหน้านี้ทั้งหมดที่ได้ลงทุนมา
📌ในส่วน All return = -32.51% เทียบกับ พ.ค.ที่ -30.91%
...ขณะที่ YTD return = -27.68% เทียบกับ พ.ค.ที่ -25.96%
NAV ณ กับ 17 พ.ค. 2022 = ฿6.91 กับ 2022 = ฿ 6.75
แรกเริ่มผมลงทุน 100,000 บาท และเห็นว่าราคาสินทรัพย์ปรับตัวลง
เลยทำการโอนเงินเพิ่มทุกๆเดือน เดือนละ 10,000-20,000 บาท (ตามรูปประกอบ Timeline ด้านล่าง)
สำหรับเงินทุนตั้งต้น และมูลค่าปัจจุบัน
Initial value : ฿210,000.00 ณ ตุลาคม 2022
Net asset value (as of May 17, 2022) : ฿123,301.07
Net asset value (as of Oct 28, 2022) : ฿167,083.46
📌 ส่วนถัดไปจะเป็น Asset Allocation
...โดยตอนแรกสินทรัพย์จะใกล้เคียงกันที่ราวๆ 25% ครับ ที่เริ่มลงทุน หลังจากแต่ละสินทรัพย์ปรับตัวลง โดย IXJ ปรับตัวลงน้อยสุด จึงทำให้มีสัดส่วนที่เห็นราวๆ 27% ขณะที่จีนซึ่งหลังจากท่านปธน.สี จิ้นผิง ขึ้นเป็นประธานาธิบดีจีนสมัยที่ 3 อย่างเป็นทางการ ในการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์จีนครั้งที่ 20 ช่วงตั้งแต่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้สินทรัพย์จีนปรับตัวลงมา และมีสัดส่วนต่ำสุดที่ 22.8% ในพอร์ทของผม
📌ส่วนสุดท้ายจะเป็น Timeline ทั้งหมดตั้งแต่เคยลงทุนมา ถ้าดูจะเห็นช่วงเวลาที่ห่างกันราวๆ 1-2 สัปดาห์ ตั้งแต่ฝากเงินเข้า ยันซื้อจริงครับ โดยในส่วนของรอบ 5 เดือนนี้นับจากรีวิวอันก่อน ทาง Jitta ไม่มีการ Rebalance พอร์ทด้วยการขายออกเลย เนื่องจากเป็นช่วงตลาดหุ้นปรับตัวลดลงต่อเนื่องใน 9 เดือนที่ผ่านมา
Timeline การฝากเงินและระบบซื้อสินทรัพย์ ตั้งแต่ 12 ตุลาคม 2021 ถึง 18 ตุลาคม 2022
📌มุมมองส่วนตัวในการลงทุนปีนี้กับทาง Jitta
...ปีนี้เปิดปีมาจนใกล้จะสิ้นปีแล้้ว จะเห็นว่าเป็นปีที่มีความกังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายจากทาง FED มากที่สุด และอย่างที่เราทราบกัน คือ FED ขึ้นเร็วและแรงต่อเนื่องไม่พักจากรายงานตัวเลขเงินเฟ้อสูงเป็นประวัติการณ์ เราจึงยังคงเห็นหุ้นที่จะได้รับผลกระทบจากการขึ้นดอกเบี้ย อย่างในกลุ่มหุ้นเติบโต โดยเฉพาะหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ที่มีแรงเทขายออกมามาก ซึ่งตอนกลางปีคิดว่าสินทรัพย์ปรับตัวลงไปเยอะแล้ว มาตอนนี้ปลายปีกลับลงไปต่ำกว่าได้อีก
2
หากใครจำกันได้ กลางปีหุ้นเทคโนโลยีตัวใหญ่ๆชั้นนำ ยังถูกกดดันไม่มาก อาจจะเป็นเพราะบริษัทยักษ์ใหญ่นั้นมีกำไรแล้ว มีกระแสเงินสดมาก การขึ้นดอกเบี้ยแม้จะมีรายจ่ายเพิ่มขึ้นมา บริษัทก็ยังได้รับผลกระทบไม่มากเทียบกับบริษัทกลางหรือเล็กในตลาด แต่พอมาตอนนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น ทั้งข่าวการปลดพนักงานในบริษัทชั้นนำเพื่อรัดเข็มขัด ก็สะท้อนออกมาที่ราคาหุ้น ทำให้ปรับตัวลงพร้อมหน้ากันไม่ว่าจะหุ้นเล็ก,กลางหรือหุ้นใหญ่
...ซึ่งหากสถานการณ์ยังเป็นแบบนี้อยู่ ปีนี้อาจจะไม่ใช่ปีแห่งตลาดกระทิงในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีที่ผมเลือกมา โดยเฉพาะ Fintech และ AI & Robotics กลับกันอาจจถูกกดดันจากการมีแรงเทขายต่อไปอีก เพื่อสลับสินทรัพย์ (Asset allocation) ไปยังกลุ่มที่ได้รับอานิสงส์จากภาวะเงินเฟ้อ หรือ ดอกเบี้ยขาขึ้น เช่น กลุ่ม Finance, Energy หรือ คาดการณ์ไปทางภาวะเศรษฐกิจถดถอย เช่น Consumer staples, Healthcare หากเราไปดูกราฟ ก็จะพบว่า กลุ่ม Consumer staples, Healthcare ดูปรับตัวลงน้อยมากเทียบกับกลุ่มอื่นๆครับ
...สำหรับในส่วนของ IXJ ก็จัดเป็นหุ้น Healthcare ที่อยู่ในกลุ่มหุ้น Defensive stocks โดยหุ้นกลุ่มนี้มักทำผลงานได้ดีในภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่ช่วงก่อนหน้านี้เราเผชิญภาวะโควิด-19 ทำให้กลุ่มนี้ได้รับอานิสงส์ไปเต็มๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องวัคซีน หรือเวชภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาด แต่สถานการณ์ในปีนี้ หากไม่มีอะไรเพิ่มเติม สถานการณ์ก็น่าจะคลี่คลาย ทำให้ราคาหุ้นไม่ร้อนแรงเหมือนก่อนหน้านี้แล้วก็เป็นได้ครับ ถ้าเอาหุ้นวัคซีนอย่าง Moderna หรือ Novavax มาดูอาจช็อคกับการปรับตัวลงของราคาหุ้นได้ครับ
1
...ส่วน KGRN ที่เป็นกลุ่มพลังงานสะอาดในประเทศจีน หากเราพิจารณาดูจะเห็นว่านโยบายจากทางรัฐบาลค่อนข้างไปในแนวทางสนับสนุนมากกว่า มาตรการควบคุมเข้มงวดก็ยังมีไม่มากเท่าหุ้นเทคโนโลยี, อสังหาริมทรัพย์, และด้านสุขภาพ ผมคิดว่า KGRN จะถูกกดดันน้อยกว่าหุ้นเทคฝั่งอเมริกามาก และความสัมพันธ์กับนโนบายการขึ้นดอกเบี้ยของ FED น่าจะไม่กระทบเท่าไหร่
2
แต่หลังจากที่เราได้ทราบกันแล้วว่า ท่านประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีต่อเป็นสมัยที่ 3 ในช่วง 23 ตุลาคมที่ผ่านมาและสำหรับคณะกรรมการกรมการเมืองชุดใหม่ 6 คน ที่ได้รับเลือกนั้นเป็นบุคคลที่ได้รับเลือกตั้งเข้ามาใหม่ 4 คน โดยมีภูมิหลังที่เป็นพันธมิตรผู้สนับสนุนของนายสีทั้งสิ้น ส่วนอีก 2 คน เป็นกรรมการรายเดิมที่ถูกเลือกตั้งกลับมาอีกครั้ง และราคาหุ้นก็ตอบรับผลในทางลดลงทันที ซึ่งเป็นความกังวลของนักลงทุนที่เห็นว่าเป็นการกระชับอำนาจมากยิ่งขึ้น
2
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ยังคงมองว่า ในตีมของพลังงานสะอาด จีนเอาจริง ในการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นด้านรถไฟฟ้า หรือ พลังงานทดแทนอื่นๆ ผมจึงยังคงลงทุนต่อไป พร้อมติดตามข่าวสารต่อไปครับ
📌แผนการลงทุนใน Jitta Wealth
...เนื่องจากแผนการลงทุนของตัวผมเองเป็นการลงทุนระยะยาว ลงซื้อเพิ่ม ทยอยเติมตามการปรับฐานทุก 15-30% โดยประมาณ โดยวางแผนไว้ว่าจะเติมเงินครั้งละ 10,000 บาท ตามโควต้าขั้นต่ำ แต่หากสินทรัพย์มีการปรับตัวลงมามากๆ เช่น 40-60% อาจเพิ่มจำนวนเงินในแต่ละไม้ที่เติมเข้าไป เป็น 15,000-30,000 บาท
2
โดยพยายามจะไม่ทุ่มเงินก้อนใหญ่ครับ เพราะอาจเงินหมดหน้าตักในวันที่สินทรัพย์ราคาลงไปอีก คงน่าเสียดายที่ไม่มีเงินเติมแล้ว อะไรแบบนั้นครับ
...ส่วนการเพิ่มหรือลด ETF ตอนนี้ยังไม่มีครับ รวมไปถึงการสลับกองอื่น ก็ยังไม่มีกองในใจ ไว้ติดตามนโยบายกับทางจีนอีกครั้ง ว่าแนวโน้มจะเป็นยังไงต่อไป หรือหากอินเดียกับเวียดนาม มีการปรับฐานครั้งใหญ่ ก็อาจพิจารณาเข้าลงทุนเพิ่มครับ
หากใครได้อ่านบทความที่แล้วที่ผมเคยมองว่า Vietnam, Cybersecurity, Semiconductor และ Lithium Battery กำลังเข้าโซนน่าลงทุน โดยเปิดพอร์ทกับ Jitta Wealth ใหม่อีกพอร์ทนึงแยกออกไปครับ ในปัจจุบันที่เขียนบทความนี้ ราคายิ่งน่าสนใจเข้าไปอีก จากการปรับฐานของตลาดเวียดนามอย่างมาก แต่ผมว่าผมจะขอรอดูต่ออีกช่วงปลายปีถึงต้นปีหน้าว่าจะเข้าเปิดพอร์ทตามความตั้งใจรึเปล่า ขอให้คุณผู้อ่านติดตามในบทความถัดๆไปได้เลยครับ
2
📌ดูกราฟและสถิติย้อนหลังของ 4 ETF ที่เลือกมา
จะเห็นว่า IXJ ปรับตัวลงน้อยสุด ขณะที่ KGRN ปรับตัวลงแรงมากๆ
📌และนี่ก็เป็นการรีวิวพอร์ทหลังการลงทุนมาได้ราวๆ 12 เดือนกับทาง Jitta Wealth ในโอกาสหน้า 3-6 เดือนถัดไป ผมจะมารายงานพอร์ทอีกครั้งว่าผลตอบแทนจะเป็นอย่างไรบ้าง
💭หากใครสนใจลงทุนใน Jitta Wealth เพื่อรับโบนัสเครดิตค่าธรรมเนียม 100 บาท เพื่อนำมาเป็นส่วนลดค่าธรรมเนียม ไม่ว่าจะเป็น
1. ค่าธรรมเนียมการบริหารจัดการ 0.5% ต่อปี
2. ค่าธรรมเนียมตามผลกำไร 10% ของกำไร (เฉพาะโปรแกรม Jitta Ranking)
3. ค่าธรรมเนียมผู้รับฝากทรัพย์สิน 0.1% ต่อปี หรือ ขั้นต่ำ 80 บาทต่อเดือน
4. ไม่รวมค่าธรรมเนียมซื้อขายหลักทรัพย์ ค่าโอนเงินไปต่างประเทศ และ ค่าธรรมเนียมอื่นๆ ถ้ามี
💭หมายเหตุ : เครดิตค่าธรรมเนียมสามารถใช้ได้จนครบมูลค่า ไม่มีวันหมดอายุ
คลิกได้เลยที่ Link : https://link.jittawealth.co/6votzlub7h
หรือคลิกที่รูปด้านล่างเพื่อเปิดบัญชีลงทุน
2
📌 ข้อมูลนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน เป็นเพียงข้อมูลที่นำมาบอกเล่าเพื่อช่วยให้เห็นภาพการลงทุนเท่านั้น ในการลงทุนจริง ผู้ลงทุนควรศึกษารายละเอียดและความเสี่ยงต่างๆ เพื่อให้สามารถวางแผนการลงทุนได้บรรลุตามเป้าหมายของแต่ละคน
ติดตามหนีดอยได้ที่
📌Telegram - t.me/needoy
📌Line (openchat) - https://bit.ly/lineneedoy
7ถูกใจ
4แชร์
2.4Kรับชม
แสดงความคิดเห็นของคุณ...
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      "อาลีบาบา" เอาด้วย เตรียมพัฒนาแชตบอต AI ออกมาแข่งกับ ChatGPT โฆษกจากอาลีบาบา บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน เปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีว่ากำลังจะสร้างเทคโนโลยีแบบเดียวกับ ChatGPT แชตบอต AI จากบริษัทโอเพ่นเอไอ (OpenAI)
      เรื่องหูด เรื่องเล็ก รู้ทัน รักษาได้ ! หูดเป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแข็งบนผิวหนังที่เกิดจากเชื้อฮิวแมนแปปิโลมาไวรัส (Human Papilloma Virus) หรือเอชพีวี (HPV) การติดเชื้อเอชพีวีเป็นสิ่งที่พบได้โดยทั่วไป โดยเชื้อ ไวรัสเอชพีวีมีอยู่หลายชนิดและมีบางชนิดที่ทำให้เกิดหูด
      • Histofun Deluxe กับการได้รับรางวัล Blockdit BEST CREATOR AWARD 2022 “ถ้าหากโทรฟี่ฟุตบอลโลก คือความฝันของนักฟุตบอลทุกคน การได้รับรางวัลจากไอเดียสร้างสรรค์ของตัวเอง ก็คือรางวัลสำหรับเหล่า Content Creator”
      ผลสำรวจเผย "ญี่ปุ่น" ขึ้นนำอันดับ 1 ใน 5 ประเทศที่เหมาะแก่การเลี้ยงลูกมากที่สุด สำหรับคนที่อยากย้ายไปทำงานต่างประเทศหรือเหล่าดิจิทัลโนแมดที่ทำงานไปด้วย ท่องเที่ยวไปด้วย คงจะเลือกประเทศจากอันดับที่น่าอยู่ที่สุด สถานที่ท่องเที่ยว หรือไม่ก็จากค่าครองชีพ อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่มีครอบครัวอาจต้องพิจารณามากกว่าปัจจัยเหล่านั้น
      ดูทั้งหมด