17 มี.ค. 2023 เวลา 06:42 • หนังสือ

#3 HWG. — บทที่ 3️⃣

▪️ผู้แปล : แอดมิน
🔸นี่เป็นงานแปลชิ้นที่ 2 ที่ผมตั้งใจแปลมากๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
𝗧𝗛𝗜𝗥𝗗 𝗥𝗘𝗠𝗘𝗠𝗕𝗥𝗔𝗡𝗖𝗘
ความทรงจำที่ 3️⃣
𝗗𝗼 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗱𝘆𝗶𝗻𝗴 𝗶𝘀 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝗰𝗰𝘂𝗿𝘀 𝗔𝗴𝗮𝗶𝗻𝘀𝘁 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘄𝗶𝗹𝗹?
“เธอคิดว่าความตายเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยขัดต่อเจตจำนงของเธองั้นหรือ❓”
𝗖𝗵𝗮𝗽𝘁𝗲𝗿 𝟯
บทที่ 3️⃣
𝗡𝗲𝗮𝗹𝗲 : 𝗚𝗼𝘀𝗵, 𝘆𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝗰𝗲𝗿𝘁𝗮𝗶𝗻𝗹𝘆 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘄𝗼𝗿𝗱 𝗵𝗲𝗿𝗲. 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝗵𝗮𝗿𝗱 𝗳𝗼𝗿 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝘁𝗼 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲.
N : โอ้ พระเจ้า ผมรู้ดีว่าพระองค์หมายความตามอย่างที่พูดจริงๆมาโดยตลอด แต่นั่นคงเป็นเรื่องยากที่จะเชื่อสำหรับใครหลายๆคน
𝗚𝗼𝗱 : "𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝘀𝗼𝗺𝗲 𝘂𝗻𝗱𝗲𝗿𝗹𝘆𝗶𝗻𝗴 𝗽𝗿𝗶𝗻𝗰𝗶𝗽𝗹𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗹𝗶𝗳𝗲—𝗮𝘁 𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝘄𝗲 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝗮 𝗱𝗲𝗲𝗽𝗲𝗿 𝗹𝗼𝗼𝗸 𝗶𝗻 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝗮 𝗯𝗶𝘁—𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗺𝗮𝘆 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝗶𝘁 𝗲𝗮𝘀𝗶𝗲𝗿 𝘁𝗼 𝗵𝗼𝗹𝗱 𝘀𝗼𝗺𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲𝘀𝗲 𝗥𝗲𝗺𝗲𝗺𝗯𝗿𝗮𝗻𝗰𝗲𝘀 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗳𝗶𝗿𝗺𝗹𝘆 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗿𝗲𝗮𝗹𝗶𝘁𝘆.
G : มีหลักการขั้นพื้นฐานของชีวิตบางประการ—ที่เราจะพิจารณามันให้ลึกลงไปอีกสักหน่อย— ซึ่งมันอาจทำให้ง่ายต่อการจดจำความทรงจำบางส่วนเหล่านี้เอาไว้ในความจริง (จิตใจ) ของเธอได้อย่างมั่นคงมากขึ้น★ (ไม่ลืมมันไปง่ายๆ)
★คือความจริงที่เป็นของเราเอง ที่เราเป็นคนสร้างมันขึ้นมาเอง ด้วยความคิด (คิดแบบนั้นเป็นปกติจนกลายเป็นความเชื่อ) คำพูด และ การกระทำของเรา นี่เป็นการสร้างสรรค์ความจริง 3 ระดับ หากยังไม่ลืมกันครับ –ผู้แปล–
"𝗪𝗵𝗲𝗻 𝘄𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗹𝗼𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗲𝘀𝗲 𝗯𝗮𝘀𝗶𝗰 𝗽𝗿𝗶𝗻𝗰𝗶𝗽𝗹𝗲𝘀 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆, 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗰𝗼𝗺𝗲 𝘁𝗼 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗹𝗹 '𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵' 𝗶𝘀 𝗮 𝗽𝗼𝘄𝗲𝗿𝗳𝘂𝗹 𝗺𝗼𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗼𝗳 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻."
เมื่อเราสำรวจหลักการขั้นพื้นฐานเหล่านี้จนทำให้เธอเข้าใจมันได้อย่างถ่องแท้มากขึ้น เธอจะได้รู้ว่าสิ่งที่เธอเรียกว่า “ความตาย” นั้นคือ #ห้วงขณะ_(หรือโอกาส)_ในการสร้างสรรค์ที่ทรงพลังเป็นอย่างยิ่ง
𝗡 : 𝗦𝗲𝗲 𝗻𝗼𝘄? 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲'𝘀 𝗮𝗻𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗳𝗮𝘀𝗰𝗶𝗻𝗮𝘁𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁. 𝗗𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗶𝘀 𝗮 '𝗺𝗼𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗼𝗳 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻'?
N : เห็นมั้ยครับ❓ มีแนวคิดที่น่าสนใจโผล่มาอีกอย่างแล้ว ความตายคือ “ห้วงขณะแห่งการ สร้างสรรค์” งั้นหรือครับ❓
𝗚 : "𝗜𝘁 𝗶𝘀 𝗼𝗻𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝗺𝗼𝘀𝘁 𝗽𝗼𝘄𝗲𝗿𝗳𝘂𝗹 𝗺𝗼𝗺𝗲𝗻𝘁𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗲𝘃𝗲𝗿 𝗲𝗻𝗰𝗼𝘂𝗻𝘁𝗲𝗿. 𝗮 𝘁𝗼𝗼𝗹. 𝗨𝘀𝗲𝗱 𝗮𝘀 𝗶𝘁 𝘄𝗮𝘀 𝗶𝗻𝘁𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱, 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗰𝗮𝗻 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗾𝘂𝗶𝘁𝗲 𝗲𝘅𝘁𝗿𝗮𝗼𝗿𝗱𝗶𝗻𝗮𝗿𝘆. 𝗧𝗵𝗶𝘀, 𝘁𝗼𝗼, 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗮𝗹𝗹 𝗯𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗹𝗮𝗶𝗻𝗲𝗱 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂."
G : ห้วงขณะแห่งความตายคือหนึ่งในห้วงขณะที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เธอจะเคยได้พบเจอ ความตายถูกใช้ในฐานะเครื่องมือ เป็นเครื่องมือที่ถูกนำไปใช้อย่างตั้งใจ ความตายเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้เพื่อสรรค์สร้างบางสิ่งที่พิเศษเหนือธรรมดาได้อย่างแท้จริง ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกอธิบายให้เธอฟังเช่นกัน
𝗡 : 𝗗𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗶𝘀 𝗮 𝘁𝗼𝗼𝗹? 𝗗𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗶𝘀 𝗻𝗼𝘁 𝘀𝗶𝗺𝗽𝗹𝘆 𝗮 '𝗱𝗼𝗼𝗿𝘄𝗮𝘆'?
N : ความตายเป็นเครื่องมืองั้นหรือครับ❓ ความตายไม่ได้เป็นแค่ “ประตู (เข้าออก)” หรอกเหรอครับ❓
𝗚 : "𝗜𝘁 𝗶𝘀 𝗮 𝗱𝗼𝗼𝗿𝘄𝗮𝘆, 𝗯𝘂𝘁 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝗮 𝗺𝗮𝗴𝗶𝗰 𝗱𝗼𝗼𝗿𝘄𝗮𝘆, 𝗯𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗲𝗻𝗲𝗿𝗴𝘆 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗮𝗹𝗸 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗱𝗼𝗼𝗿𝘄𝗮𝘆 𝗱𝗲𝘁𝗲𝗿𝗺𝗶𝗻𝗲𝘀 𝘄𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝗼𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝘀𝗶𝗱𝗲."
G : ความตายคือประตู มันไม่ใช่ประตูธรรมดาแต่เป็นประตูวิเศษ เพราะพลังงานที่ซึ่งก็คือเธอที่เดินผ่านประตูนั้นจะเป็นตัวกําหนดสิ่งที่อยู่อีกด้าน
𝗡 : 𝗢𝗸𝗮𝘆, 𝗼𝗸𝗮𝘆, 𝗵𝗼𝗹𝗱 𝗶𝘁. 𝗬𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝘁𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗺𝘆 𝗯𝗿𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗮𝘄𝗮𝘆. 𝗖𝗮𝗻 𝘄𝗲 𝘀𝗹𝗼𝘄 𝗱𝗼𝘄𝗻 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝗮 𝗯𝗶𝘁? 𝗖𝗮𝗻 𝘄𝗲 𝗴𝗼 𝗼𝘃𝗲𝗿 𝘀𝗼𝗺𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗼𝗻𝗲 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝘁𝗶𝗺𝗲, 𝗮𝗻𝗱 𝗳𝗶𝗹𝗹 𝗶𝗻 𝗮 𝗳𝗲𝘄 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝗯𝗹𝗮𝗻𝗸𝘀? 𝗪𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝘀𝗮𝗶𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗹𝗲𝗮𝘃𝗲𝘀 𝗺𝗲 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗮 𝗹𝗼𝘁 𝗼𝗳 𝗾𝘂𝗲𝘀𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀.
N : โอเคครับ โอเค หยุดตรงนั้นก่อนครับ พระองค์กำลังทำให้ผมหัวใจจะวาย เราช้าลงหน่อยได้ไหมครับ ผมขอให้พระองค์ช่วยทบทวนเรื่องนี้ให้ผมฟังอีกครั้งและย้อนกลับไปและเติมคำในช่องว่างสักสองสามช่องได้ไหม❓ เพราะสิ่งที่พระองค์เพิ่งพูดไปทำให้ผมเกิดคําถามขึ้นมากมายเลยครับ
𝗚 : "𝗪𝗲'𝗹𝗹 𝗹𝗼𝗼𝗸 𝗮𝘁 𝗮𝗹𝗹 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲𝗺. 𝗪𝗲'𝗹𝗹 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿 𝗲𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗼𝗻𝗲."
G : เราจะสำรวจพวกมันทั้งหมด และฉันจะตอบคำถามที่เธอสงสัยอยู่ให้ครบทุกข้อ
𝗡 : 𝗚𝗿𝗲𝗮𝘁. 𝗦𝗼 𝗹𝗲𝘁'𝘀 𝘀𝘁𝗮𝗿𝘁 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗶𝗱𝗲𝗮 𝗼𝗳 𝘂𝘀𝗶𝗻𝗴 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗮𝘀 𝗮 𝘁𝗼𝗼𝗹. 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁 𝗶𝘀 𝗯𝗿𝗮𝗻𝗱-𝗻𝗲𝘄 𝘁𝗼 𝗺𝗲. 𝗔 𝘁𝗼𝗼𝗹 𝗶𝘀 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝗻𝗲 𝘂𝘀𝗲𝘀 𝗼𝗻 𝗽𝘂𝗿𝗽𝗼𝘀𝗲. 𝗜𝘁'𝘀 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝗻𝗲 𝘄𝗮𝗻𝘁𝘀 𝘁𝗼 𝘂𝘀𝗲. 𝗕𝘂𝘁 𝗜 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝘄𝗮𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝗱𝗶𝗲. 𝗡𝗼𝗯𝗼𝗱𝘆 𝘄𝗮𝗻𝘁𝘀 𝘁𝗼 𝗱𝗶𝗲.
1
N : เยี่ยมไปเลยครับ ถ้าอย่างนั้นเรามาเริ่มต้นกันที่แนวคิดเรื่องการใช้ความตายเป็นเครื่องมือ ความคิดแบบนั้นเป็นสิ่งใหม่สำหรับผม ผมไม่เคยคิดถึงอะไรแบบนั้นมาก่อนเลย เครื่องมือหมายถึงบางสิ่งที่มีไว้ใช้ตามวัตถุประสงค์ เป็นบางสิ่งที่ใครๆก็อยากใช้ แต่ผมไม่อยากตายนี่ครับ (ไม่อยากใช้) ไม่มีใครที่อยากตายหรอกนะครับ
𝗚 : "𝗘𝘃𝗲𝗿𝘆𝗼𝗻𝗲 𝘄𝗮𝗻𝘁𝘀 𝘁𝗼 𝗱𝗶𝗲."
G : ทุกคนต้องการที่จะตาย
1
𝗡 : 𝗘𝘃𝗲𝗿𝘆𝗯𝗼𝗱𝘆 𝘄𝗮𝗻𝘁𝘀 𝘁𝗼 𝗱𝗶𝗲?
N : ทุกคนต้องการที่จะตายงั้นหรือครับ❓
𝗚 : "𝗢𝗳 𝗰𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲, 𝗼𝗿 𝗻𝗼𝗯𝗼𝗱𝘆 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱. 𝗗𝗼 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗱𝘆𝗶𝗻𝗴 𝗶𝘀 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝗰𝗰𝘂𝗿𝘀 𝗮𝗴𝗮𝗶𝗻𝘀𝘁 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘄𝗶𝗹𝗹?"
G : แน่นอน ไม่งั้นความตายจะเกิดขึ้นกับเธอได้ยังไง เธอคิดว่าความตายเป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้โดยขัดต่อเจตจำนงของเธองั้นหรือ❓
𝗡 : 𝗜𝘁 𝘀𝘂𝗿𝗲 𝘀𝗲𝗲𝗺𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝗽𝗹𝗲𝗻𝘁𝘆 𝗼𝗳 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲.
N : ผมแน่ใจว่ามีคนจำนวนมากไม่คิดแบบนั้นนะครับ★
★ไม่เห็นรู้สึกว่าอยากตายเลย แต่ดันตายเฉย ก็เลยไม่อยากจะเชื่อว่า ตนเองตั้งใจตายเองอย่างที่พระองค์บอกได้อย่างไร –ผู้แปล–
𝗚 : "𝗡𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗼𝗰𝗰𝘂𝗿𝘀 𝗮𝗴𝗮𝗶𝗻𝘀𝘁 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘄𝗶𝗹𝗹. 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗺𝗽𝗼𝘀𝘀𝗶𝗯𝗹𝗲. 𝗦𝗼 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀...
G : ไม่มีสิ่งใดสามารถเกิดขึ้นได้โดยขัดต่อเจตจำนงของเธอ นั่นเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ นี่คือ...
𝗧𝗛𝗘 𝗧𝗛𝗜𝗥𝗗 𝗥𝗘𝗠𝗘𝗠𝗕𝗥𝗔𝗡𝗖𝗘
ความทรงจำที่ 3️⃣
"𝗬𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻𝗻𝗼𝘁 𝗱𝗶𝗲 𝗮𝗴𝗮𝗶𝗻𝘀𝘁 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘄𝗶𝗹𝗹."
“#เธอไม่สามารถตายโดยขัดต่อเจตจำนงของเธอได้” (เธอไม่สามารถตายได้ หากเธอไม่มีเจตนาที่จะตาย)
𝗡 : 𝗜𝗳 𝗜 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗲𝗿𝗲 𝘁𝗿𝘂𝗲, 𝗶𝘁 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗯𝗲 𝘀𝗼 𝗰𝗼𝗺𝗳𝗼𝗿𝘁𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗯𝗲 𝘀𝗼 𝘄𝗼𝗻𝗱𝗲𝗿𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆 𝗵𝗲𝗮𝗹𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗸𝗻𝗼𝘄. 𝗕𝘂𝘁 𝗵𝗼𝘄 𝗰𝗮𝗻 𝗜 𝗲𝗺𝗯𝗿𝗮𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗮𝘀 𝗺𝘆 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝗶𝗳 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝗺𝘆 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗹𝗼𝘁𝘀 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴𝘀 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝘄𝗮𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻?
N : ถ้าผมคิดว่านั่นคือเรื่องจริง มันคงเป็นการรู้ความจริงที่จะช่วยปลอบประโลมใจผมได้อย่างวิเศษมาก แต่ผมจะทำใจให้ยอมรับความจริงนี้ได้อย่างไร หากประสบการณ์ในชีวิตของผมที่มีหลายสิ่งหลายอย่างเกิดขึ้นโดยที่ผมไม่ได้ต้องการให้มันเกิด❓
𝗚 : "𝗡𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝘄𝗮𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻."
G : ไม่มีสิ่งใดสามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เธอไม่ต้องการให้มันเกิด
𝗡 : 𝗡𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴?
N : ไม่มีสักสิ่งเลยเหรอครับ❓
𝗚 : "𝗡𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴."
G : ไม่มี
"𝗬𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻 𝗜𝗠𝗔𝗚𝗜𝗡𝗘 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴𝘀 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝘄𝗮𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻, 𝗯𝘂𝘁 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗶𝘀 𝗻𝗼𝘁 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘀𝗼, 𝗮𝗻𝗱 𝗶𝘁 𝗺𝗲𝗿𝗲𝗹𝘆 𝗮𝗹𝗹𝗼𝘄𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝗼𝗳 𝘆𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲𝗹𝗳 𝗮𝘀 𝗮 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺."
เธอคิดไปเองจินตนาการไปเองว่าสิ่งต่างๆสามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เธอไม่ต้องการให้มันเกิด แต่ความจริงไม่ได้เป็นแบบนั้น และการคิดแบบนั้นทำให้เธอหลงคิดว่าตัวเองคือเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย (และเป็นได้เพียงแค่เหยื่ออย่างเดียวเท่านั้น เป็นอย่างอื่นไม่ได้อีก)
1
"𝗡𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗵𝗼𝗹𝗱𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝗯𝗮𝗰𝗸 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗲𝘃𝗼𝗹𝘂𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘀𝗶𝗻𝗴𝗹𝗲 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁. 𝗧𝗵𝗲 𝗶𝗱𝗲𝗮 𝗼𝗳 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺𝗶𝘇𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗶𝘀 𝗮 𝗰𝗲𝗿𝘁𝗮𝗶𝗻 𝘀𝗶𝗴𝗻 𝗼𝗳 𝗹𝗶𝗺𝗶𝘁𝗲𝗱 𝗽𝗲𝗿𝗰𝗲𝗽𝘁𝗶𝗼𝗻. 𝗧𝗿𝘂𝗲 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺𝗶𝘇𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗰𝗮𝗻𝗻𝗼𝘁 𝗲𝘅𝗶𝘀𝘁."
ไม่มีอะไรที่จะฉุดรั้งการวิวัฒนาการของเธอได้มากไปกว่าการคิดแบบนี้อีกแล้ว แนวคิดเรื่องการตกเป็นเหยื่อนี้ถือเป็นสัญญาณอันเด่นชัดที่บ่งบอกถึงการรับรู้อันคับแคบจำกัด ซึ่งการตกเป็นเหยื่อหรือผู้เคราะห์ร้ายอย่างแท้จริงนั้นไม่มีอยู่จริง
1
𝗡 : 𝗜𝘁'𝘀 𝗽𝗿𝗲𝘁𝘁𝘆 𝗱𝗮𝗿𝗻 𝗵𝗮𝗿𝗱 𝘁𝗼 𝘁𝗲𝗹𝗹 𝘀𝗼𝗺𝗲𝗼𝗻𝗲 𝘄𝗵𝗼𝘀𝗲 𝗱𝗮𝘂𝗴𝗵𝘁𝗲𝗿 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝗿𝗮𝗽𝗲𝗱, 𝗼𝗿 𝘄𝗵𝗼𝘀𝗲 𝗲𝗻𝘁𝗶𝗿𝗲 𝘃𝗶𝗹𝗹𝗮𝗴𝗲 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝘄𝗶𝗽𝗲𝗱 𝗼𝘂𝘁 𝗶𝗻 𝗮 𝘃𝗶𝗰𝗶𝗼𝘂𝘀 𝗮𝗰𝘁 𝗼𝗳 '𝗲𝘁𝗵𝗻𝗶𝗰 𝗰𝗹𝗲𝗮𝗻𝘀𝗶𝗻𝗴,' 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗻𝗼 𝗼𝗻𝗲 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺𝗶𝘇𝗲𝗱.
N : มันเป็นเรื่องยากนะครับที่จะบอกคนที่ลูกสาวถูกข่มขืนหรือคนที่ทั้งหมู่บ้านถูกกวาดล้างด้วยการกระทำอันชั่วร้ายอย่าง 'การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์' ว่าไม่มีใครตกเป็นเหยื่อหรือเป็นผู้เคราะห์ร้าย
𝗚 : "𝗜𝘁 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗯𝗲 𝗻𝗼𝗻 𝗯𝗲𝗻𝗲𝗳𝗶𝗰𝗶𝗮𝗹 𝘁𝗼 𝘀𝗽𝗲𝗮𝗸 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘄𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝘄𝗵𝗶𝗹𝗲 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗮𝗿𝗲 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗺𝗶𝗱𝘀𝘁 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝘀𝘂𝗳𝗳𝗲𝗿𝗶𝗻𝗴.
𝗗𝘂𝗿𝗶𝗻𝗴 𝘀𝘂𝗰𝗵 𝗺𝗼𝗺𝗲𝗻𝘁𝘀, 𝘀𝗶𝗺𝗽𝗹𝘆 𝗯𝗲 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗱𝗲𝗲𝗽 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗮𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻, 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝗰𝗮𝗿𝗶𝗻𝗴, 𝗮𝗻𝗱 𝗵𝗲𝗮𝗹𝗶𝗻𝗴 𝗹𝗼𝘃𝗲. 𝗗𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗼𝗳𝗳𝗲𝗿 𝘀𝗽𝗶𝗿𝗶𝘁𝘂𝗮𝗹 𝗽𝗹𝗮𝘁𝗶𝘁𝘂𝗱𝗲𝘀 𝗼𝗿 𝗶𝗻𝘁𝗲𝗹𝗹𝗲𝗰𝘁𝘂𝗮𝗹 𝗲𝘅𝗰𝘂𝗿𝘀𝗶𝗼𝗻𝘀 𝗮𝘀 𝗮 𝗿𝗲𝗺𝗲𝗱𝘆 𝗳𝗼𝗿 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗽𝗮𝗶𝗻. 𝗛𝗲𝗮𝗹 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗮𝗶𝗻 𝗳𝗶𝗿𝘀𝘁, 𝘁𝗵𝗲𝗻 𝗵𝗲𝗮𝗹 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲𝗱 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗮𝗶𝗻.
G : การพูดในลักษณะนั้นกับผู้คนในขณะที่พวกเขากำลังจมอยู่ท่ามกลางความทุกข์นั้นคงไม่เกิดประโยชน์อะไร ในช่วงเวลาดังกล่าว เพียงแค่อยู่กับพวกเขาด้วยความเมตตากรุณาอย่างสุดซึ้ง ห่วงใยดูแลเอาใจใส่และเยียวยาพวกเขาด้วยความรัก อย่าเสนอคําพูดซ้ำซากจำเจทางจิตวิญญาณหรือคําพูดที่เปี่ยมไปด้วยภูมิปัญญาเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดของพวกเขา รักษาความรู้สึกเจ็บปวดนั้นก่อน แล้วค่อยรักษาความคิดที่สร้างความรู้สึกเจ็บปวดนั้นทีหลัง
"𝗢𝗳 𝗰𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁, 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝗿𝗱𝗶𝗻𝗮𝗿𝘆 𝗵𝘂𝗺𝗮𝗻 𝘀𝗲𝗻𝘀𝗲, 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗼𝘀𝗲 𝘄𝗵𝗼 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝘁𝗵𝗲 '𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺' 𝗼𝗳 𝘁𝗲𝗿𝗿𝗶𝗯𝗹𝗲 𝗼𝗰𝗰𝘂𝗿𝗿𝗲𝗻𝗰𝗲𝘀 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗶𝗿𝗰𝘂𝗺𝘀𝘁𝗮𝗻𝗰𝗲𝘀 𝗶𝗻 𝗹𝗶𝗳𝗲.
𝗬𝗲𝘁 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗼𝗳 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺𝗶𝘇𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗰𝗮𝗻 𝗯𝗲 𝗿𝗲𝗮𝗹 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝘄𝗶𝘁𝗵𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗰𝗼𝗻𝘁𝗲𝘅𝘁 𝗼𝗳 𝗻𝗼𝗿𝗺𝗮𝗹—𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲 𝗲𝘅𝘁𝗿𝗲𝗺𝗲𝗹𝘆 𝗹𝗶𝗺𝗶𝘁𝗲𝗱-𝗵𝘂𝗺𝗮𝗻 𝗮𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀."
แน่นอนว่าในความรู้สึกของมนุษย์โดยทั่วไปนั้น มีคนที่ตกเป็นเหยื่อของเหตุการณ์และสถานการณ์ที่เลวร้ายในชีวิตจริงๆ ทว่าประสบการณ์ของการตกเป็นเหยื่อนี้สามารถเป็นจริงได้เฉพาะในบริบทของการรับรู้ตามปกติเท่านั้น เพราะการตระหนักรู้หรือการรับรู้ของมนุษย์โดยทั่วไปนั้นคับแคบจำกัดอย่างมาก
1
"𝗪𝗵𝗲𝗻 𝗜 𝘀𝗮𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝘃𝗶𝗰𝘁𝗶𝗺𝗶𝘇𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗱𝗼𝗲𝘀 𝗻𝗼𝘁 𝗲𝘅𝗶𝘀𝘁, 𝗜 𝗮𝗺 𝘀𝗽𝗲𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗳𝗿𝗼𝗺 𝗮𝗻 𝗲𝗻𝘁𝗶𝗿𝗲𝗹𝘆 𝗱𝗶𝗳𝗳𝗲𝗿𝗲𝗻𝘁 𝗹𝗲𝘃𝗲𝗹 𝗼𝗳 𝗮𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀. 𝗬𝗲𝘁 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗶𝘀 𝗮 𝗹𝗲𝘃𝗲𝗹 𝗼𝗳 𝗮𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗵𝘂𝗺𝗮𝗻 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴𝘀 𝗰𝗮𝗻 𝗮𝗰𝗵𝗶𝗲𝘃𝗲, 𝗼𝗻𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗽𝗮𝗶𝗻 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝗵𝗲𝗮𝗹𝗲𝗱."
เมื่อฉันบอกว่าการตกเป็นเหยื่ออย่างแท้จริงนั้นไม่มีอยู่จริง ฉันกำลังพูดจากระดับของการตระหนักรู้ที่ต่างไปโดยสิ้นเชิง นี่เป็นระดับของการตระหนักรู้ที่มนุษย์สามารถบรรลุได้เมื่อความเจ็บปวดของ พวกเขาได้รับการเยียวยาแล้ว
1
𝗡 : 𝗜 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘀𝘁𝗮𝘁𝗲𝗺𝗲𝗻𝘁𝘀 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗯𝗲 𝗱𝗶𝗳𝗳𝗶𝗰𝘂𝗹𝘁 𝗳𝗼𝗿 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝘁𝗼 𝗲𝗺𝗯𝗿𝗮𝗰𝗲, 𝘄𝗵𝗲𝘁𝗵𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗮𝗿𝗲 𝗶𝗻 𝗲𝗺𝗼𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗽𝗮𝗶𝗻 𝗼𝗿 𝗻𝗼𝘁.
N : ผมคิดว่าคำพูดของพระองค์คงยากที่จะยอมรับสำหรับผู้คนจำนวนมาก ไม่ว่าพวกเขาจะเจ็บปวดทางอารมณ์อยู่หรือไม่ก็ตาม
𝗚 : "𝗪𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝗮𝗺 𝘀𝗮𝘆𝗶𝗻𝗴 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗻𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗻𝗲𝗮𝗿𝗹𝘆 𝗮𝗹𝗹 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱'𝘀 𝘁𝗿𝗮𝗱𝗶𝘁𝗶𝗼𝗻𝗮𝗹 𝗿𝗲𝗹𝗶𝗴𝗶𝗼𝗻𝘀 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝘀𝗮𝗶𝗱 𝗳𝗼𝗿 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗰𝗲𝗻𝘁𝘂𝗿𝗶𝗲𝘀. '𝗠𝘆𝘀𝘁𝗲𝗿𝗶𝗼𝘂𝘀 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗮𝘆𝘀 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝗟𝗼𝗿𝗱,' 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗽𝗿𝗼𝗰𝗹𝗮𝗶𝗺𝗲𝗱. '𝗛𝗮𝘃𝗲 𝗳𝗮𝗶𝘁𝗵 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗚𝗼𝗱'𝘀 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗲𝗰𝘁 𝗽𝗹𝗮𝗻.'
G : สิ่งที่ฉันกำลังพูดอยู่นี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าสิ่งที่ศาสนาดั้งเดิมเกือบทั้งหมดในโลกพูดกันมาเป็นเวลาหลายร้อยปีแล้ว “ความลึกลับคือวิถีทางของพระผู้เป็นเจ้า” พวกเขาประกาศ “จงมีศรัทธาในแผนการอันสมบูรณ์แบบของพระองค์”
1
"𝗟𝗮𝘁𝗲𝗿 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝘄𝗲'𝗹𝗹 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗮𝗻 𝗼𝗽𝗽𝗼𝗿𝘁𝘂𝗻𝗶𝘁𝘆 𝘁𝗼 𝗲𝘅𝗽𝗹𝗼𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗶𝗱𝗲𝗮 𝗼𝗳 𝗮 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗲𝗰𝘁 𝗽𝗹𝗮𝗻,
𝗮𝗻𝗱 𝘄𝗲'𝗹𝗹 𝗮𝗹𝘀𝗼 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝗮 𝗹𝗼𝗼𝗸 𝗮𝘁 𝗵𝗼𝘄 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗱𝗶𝗳𝗳𝗲𝗿𝗲𝗻𝘁 𝘀𝗼𝘂𝗹𝘀 𝗶𝗻𝘁𝗲𝗿𝗮𝗰𝘁 𝘁𝗼𝗴𝗲𝘁𝗵𝗲𝗿 𝘁𝗼 𝗽𝗿𝗼𝗱𝘂𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗶𝗻𝗱𝗶𝘃𝗶𝗱𝘂𝗮𝗹 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗼𝗹𝗹𝗲𝗰𝘁𝗶𝘃𝗲 𝗼𝘂𝘁𝗰𝗼𝗺𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗼𝗻 𝗲𝗮𝗿𝘁𝗵 𝗶𝗻 𝗮 𝗽𝗮𝗿𝘁𝗶𝗰𝘂𝗹𝗮𝗿 𝗮𝗻𝗱 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗲𝗰𝘁 𝘄𝗮𝘆 𝗳𝗼𝗿 𝗮 𝗽𝗮𝗿𝘁𝗶𝗰𝘂𝗹𝗮𝗿 𝗮𝗻𝗱 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗲𝗰𝘁 𝗿𝗲𝗮𝘀𝗼𝗻.
𝗜𝗻 𝗳𝗮𝗰𝘁, 𝗜 𝗮𝗺 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗮𝘀𝗸 𝗬𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝗴𝗶𝘃𝗲 𝗠𝗲 𝗮𝗻 𝗲𝘅𝗮𝗺𝗽𝗹𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗮𝘁."
ในตอนหลังของการสนทนานี้ เราจะมีโอกาสได้สำรวจถึงแนวคิดเกี่ยวกับแผนการอันสมบูรณ์แบบที่ว่านั้น และเราจะมาดูกันว่าวิญญาณปัจเจกที่แตกต่างกันแต่ละดวงจะเข้ามามีปฏิสัมพันธ์ร่วมกันอย่างไร เพื่อสร้างผลลัพธ์ในชีวิตส่วนบุคคลและชีวิตส่วนรวมบนโลกด้วยวิธีอันเฉพาะเจาะจงและสมบูรณ์แบบ พร้อมด้วยเหตุผลที่เฉพาะเจาะจงและสมบูรณ์แบบ อันที่จริงแล้ว ฉันจะขอให้เธอยกตัวอย่างถึงเรื่องนั้นให้ฉันฟังด้วย
1
𝗡 : 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲?
N : เหรอครับ❓
𝗚 : "𝗬𝗲𝘀. 𝗔𝗻𝗱 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝗲𝘅𝗮𝗰𝘁𝗹𝘆 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝗮𝗺 𝘁𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝗜 𝗱𝗼. 𝗙𝗼𝗿 𝗻𝗼𝘄, 𝗿𝗲𝘀𝘁 𝗾𝘂𝗶𝗲𝘁𝗹𝘆 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗲 𝗸𝗻𝗼𝘄𝗹𝗲𝗱𝗴𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗮𝗹𝗹 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴𝘀 𝗮𝗿𝗲 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻𝗶𝗻𝗴 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗲𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻."
G : ใช่แล้ว และเธอจะรู้ว่าฉันกำลังพูดถึงเรื่องอะไรในตอนที่ฉันทำแบบนั้น สำหรับตอนนี้ จงสงบใจของเธอด้วยการรู้ว่า #ทุกสิ่งนั้นเกิดขึ้นด้วยความสมบูรณ์แบบ
𝗡 : 𝗜 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝘁𝗿𝘆. 𝗜 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝘁𝗿𝘆 𝘁𝗼 𝗵𝗼𝗹𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁, 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗼 𝗲𝗺𝗯𝗿𝗮𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗶𝗻 𝗺𝘆 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁, 𝗮𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗮𝘀𝗸𝗲𝗱. 𝗕𝘂𝘁 𝘆𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗽𝗿𝗲𝘁𝘁𝘆 𝗳𝗮𝘀𝘁 𝗵𝗲𝗿𝗲. 𝗬𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝗺𝗼𝘃𝗶𝗻𝗴 𝗽𝗿𝗲𝘁𝘁𝘆 𝗾𝘂𝗶𝗰𝗸𝗹𝘆. 𝗪𝗲'𝘃𝗲 𝗲𝗻𝗴𝗮𝗴𝗲𝗱 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗱𝗶𝗮𝗹𝗼𝗴𝘂𝗲 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝗮 𝘀𝗵𝗼𝗿𝘁 𝘁𝗶𝗺𝗲, 𝗮𝗻𝗱 𝗮𝗹𝗿𝗲𝗮𝗱𝘆 𝘆𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝗶𝗻𝘁𝗼...𝗺𝗮𝘆 𝗜 𝘀𝗮𝘆 𝗶𝘁?...𝗶𝗻𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝘇𝗼𝗻𝗲.
𝗜 𝗺𝗲𝗮𝗻 𝗻𝗼 𝗱𝗶𝘀𝗿𝗲𝘀𝗽𝗲𝗰𝘁, 𝗯𝘂𝘁 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴?
N : ผมจะพยายามครับ ผมจะพยายามจดจำความคิดนั้นเอาไว้และน้อมรับมันเข้าสู่หัวใจอย่างที่พระองค์ขอ แต่พระองค์กำลังไปเร็วมาก เราเพิ่งพูดคุยกันได้ไม่นาน แต่พระองค์ก็นำเราไปสู่...ผมขอพูดได้ไหมครับ❓...ไปสู่ดินแดนอันไกลโพ้น (เหนือจินตนาการ) เรียบร้อยแล้ว ด้วยความเคารพนะครับ บทสนทนานี้กำลังจะพาเราไปที่ไหนกันแน่❓
𝗚 : "𝗧𝗼 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗮𝗹𝘄𝗮𝘆𝘀 𝘄𝗮𝗻𝘁𝗲𝗱 𝘁𝗼 𝗴𝗼."
G : ไปที่ที่เธอต้องการไปมาโดยตลอดไงล่ะ
𝗡 : 𝗪𝗵𝗶𝗰𝗵 𝗶𝘀...?
N : ซึ่งที่นั่นก็คือ...❓
𝗚 "𝗧𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵."
G : #ไปสู่ความจริง
(((จบบทที่ 3)))

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา