20 มี.ค. 2023 เวลา 05:11 • หนังสือ

#4 HWG. — บทที่ 4️⃣

▪️ผู้แปล : แอดมิน
🔸นี่เป็นงานแปลชิ้นที่ 2 ที่ผมตั้งใจแปลมากๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗻𝗼 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝗲𝘅𝗰𝗲𝗽𝘁 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗲𝘅𝗶𝘀𝘁𝘀 𝘄𝗶𝘁𝗵𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂. 𝗘𝘃𝗲𝗿𝘆𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗲𝗹𝘀𝗲 𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘀𝗼𝗺𝗲𝗼𝗻𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗲𝗹𝗹𝗶𝗻𝗴 𝘆𝗼𝘂.
“มันไม่มีความจริงอื่นใดอีกนอกไปจากความจริงที่อยู่ภายในตัวเธอ ความจริงทั้งหมดที่นอกเหนือไปจากนั้นเป็นความจริงที่คนอื่นกำลังบอกเธอ”
𝗖𝗵𝗮𝗽𝘁𝗲𝗿 𝟰
บทที่ 4️⃣
𝗡 : 𝗪𝗲𝗹𝗹, 𝗜'𝘃𝗲 𝗰𝗲𝗿𝘁𝗮𝗶𝗻𝗹𝘆 𝗵𝗲𝗮𝗿𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝗻𝗲 𝗯𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲. 𝗘𝘃𝗲𝗿𝘆𝗼𝗻𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗵𝗶𝘀 𝗯𝗿𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗶𝘀 𝘁𝗿𝘆𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝘁𝗲𝗹𝗹 𝗺𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗵𝗲 𝗶𝘀 𝗹𝗲𝗮𝗱𝗶𝗻𝗴 𝗺𝗲 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵.
N : ครับ แน่นอนว่าผมเคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน เพราะทุกคนพยายามบอกผมว่าพระองค์กำลังนำผมไปสู่ความจริง
𝗚 : "𝗬𝗲𝘀, 𝗯𝘂𝘁 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝗼𝗻𝗲 𝗽𝗲𝗿𝘀𝗼𝗻 𝗰𝗮𝗻 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲."
G : มันก็ใช่ แต่ทว่ามีอยู่เพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะพาเธอไปพบกับความจริงนั้นได้
𝗡 : 𝗔𝗻𝗱 𝘄𝗵𝗼 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁, 𝘆𝗼𝘂?"
N : แล้วเขาคือใครกันครับ พระองค์หรือ❓
𝗚 : "𝗡𝗼."
G : ไม่ใช่
𝗡 : 𝗧𝗵𝗲𝗻 𝘄𝗵𝗼?
N : งั้นใครครับ❓
𝗚 : "𝗬𝗼𝘂."
G : เธอไง
𝗡 : 𝗠𝗲?
N : ผมงั้นเหรอ❓
𝗚 : "𝗬𝗲𝘀, 𝘆𝗼𝘂. 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝗼𝗻𝗲 𝘄𝗵𝗼 𝗰𝗮𝗻 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵, 𝗯𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝗲𝘅𝗶𝘀𝘁𝘀 𝗶𝗻 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝗼𝗻𝗲 𝗽𝗹𝗮𝗰𝗲."
G : ใช่แล้ว เธอนั่นแหละ เธอเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถนำตัวเองไปสู่ความจริงนั้นได้ เพราะความจริงมีอยู่ในที่แห่งเดียว
𝗡 : 𝗗𝗼𝗻'𝘁 𝘁𝗲𝗹𝗹 𝗺𝗲...𝗶𝘁'𝘀 '𝘄𝗶𝘁𝗵𝗶𝗻 𝗺𝗲.'
N : อย่าบอกนะว่า...มันอยู่ “ในตัวผมเอง”
𝗚 : "𝗧𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗰𝗼𝗿𝗿𝗲𝗰𝘁. 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗻𝗼 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝗲𝘅𝗰𝗲𝗽𝘁 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗲𝘅𝗶𝘀𝘁𝘀 𝘄𝗶𝘁𝗵𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂. 𝗘𝘃𝗲𝗿𝘆𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗲𝗹𝘀𝗲 𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘀𝗼𝗺𝗲𝗼𝗻𝗲 𝗲𝗹𝘀𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗲𝗹𝗹𝗶𝗻𝗴 𝘆𝗼𝘂."
G : ถูกต้องแล้ว #มันไม่มีความจริงอื่นใดอีกนอกไปจากความจริงที่อยู่ภายในตัวเธอ #ความจริงทั้งหมดที่นอกเหนือไปจากนั้นเป็นความจริงที่คนอื่นกำลังบอกเธอ (ซึ่งนั่นเป็นความจริงของคนอื่น ไม่ใช่ของเธอ)
𝗡 : 𝗜𝗻𝗰𝗹𝘂𝗱𝗶𝗻𝗴 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝘀𝗮𝗶𝗱 𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗵𝗲𝗿𝗲!
N : นั่นรวมถึงสิ่งที่พระองค์เพิ่งพูดตอนนี้ด้วย❗
𝗚 : "𝗢𝗳 𝗰𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲. 𝗘𝘅𝗮𝗰𝘁𝗹𝘆."
G : ถูกเผง เธอเข้าใจถูกแล้ว
𝗡 : 𝗧𝗵𝗲𝗻 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗼𝗶𝗻𝘁 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗼𝗹𝗲 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀? 𝗙𝗼𝗿 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗺𝗮𝘁𝘁𝗲𝗿, 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗼𝗶𝗻𝘁 𝗼𝗳 𝗲𝘃𝗲𝗿 𝗹𝗶𝘀𝘁𝗲𝗻𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗮𝗻𝘆𝗯𝗼𝗱𝘆 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗮𝗻𝘆𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴?
N : แล้วประเด็นของการสนทนาทั้งหมดนี้คืออะไรกันครับ❓ สำหรับเรื่องนั้น ประเด็นของการเคยฟังใครสักคนพูดไม่ว่าจะเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ตามคืออะไรกันล่ะครับ❓
𝗚 : "𝗜 𝗱𝗶𝗱 𝗻𝗼𝘁 𝘀𝗮𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗻𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗲𝘅𝘁𝗲𝗿𝗶𝗼𝗿 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻 𝗹𝗲𝗮𝗱 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵. 𝗜 𝘀𝗮𝗶𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝗼𝗻𝗲 𝘄𝗵𝗼 𝗰𝗮𝗻 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲."
G : ฉันไม่ได้บอกว่าสิ่งภายนอกตัวเธอจะนำเธอไปสู่ความจริงของเธอไม่ได้ ฉันบอกว่าเธอเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่พาตัวเองไปสู่ความจริงที่เป็นของเธอเองได้
𝗡 : 𝗬𝗲𝘁 𝗶𝗳 𝗜 𝗸𝗻𝗲𝘄 𝗺𝘆 𝗼𝘄𝗻 𝘄𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵. 𝗜 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱𝗻'𝘁 𝗯𝗲 𝗮𝘀𝗸𝗶𝗻𝗴 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗶𝘁. 𝗜 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱𝗻'𝘁 𝗯𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗱𝗶𝗮𝗹𝗼𝗴𝘂𝗲, 𝗻𝗼𝘄, 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗜?
N : แต่ถ้าผมรู้วิธีที่จะนำตัวเองไปสู่ความจริงที่เกี่ยวกับชีวิตและความตายได้ด้วยตัวเอง ผมก็คงไม่ถามพระองค์เกี่ยวกับเรื่องนี้ ผมก็คงไม่ได้กำลังพูดคุยกับพระองค์อยู่ในตอนนี้ ใช่ไหมครับ❓นั่นก็เพราะผมไม่รู้ เราถึงได้มาพูดคุยกันอยู่อย่างนี้
𝗔 𝗹𝗼𝘁 𝗼𝗳 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝘄𝗵𝗼 𝗜 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗽𝗿𝗮𝘆 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗶𝘁. 𝗧𝗵𝗲𝘆 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗽𝗿𝗮𝘆 𝗳𝗼𝗿 𝗮𝗻 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿, 𝗳𝗼𝗿 𝘀𝗼𝗺𝗲 𝗴𝘂𝗶𝗱𝗮𝗻𝗰𝗲, 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗳𝗮𝗰𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗱𝗲𝗲𝗽𝗲𝘀𝘁 𝗾𝘂𝗲𝘀𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵.
𝗔𝗻𝗱 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝗽𝗿𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝗚𝗼𝗱 𝗳𝗼𝗿 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿𝘀, 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗻 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗴𝗲𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗺—𝗼𝗳𝘁𝗲𝗻 𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗰𝗹𝗲𝗮𝗿𝗹𝘆—𝘁𝗵𝗲𝘆 𝘀𝗮𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗚𝗼𝗱 𝗵𝗮𝘀 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿𝗲𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗽𝗿𝗮𝘆𝗲𝗿𝘀.
หลายคนที่ผมรู้จักอธิษฐานเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขาสวดอ้อนวอนเพื่อขอคำตอบ เพื่อขอคำแนะนำบางอย่าง ในขณะที่ต้องเผชิญหน้ากับคําถามที่ลึกซึ้งที่สุดในชีวิตของพวกเขา นั่นก็คือเรื่องที่เกี่ยวกับชีวิตและความตาย และเมื่อผู้คนสวดอ้อนวอนขอคำตอบจากพระเจ้า แล้วพวกเขาก็ได้รับคำตอบ —ซึ่งบ่อยครั้งคำตอบที่ได้รับก็ชัดเจนมาก— พวกเขาจึงบอกว่าพระเจ้าได้ตอบคำอธิษฐานของพวกเขา
𝗬𝗼𝘂 𝗺𝗶𝗴𝗵𝘁 𝘀𝗮𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗜 𝗮𝗺 𝗵𝗮𝘃𝗶𝗻𝗴 𝗵𝗲𝗿𝗲. 𝗧𝗵𝗶𝘀 𝗳𝗲𝗲𝗹𝘀 𝘁𝗼 𝗺𝗲, 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗼𝗹𝗲 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗳𝗲𝗲𝗹𝘀 𝘁𝗼 𝗺𝗲, 𝗹𝗶𝗸𝗲 𝗮 𝗳𝗼𝗿𝗺 𝗼𝗳 𝗽𝗿𝗮𝘆𝗲𝗿, 𝘁𝗼 𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝗜 𝗮𝗺 𝗿𝗲𝗰𝗲𝗶𝘃𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿.
พระองค์อาจบอกว่าการสนทนานี้เป็นเพียงประสบการณ์ที่ผมได้รับที่นี่ (ไม่ใช่ความจริงที่เป็นของผมเอง) แต่สำหรับผมมันรู้สึกเหมือน การสนทนาทั้งหมดนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็นรูปแบบหนึ่งของการอธิษฐานเพื่อขอคำตอบ และผมก็ได้รับคำตอบ
𝗚 : "𝗧𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝘄𝗼𝗻𝗱𝗲𝗿𝗳𝘂𝗹 𝘀𝘁𝗮𝘁𝗲𝗺𝗲𝗻𝘁, 𝗯𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝗶𝘁 𝗵𝗮𝗽𝗽𝗲𝗻𝘀 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝘁𝗿𝘂𝗲!"
G : นั่นเป็นการอธิบายที่ยอดเยี่ยมมาก เพราะมันเป็นแบบนั้นจริงๆ❗
𝗡 : 𝗧𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝘄𝗵𝘆 𝗜 𝗮𝗺 𝗸𝗲𝗲𝗽𝗶𝗻𝗴 𝗮 𝗿𝗲𝗰𝗼𝗿𝗱 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗼𝗹𝗲 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻, 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗼𝗹𝗲 𝗽𝗿𝗼𝗰𝗲𝘀𝘀. 𝗜'𝗺 𝘄𝗿𝗶𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗲𝘃𝗲𝗿𝘆𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗱𝗼𝘄𝗻.
N : นั่นคือเหตุผลที่ผมบันทึกการสนทนาทั้งหมดนี้ กระบวนการทั้งหมดนี้เอาไว้ ผมจดทุกอย่างลงไปในบันทึกโดยไม่มีตกหล่นแม้แต่คำเดียว
𝗚 : "𝗝𝘂𝘀𝘁 𝗯𝗲 𝗰𝗮𝗿𝗲𝗳𝘂𝗹 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗱𝗼𝗲𝘀 𝗻𝗼𝘁 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲 𝗶𝗻 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗶𝗺𝗽𝗿𝗲𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗰𝗹𝗮𝗿𝗶𝘁𝘆 𝗹𝗶𝗲𝘀 𝗼𝘂𝘁𝘀𝗶𝗱𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲𝗺, 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝘁𝗼 𝗴𝗼 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗲𝗹𝘀𝗲—𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂, 𝗳𝗼𝗿 𝗶𝗻𝘀𝘁𝗮𝗻𝗰𝗲—𝗳𝗼𝗿 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿𝘀.
𝗕𝗲 𝗰𝗮𝗿𝗲𝗳𝘂𝗹 𝗻𝗼𝘁 𝘁𝗼 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲 𝗮 𝘀𝗶𝘁𝘂𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀 𝗲𝗻𝘃𝘆 𝘆𝗼𝘂 𝗳𝗼𝗿 𝗵𝗮𝘃𝗶𝗻𝗴 𝗳𝗼𝘂𝗻𝗱 𝗮 𝘄𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝘄𝗶𝘀𝗱𝗼𝗺, 𝗳𝗼𝗿 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝘁𝗵𝗲𝗻 𝘄𝗮𝗻𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝘀𝗵𝗼𝘄 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗮𝘆, 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗯𝗲 𝗰𝗼𝘂𝗻𝘁𝗲𝗿𝗽𝗿𝗼𝗱𝘂𝗰𝘁𝗶𝘃𝗲, 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗲𝘃𝗲𝗻 𝗯𝗲 𝗱𝗮𝗻𝗴𝗲𝗿𝗼𝘂𝘀."
G : เพียงระวังอย่าให้การสนทนานี้สร้างความประทับใจให้กับผู้อื่นว่าความจริงนั้นอยู่นอกตัวพวกเขา และพวกเขาต้องไปหาคำตอบเอาจากที่อื่น —เช่นต้องมาหาคำตอบเอากับเธอ อะไรแบบนั้นเป็นต้น— จงระวังอย่าสร้างสถานการณ์ให้คนอื่นอิจฉาเธอที่ค้นพบหนทางไปสู่ปัญญา เพราะพวกเขาจะต้องการให้เธอแสดงหนทางนั้นให้พวกเขาเห็น ซึ่งนั่นจะเป็นการประวิงเวลาและเป็นตัวขัดขวางความก้าวหน้า และอาจเป็นอันตรายอีกด้วย
𝗡 : 𝗗𝗮𝗻𝗴𝗲𝗿𝗼𝘂𝘀?
N : เป็นอันตรายงั้นหรือครับ?
𝗚 : "𝗧𝗵𝗲 𝗱𝗮𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝘀𝘁𝗮𝗿𝘁 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗮𝗰𝗰𝗲𝘀𝘀 𝘁𝗼 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿𝘀 𝗳𝗿𝗼𝗺 𝗚𝗼𝗱 𝘁𝗼 𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁, 𝘆𝗼𝘂'𝗹𝗹 𝗯𝗲𝗰𝗼𝗺𝗲 𝗱𝗮𝗻𝗴𝗲𝗿𝗼𝘂𝘀. 𝗦𝗼 𝗶𝘁'𝘀 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗷𝗼𝗯 𝘁𝗼 𝗱𝗼 𝘄𝗵𝗮𝘁𝗲𝘃𝗲𝗿 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻 𝘁𝗼 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝘀𝘂𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱 𝗱𝗼𝗲𝘀 𝗻𝗼𝘁 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗼𝗳 𝘆𝗼𝘂.
𝗬𝗼𝘂 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗯𝗲 𝘄𝗲𝗹𝗹 𝗮𝗱𝘃𝗶𝘀𝗲𝗱 𝘁𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗹𝗲𝘁 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝗮 𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗮𝗹 𝗰𝗮𝘀𝗲 𝗼𝘂𝘁 𝗼𝗳 𝘆𝗼𝘂.
G : วันที่คนอื่นเริ่มเชื่อว่าเธอสามารถเข้าถึงคำตอบจากพระเจ้าได้โดยที่พวกเขาทำแบบเธอไม่ได้ เธอจะตกอยู่ในอันตราย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้แน่ใจว่าโลกจะไม่คิดแบบนั้นกับเธอ เธอจะได้รับคำแนะนำอย่างดีที่จะไม่ปล่อยให้โลกสร้างเธอให้เป็นกรณีพิเศษ (ที่สามารถติดต่อกับพระเจ้าได้โดยตรง)
"𝗧𝗮𝗸𝗲 𝘄𝗵𝗮𝘁𝗲𝘃𝗲𝗿 𝗺𝗲𝗮𝘀𝘂𝗿𝗲𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝗺𝗮𝘆 𝗯𝗲 𝗿𝗲𝗾𝘂𝗶𝗿𝗲𝗱 𝘁𝗼 '𝗱𝗲-𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗮𝗹𝗶𝘇𝗲' 𝘆𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲𝗹𝗳. 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗮𝗹, 𝗼𝗳 𝗰𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲. 𝗧𝗵𝗲 𝗶𝗱𝗲𝗮 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗼 𝗲𝗹𝗶𝗺𝗶𝗻𝗮𝘁𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁 𝗶𝗻 𝗮𝗻𝘆𝗼𝗻𝗲 𝗲𝗹𝘀𝗲'𝘀 𝗺𝗶𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝘀𝗼𝗺𝗲𝗵𝗼𝘄 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗮𝗹 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀."
จงใช้มาตรการใดๆก็ตามที่เธอคิดว่ามันอาจจำเป็นในการที่จะ “ลด–ความพิเศษ” ของตัวเธอลง แน่นอนว่าเธอเป็นคนที่พิเศษ และแนวคิดต่อไปนี้คือวิธีการขจัดความคิดในใจของใครก็ตามที่คิดว่าเธอพิเศษมากกว่าคนอื่นๆ
𝗡 : 𝗪𝗵𝗮𝘁 𝗱𝗼 𝘆𝗼𝘂 𝘀𝘂𝗴𝗴𝗲𝘀𝘁?
N : พระองค์จะแนะนำว่าอะไรครับ❓
𝗚 : "𝗗𝗼 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼𝘁𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗼𝘂𝘁 𝗼𝗳 𝗰𝗵𝗮𝗿𝗮𝗰𝘁𝗲𝗿 𝗳𝗼𝗿 𝘁𝗵𝗲 𝗸𝗶𝗻𝗱 𝗼𝗳 𝗽𝗲𝗿𝘀𝗼𝗻 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝗺𝗮𝘆 𝘄𝗮𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝗶𝗺𝗮𝗴𝗶𝗻𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴—𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗮 '𝘀𝗮𝗶𝗻𝘁 𝗼𝗿 𝗮 '𝗴𝘂𝗿𝘂' 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗻𝗲𝘃𝗲𝗿 𝗱𝗼. 𝗠𝗮𝗻𝗮𝗴𝗲 𝗮 𝗿𝗼𝗰𝗸 𝗯𝗮𝗻𝗱. 𝗕𝗲𝗰𝗼𝗺𝗲 𝗮 𝘀𝘁𝗮𝗻𝗱-𝘂𝗽 𝗰𝗼𝗺𝗶𝗰. 𝗢𝗽𝗲𝗻 𝗮 𝗯𝗼𝘄𝗹𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗹𝗹𝗲𝘆."
G : ทำอะไรก็ได้ที่ไม่เหมือนคนแบบที่ผู้คนอาจจินตนาการว่าเธอเป็น อย่างเช่น สิ่งที่พวก “นักบุญ” หรือ “คุรุ (กูรู)” ไม่มีวันทำโดยสิ้นเชิง เช่นการ จัดวงดนตรีร็อค เป็นนักเล่าเรื่องตลก เปิดลานโบว์ลิ่ง อะไรแบบนั้นเป็นต้น
𝗡 : 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝗻𝗼 𝘀𝗮𝗶𝗻𝘁𝘀 𝘄𝗵𝗼 𝗼𝘄𝗻 𝗯𝗼𝘄𝗹𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗹𝗹𝗲𝘆𝘀? 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝗻𝗼 𝗴𝘂𝗿𝘂𝘀 𝘄𝗵𝗼 𝗮𝗿𝗲 𝘀𝘁𝗮𝗻𝗱-𝘂𝗽 𝗰𝗼𝗺𝗶𝗰𝘀?
N : ไม่มีนักบุญที่เป็นเจ้าของลานโบว์ลิ่ง❓ ไม่มีคุรุที่เป็นนักเล่าเรื่องตลกอยู่เลยหรือครับ❓
𝗚 : "𝗔𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝗸𝗶𝗱𝗱𝗶𝗻𝗴? 𝗧𝗵𝗲𝘆 𝗔𝗟𝗟 𝗮𝗿𝗲."
G : ตลกน่า พวกเขาทุกคนเป็นทั้งหมดนั้นนั่นแหละ★
★ตรงนี้มีความหมายแฝงนะครับ หมายความว่า ท่านเหล่านั้นเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง และทุกสิ่งทุกอย่างก็เป็นท่านนั่นเอง –ผู้แปล–
𝗡 : 𝗕𝗮-𝗱𝗮-𝗕𝗢𝗢𝗠.
N : อ้าววว❗
𝗚 : "𝗜𝘁'𝘀 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗮𝗿𝗲. 𝗧𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗼𝗶𝗻𝘁. 𝗦𝗼, 𝗱𝗼 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗼𝘂𝘁𝗿𝗮𝗴𝗲𝗼𝘂𝘀, 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝘀𝗰𝗿𝗮𝘁𝗰𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗱𝘀, 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝗱𝗲𝗻𝘆𝗶𝗻𝗴 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗮𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀, 𝗮𝗻𝗱 𝗲𝘃𝗲𝗻 𝗮𝗰𝗰𝘂𝘀𝗶𝗻𝗴 𝘆𝗼𝘂 𝗼𝗳 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴 𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗨𝗡-𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗮𝗹."
G : เพียงแต่คนทั่วไปไม่คิดว่าพวกเขาเป็นทั้งหมดนั่น นั่นแหละคือประเด็น ดังนั้น จงทำบางสิ่งที่อุกอาจ ทำบางสิ่งที่ทําให้ผู้คนต้องเกาหัว (งง) บางสิ่งที่จะทำให้พวกเขาปฏิเสธความพิเศษของเธอ และยังกล่าวหาว่าเธอเป็นผู้ที่ ไม่เห็นจะมี-ความพิเศษอะไรเลย (ไม่เห็นจะวิเศษวิโสอะไรตรงไหนเลย)
𝗡 : 𝗛𝗲𝗰𝗸, 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝘁𝗲𝗹𝗹𝗶𝗻𝗴 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝘀𝘁𝗼𝗿𝘆 𝗼𝗳 𝗺𝘆 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝘀𝗵𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗯𝗲 𝗲𝗻𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘁𝗼 𝗴𝗲𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝘁𝗼 𝗱𝗼 𝘁𝗵𝗮𝘁. 𝗜'𝘃𝗲 𝗺𝗮𝗱𝗲 𝗲𝗻𝗼𝘂𝗴𝗵 𝗺𝗶𝘀𝘁𝗮𝗸𝗲𝘀, 𝗱𝗼𝗻𝗲 𝗲𝗻𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗻𝗼 𝗼𝗻𝗲 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗮𝗽𝗽𝗿𝗼𝘃𝗲 𝗼𝗳, 𝘁𝗼 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝗶𝘁 𝗶𝗺𝗽𝗼𝘀𝘀𝗶𝗯𝗹𝗲 𝗳𝗼𝗿 𝗮𝗻𝘆𝗼𝗻𝗲 𝘁𝗼 𝗵𝗼𝗹𝗱 𝗺𝗲 𝗶𝗻 𝗮 𝘃𝗲𝗿𝘆 𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗮𝗹 𝗽𝗹𝗮𝗰𝗲.
N : หึ แค่เล่าเรื่องชีวิตของผมให้คนอื่นฟังก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาคิดแบบนั้นครับ ผมทำสิ่งที่ผิดพลาดมามากพอ ทำในสิ่งที่ไม่มีใครเห็นด้วยมากพอที่จะทำให้มันเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครจับผมขึ้นหิ้งไปอยู่ในจุดที่พิเศษสุดๆได้
𝗚 : "𝗜𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗮𝗻 𝗜𝗺𝗽𝗲𝗿𝗳𝗲𝗰𝘁 𝗠𝗲𝘀𝘀𝗲𝗻𝗴𝗲𝗿--𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝗺𝗮𝗸𝗲𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝗽𝗲𝗿𝗳𝗲𝗰𝘁."
G: เป็นเรื่องจริงที่เธอเป็นผู้ส่งสารที่ไม่สมบูรณ์แบบ—ซึ่งนั่นทำให้เธอสมบูรณ์แบบ (ในแบบที่เธอเป็น)
𝗡 : 𝗕𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝗻𝗼 𝗼𝗻𝗲 𝗰𝗮𝗻 𝗰𝗼𝗻𝗳𝘂𝘀𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗠𝗲𝘀𝘀𝗮𝗴𝗲 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗲 𝗺𝗲𝘀𝘀𝗲𝗻𝗴𝗲𝗿.
N : เพราะผู้คนมีความสามารถพอที่จะแยกแยะระหว่างตัวสารกับผู้ส่งสารได้ คงไม่มีใครเอามันไปปนกันหรอกครับ
𝗚 : "𝗡𝗼𝘁 𝗹𝗶𝗸𝗲𝗹𝘆. 𝗨𝗻𝗹𝗲𝘀𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗹𝗹𝗼𝘄 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝘁𝗼. 𝗦𝗼 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝗸𝗲𝗲𝗽 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴 𝗵𝘂𝗺𝗮𝗻. 𝗙𝗼𝗿𝗴𝗶𝘃𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲𝗹𝗳, 𝗮𝗻𝗱 𝗮𝘀𝗸 𝘁𝗵𝗲 𝗳𝗼𝗿𝗴𝗶𝘃𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗼𝗳 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀, 𝗳𝗼𝗿 𝗮𝗹𝗹 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗺𝗶𝘀𝘁𝗮𝗸𝗲𝘀, 𝗼𝗹𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝗻𝗲𝘄. 𝗧𝗵𝗲𝗻 𝗴𝗼 𝗼𝘂𝘁 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗲𝗹𝗹 𝗲𝘃𝗲𝗿𝘆𝗯𝗼𝗱𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿𝘀 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝘀𝗲𝗲𝗸 𝗹𝗶𝗲 𝘄𝗶𝘁𝗵𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲𝗺.
G : ก็คงเป็นอย่างที่เธอว่า เว้นแต่เธอจะอนุญาตให้พวกเขาทำอย่างนั้น (โดยไม่ชี้แจ้งเอาไว้อย่างชัดเจน) ดังนั้น จงเป็นมนุษย์ในแบบที่เธอเป็นต่อไป จงให้อภัยตัวเอง และขอผู้อื่นให้ให้อภัยเธอสำหรับความผิดพลาดที่เธอได้ทำ ทั้งเก่าและใหม่ จากนั้นจงออกไปบอกกับทุกคนว่าคำตอบที่พวกเขาแสวงหานั้นมีอยู่ในตัวของพวกเขาเองอยู่แล้ว
(((จบบทที่ 4)))

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา