Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
หนังสือสนทนากับพระเจ้า
•
ติดตาม
24 มี.ค. 2023 เวลา 05:40 • หนังสือ
#6 HWG. — บทที่ 6️⃣ (ส่วนที่ 1)
▪️ผู้แปล : แอดมิน
🔸นี่เป็นงานแปลชิ้นที่ 2 ที่ผมตั้งใจแปลมากๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
𝗙𝗢𝗨𝗥𝗧𝗛 𝗥𝗘𝗠𝗘𝗠𝗕𝗥𝗔𝗡𝗖𝗘
ความทรงจำที่ 4️⃣
𝗪𝗵𝗮𝘁𝗲𝘃𝗲𝗿 𝘆𝗼𝘂 𝗱𝗼, 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘀𝗮𝗶𝗱 𝗵𝗲𝗿𝗲.
“ไม่ว่าเธอจะทำอะไร จงอย่าเชื่อสิ่งที่กล่าวเอาไว้ที่นี่”
𝗖𝗵𝗮𝗽𝘁𝗲𝗿 𝟲
บทที่ 6️⃣
𝗡 : 𝗔𝗵! 𝗦𝗼 𝘀𝗼𝗺𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵𝘀 𝗮𝗿𝗲 𝗯𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀.
N : อ่าาา❗ นั่นก็แสดงว่ามีบางเส้นทางที่ดีกว่าเส้นทางอื่นๆ
𝗚 : "𝗟𝗲𝘀𝘀 𝗮𝗿𝗱𝘂𝗼𝘂𝘀' 𝗶𝘀 𝗮 𝗳𝗮𝗰𝘁𝘂𝗮𝗹 𝗱𝗲𝘀𝗰𝗿𝗶𝗽𝘁𝗶𝗼𝗻, '𝗯𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿' 𝗶𝘀 𝗮 𝗷𝘂𝗱𝗴𝗺𝗲𝗻𝘁. 𝗪𝗵𝗶𝗰𝗵 𝗼𝗯𝘀𝗲𝗿𝘃𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗯𝗿𝗶𝗻𝗴𝘀 𝘂𝘀 𝘁𝗼..."
G : “ลำบากน้อยกว่า หรือ เหนื่อยน้อยกว่า” เป็นคำอธิบายที่เป็นข้อเท็จจริง ส่วน “ดีกว่า” คือการตัดสิน (พิพากษา) ซึ่งเป็นข้อสังเกตที่จะนําเราไปสู่...
𝗧𝗛𝗘 𝗙𝗢𝗨𝗥𝗧𝗛 𝗥𝗘𝗠𝗘𝗠𝗕𝗥𝗔𝗡𝗖𝗘
ความทรงจำที่ 4️⃣
𝗡𝗼 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝗯𝗮𝗰𝗸 𝗛𝗼𝗺𝗲 𝗶𝘀 𝗯𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗮𝗻𝘆 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗽𝗮𝘁𝗵.
“ไม่มีเส้นทางกลับบ้านเส้นใดดีกว่าเส้นทางอื่นๆ”
𝗡 : 𝗔𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝘀𝘂𝗿𝗲? 𝗣𝗹𝗲𝗮𝘀𝗲, 𝗱𝗲𝗮𝗿 𝗚𝗼𝗱, 𝗽𝗹𝗲𝗮𝘀𝗲. 𝗜 𝗻𝗲𝗲𝗱 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝗰𝗲𝗿𝘁𝗮𝗶𝗻 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝘁𝗵𝗶𝘀. 𝗡𝗲𝗮𝗿𝗹𝘆 𝗲𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗿𝗲𝗹𝗶𝗴𝗶𝗼𝗻 𝗼𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗳𝗮𝗰𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝗲𝗮𝗿𝘁𝗵 𝘀𝗮𝘆𝘀 𝗲𝘅𝗮𝗰𝘁𝗹𝘆 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝗽𝗽𝗼𝘀𝗶𝘁𝗲.
N : พระองค์แน่ใจหรือครับ❓ ได้โปรดเถอะ พระเจ้า ได้โปรด ผมต้องการความมั่นใจ 100 % ในเรื่องนี้ เพราะเกือบทุกศาสนาบนโลกนี้พูดตรงข้ามกับเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง
𝗚 : "𝗜 𝘀𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗴𝗮𝗶𝗻, 𝘀𝗼 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗰𝗮𝗻 𝗯𝗲 𝗻𝗼 𝗹𝗮𝗰𝗸 𝗼𝗳 𝗰𝗹𝗮𝗿𝗶𝘁𝘆: 𝗻𝗼 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝗯𝗮𝗰𝗸 𝗛𝗼𝗺𝗲 𝗶𝘀 𝗯𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗮𝗻𝘆 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗽𝗮𝘁𝗵.
G : ฉันจะบอกกับเธออีกครั้ง เพื่อที่เธอจะได้ไม่สับสน และมั่นใจได้อย่าง 100 % : ไม่มีเส้นทางกลับบ้านเส้นใดที่ดีกว่าเส้นทางอื่นๆ
"𝗔𝗹𝗹 𝗽𝗮𝘁𝗵𝘀 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲, 𝗯𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝗮𝗹𝗹 𝗶𝘁 𝘁𝗮𝗸𝗲𝘀 𝘁𝗼 𝗴𝗲𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝗱𝗲𝘀𝗶𝗿𝗲, 𝗮 𝗽𝘂𝗿𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗼𝗽𝗲𝗻 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁, 𝗮𝗻𝗱 𝗳𝗮𝗶𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗚𝗼𝗱 𝗵𝗮𝘀 𝗻𝗼 𝗿𝗲𝗮𝘀𝗼𝗻 𝘁𝗼 𝘀𝗮𝘆, '𝗡𝗼, 𝘆𝗼𝘂 𝗺𝗮𝘆 𝗻𝗼𝘁 𝗯𝗲 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗺𝗲,' 𝘁𝗼 𝗮𝗻𝘆 𝗽𝗲𝗿𝘀𝗼𝗻 𝗳𝗼𝗿 𝗮𝗻𝘆 𝗿𝗲𝗮𝘀𝗼𝗻, 𝗹𝗲𝗮𝘀𝘁 𝗼𝗳 𝗮𝗹𝗹 𝗯𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝘁𝗵𝗲𝘆'𝘃𝗲 𝘀𝗶𝗺𝗽𝗹𝘆 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲𝗱 𝗶𝗻 𝗚𝗼𝗱 𝗶𝗻 𝗮 𝗱𝗶𝗳𝗳𝗲𝗿𝗲𝗻𝘁 𝘄𝗮𝘆.
ทุกเส้นทางสามารถพาเธอไปถึงจุดหมายปลายทางได้ เพราะทั้งหมดที่เธอจำเป็นต้องทำเพื่อไปให้ไปถึงจุดหมายก็คือการมีความปรารถนาอย่างแท้จริงที่จะไปให้ถึง การมีหัวใจที่บริสุทธิ์และเปิดกว้าง และการมีศรัทธาว่าพระเจ้านั้นไม่มีเหตุผลใดๆที่จะบอกกับเธอและมนุษย์คนใดว่า “ไม่ เธอไม่อาจอยู่กับฉันได้” ที่ศาสนาเกือบทั้งหมดบอกว่าเส้นทางของตนนั้นดีกว่าก็เพราะพวกเขาเพียงแค่เชื่อในพระเจ้าในแบบที่ต่างไปเท่านั้นเอง
"𝗔𝗹𝗹 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝗿𝗲𝗹𝗶𝗴𝗶𝗼𝗻𝘀 𝗮𝗿𝗲 𝘄𝗼𝗻𝗱𝗲𝗿𝗳𝘂𝗹 𝗮𝗻𝗱 𝗮𝗹𝗹 𝘁𝗿𝘂𝗲 𝘀𝗽𝗶𝗿𝗶𝘁𝘂𝗮𝗹 𝘁𝗲𝗮𝗰𝗵𝗶𝗻𝗴𝘀 𝗮𝗿𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵𝘀 𝘁𝗼 𝗚𝗼𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝗻𝗼 𝗼𝗻𝗲 𝗿𝗲𝗹𝗶𝗴𝗶𝗼𝗻 𝗮𝗻𝗱 𝗻𝗼 𝗼𝗻𝗲 𝘁𝗲𝗮𝗰𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗶𝘀 𝗺𝗼𝗿𝗲 '𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁' 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗮𝗻𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿. 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗼𝗻𝗲 𝘄𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝗺𝗼𝘂𝗻𝘁𝗮𝗶𝗻𝘁𝗼𝗽.
ศาสนาที่แท้จริงทั้งหมดนั้นยอดเยี่ยม และคำสอนทางจิตวิญญาณที่แท้จริงทั้งหมดก็เป็นเส้นทางไปสู่พระเจ้า ไม่มีศาสนาใดและไม่มีคำสอนใดที่ “ถูกต้อง” มากไปกว่าศาสนาอื่นหรือคำสอนอื่น เส้นทางขึ้นสู่ยอดเขานั้นมีมากกว่าหนึ่งเส้นทาง
"𝗥𝗲𝗹𝗶𝗴𝗶𝗼𝗻 𝘄𝗮𝘀 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲𝗱 𝗯𝘆 𝗵𝘂𝗺𝗮𝗻 𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲𝘀 𝘁𝗼 𝗮𝘀𝘀𝗶𝘀𝘁 𝘁𝗵𝗼𝘀𝗲 𝘄𝗵𝗼 𝗮𝗿𝗲 𝗯𝗼𝗿𝗻 𝗶𝗻𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗼𝘀𝗲 𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲𝘀 𝗶𝗻 𝗸𝗻𝗼𝘄𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻𝗱 𝘂𝗻𝗱𝗲𝗿𝘀𝘁𝗮𝗻𝗱𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗮𝗻 𝗲𝘃𝗲𝗿-𝗽𝗿𝗲𝘀𝗲𝗻𝘁 𝘀𝗼𝘂𝗿𝗰𝗲 𝗼𝗳 𝗵𝗲𝗹𝗽 𝗶𝗻 𝘁𝗶𝗺𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗻𝗲𝗲𝗱, 𝘀𝘁𝗿𝗲𝗻𝗴𝘁𝗵 𝗶𝗻 𝘁𝗶𝗺𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗰𝗵𝗮𝗹𝗹𝗲𝗻𝗴𝗲, 𝗰𝗹𝗮𝗿𝗶𝘁𝘆 𝗶𝗻 𝘁𝗶𝗺𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗰𝗼𝗻𝗳𝘂𝘀𝗶𝗼𝗻, 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗮𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻 𝗶𝗻 𝘁𝗶𝗺𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗽𝗮𝗶𝗻.
ศาสนาแต่ละศาสนาถูกสร้างขึ้นโดยมีรากฐานมาจากคติความเชื่อทางวัฒนธรรมพื้นถิ่นนั้นๆของมนุษย์ เพื่อให้การช่วยเหลือผู้คนที่เกิดและเติบโตขึ้นมาในวัฒนธรรมเหล่านั้นให้รับรู้และเข้าใจว่ามีแหล่งที่สามารถให้ความช่วยเหลือพวกเขาได้ตลอดเวลา ในเวลาที่พวกเขาต้องการความเข้มแข็งในช่วงเวลาแห่งความท้าทาย ให้ความชัดเจนในช่วงเวลาแห่งความสับสน และให้ความเห็นอกเห็นใจในช่วงเวลาแห่งความเจ็บปวด
"𝗥𝗲𝗹𝗶𝗴𝗶𝗼𝗻 𝗶𝘀 𝗮𝗹𝘀𝗼 𝗮 𝗺𝗮𝗻𝗶𝗳𝗲𝘀𝘁𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗼𝗳 𝗵𝘂𝗺𝗮𝗻𝗸𝗶𝗻𝗱'𝘀 𝗶𝗻𝘀𝘁𝗶𝗻𝗰𝘁𝗶𝘃𝗲 𝗮𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗿𝗶𝘁𝘂𝗮𝗹𝘀, 𝘁𝗿𝗮𝗱𝗶𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀, 𝗰𝗲𝗿𝗲𝗺𝗼𝗻𝗶𝗲𝘀, 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝘂𝘀𝘁𝗼𝗺𝘀 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗲𝗻𝗼𝗿𝗺𝗼𝘂𝘀 𝘃𝗮𝗹𝘂𝗲 𝗮𝘀 𝗺𝗮𝗿𝗸𝗲𝗿𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗮𝘀𝘀𝗲𝗿𝘁 𝗮 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲'𝘀 𝗽𝗿𝗲𝘀𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱,
𝗮𝗻𝗱 𝗮𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗮𝗱𝗵𝗲𝘀𝗶𝘃𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘀𝗲𝗰𝘂𝗿𝗲𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗽𝗿𝗲𝘀𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗯𝘆 𝗵𝗼𝗹𝗱𝗶𝗻𝗴 𝗮 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲'𝘀 𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲 𝘁𝗼𝗴𝗲𝘁𝗵𝗲𝗿.
ศาสนายังเป็นการแสดงให้เห็นถึงการตระหนักรู้โดยสัญชาตญาณของมนุษยชาติว่าพิธีกรรม ประเพณี พิธีการ และขนบธรรมเนียมหรือค่านิยมเหล่านั้นต่างมีคุณค่ามหาศาลในฐานะเครื่องหมายที่ยืนยันถึงการมีอยู่ของผู้คนบนโลก และเป็นเสมือนเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจของผู้คนในวัฒนธรรมนั้น ๆ เข้าด้วยกัน หรือก็คือ ศาสนาเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้คนในวัฒนธรรมนั้นๆนั่นเอง
"𝗘𝗮𝗰𝗵 𝗰𝘂𝗹𝘁𝘂𝗿𝗲 𝗵𝗮𝘀 𝗶𝘁𝘀 𝗯𝗲𝗮𝘂𝘁𝗶𝗳𝘂𝗹 𝗮𝗻𝗱 𝘀𝗶𝗻𝗴𝘂𝗹𝗮𝗿 𝘁𝗿𝗮𝗱𝗶𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗵𝗼𝗻𝗼𝗿𝗶𝗻𝗴 𝗮 𝗯𝗲𝗮𝘂𝘁𝗶𝗳𝘂𝗹 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗲𝗻𝘁𝗿𝗮𝗹 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵: 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝘀𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗹𝗮𝗿𝗴𝗲𝗿 𝗮𝗻𝗱 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗶𝗺𝗽𝗼𝗿𝘁𝗮𝗻𝘁 𝗶𝗻 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗼𝗻𝗲'𝘀 𝗼𝘄𝗻 𝗱𝗲𝘀𝗶𝗿𝗲𝘀, 𝗼𝗿 𝗲𝘃𝗲𝗻 𝗼𝗻𝗲'𝘀 𝗼𝘄𝗻 𝗻𝗲𝗲𝗱𝘀;
𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗶𝘁𝘀𝗲𝗹𝗳 𝗶𝘀 𝗮 𝗺𝘂𝗰𝗵 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗽𝗿𝗼𝗳𝗼𝘂𝗻𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝗳𝗮𝗿 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗺𝗲𝗮𝗻𝗶𝗻𝗴𝗳𝘂𝗹 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝗮𝘁 𝗳𝗶𝗿𝘀𝘁 𝗶𝗺𝗮𝗴𝗶𝗻𝗲;
𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗻 𝗹𝗼𝘃𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗺𝘂𝘁𝘂𝗮𝗹 𝗰𝗼𝗻𝗰𝗲𝗿𝗻 𝗮𝗻𝗱 𝗳𝗼𝗿𝗴𝗶𝘃𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗶𝘃𝗶𝘁𝘆 𝗮𝗻𝗱 𝗽𝗹𝗮𝘆𝗳𝘂𝗹𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲 𝗷𝗼𝗶𝗻𝗶𝗻𝗴 𝗼𝗳 𝗵𝗮𝗻𝗱𝘀 𝗶𝗻 𝗮 𝘂𝗻𝗶𝘁𝗲𝗱 𝗲𝗳𝗳𝗼𝗿𝘁 𝘁𝗼 𝗮𝗰𝗵𝗶𝗲𝘃𝗲 𝗮 𝗰𝗼𝗺𝗺𝗼𝗻 𝗴𝗼𝗮𝗹 𝗶𝗻 𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗯𝗲 𝗳𝗼𝘂𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲 𝗱𝗲𝗲𝗽𝗲𝘀𝘁 𝘀𝗮𝘁𝗶𝘀𝗳𝗮𝗰𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲 𝗺𝗼𝘀𝘁 𝘄𝗼𝗻𝗱𝗿𝗼𝘂𝘀 𝗷𝗼𝘆𝘀 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝗵𝘂𝗺𝗮𝗻 𝗲𝗻𝗰𝗼𝘂𝗻𝘁𝗲𝗿.
แต่ละวัฒนธรรมมีประเพณีที่สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ ที่ให้ความเคารพความจริงอันสวยงามและความจริงที่เป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คน : นั่นคือ มีบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญในชีวิตมากกว่าความต้องการหรือความใคร่ของตัวเอง หรือแม้แต่ความจำเป็น-ขาดไม่ได้ของตัวเอง ว่าชีวิตนั้นเป็นอะไรที่ลึกซึ้งและมีความหมายมากกว่าที่ตนคิดไว้ในตอนแรก;
ซึ่งนั่นก็คือ การมีความรัก การมีความห่วงใยและเห็นอกเห็นใจซึ่งกันและกัน การให้อภัย การสร้างสรรค์ในสิ่งต่างๆ ความสนุกสนานในการใช้ชีวิต การจับมือกันเพื่อพยายามให้บรรลุถึงเป้าหมายที่มีร่วมกัน ที่ซึ่งมนุษย์จะได้พบกับความพึงพอใจอันลึกซึ้งที่สุด และความสุขที่มหัศจรรย์ที่สุดในการได้มีปฏิสัมพันธ์ต่อกัน★
★มีประสบการณ์มากมาย ที่คนๆเดียว ด้วยตัวเองเพียงคนเดียว ไม่สามารถมีประสบการณ์ได้ หากไม่มีคนอื่นมาร่วมด้วย –ผู้แปล–
"𝗧𝗮𝗸𝗲 𝘁𝗵𝗲𝗻, 𝗲𝗮𝗰𝗵 𝗼𝗳 𝘆𝗼𝘂, 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗼𝘄𝗻 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝘁𝗼 𝗠𝗲. 𝗨𝗻𝗱𝗲𝗿𝘁𝗮𝗸𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗼𝘄𝗻 𝗷𝗼𝘂𝗿𝗻𝗲𝘆 𝗵𝗼𝗺𝗲. 𝗗𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝘄𝗼𝗿𝗿𝘆 𝗼𝗿 𝗿𝗲𝗻𝗱𝗲𝗿 𝗷𝘂𝗱𝗴𝗺𝗲𝗻𝘁𝘀 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗵𝗼𝘄 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿𝘀. 𝗬𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻𝗻𝗼𝘁 𝗳𝗮𝗶𝗹 𝘁𝗼 𝗿𝗲𝗮𝗰𝗵 𝗠𝗲, 𝗮𝗻𝗱 𝗻𝗲𝗶𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗰𝗮𝗻 𝘁𝗵𝗲𝘆.
𝗜𝗻𝗱𝗲𝗲𝗱, 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗮𝗹𝗹 𝗺𝗲𝗲𝘁 𝗮𝗴𝗮𝗶𝗻 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗼𝗴𝗲𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗮𝘁 𝗛𝗼𝗺𝗲, 𝗮𝗻𝗱 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝘄𝗼𝗻𝗱𝗲𝗿 𝘄𝗵𝘆 𝘆𝗼𝘂 𝗾𝘂𝗶𝗯𝗯𝗹𝗲𝗱 𝘀𝗼."
ด้วยเหตุนั้น พวกเธอแต่ละคนจงเดินไปตามเส้นทางของตัวเองเพื่อมาหาฉัน มีการเดินทางที่เป็นของตัวเองเพื่อกลับบ้าน จงอย่ากังวลหรือตัดสินว่าคนอื่นจะทำอย่างไร หรือเดินไปบนเส้นทางใด เพราะเธอไม่อาจล้มเหลวในการกลับมาหาฉันได้ รวมถึงทุกๆคนด้วยเช่นกัน แน่นอนว่าพวกเธอทุกคนจะได้พบกันอีกครั้งในตอนที่กลับถึงบ้าน และพวกเธอก็จะสงสัยว่าทำไมตอนนั้น (ตอนที่ยังกลับไม่ถึงบ้าน) พวกเธอถึงทะเลาะกันในเรื่องเล็กๆน้อยๆแบบนั้นได้ยังไง
𝗡 : 𝗢𝗵, 𝗮𝗻𝗱 𝘄𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗮𝗿𝗴𝘂𝗲𝗱, 𝗵𝗮𝘃𝗲𝗻'𝘁 𝘄𝗲? 𝗪𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗮𝗿𝗴𝘂𝗲𝗱 𝗲𝗻𝗱𝗹𝗲𝘀𝘀𝗹𝘆. 𝗪𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗾𝘂𝗮𝗿𝗿𝗲𝗹𝗲𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝘄𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗳𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁 𝗮𝗻𝗱 𝘄𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗸𝗶𝗹𝗹𝗲𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝘄𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗱𝗶𝗲𝗱 𝗯𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝘄𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗶𝗻𝘀𝗶𝘀𝘁𝗲𝗱 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝘂𝗿𝘀 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁 𝘄𝗮𝘆—𝗶𝗻 𝗳𝗮𝗰𝘁, 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗼𝘂𝗿𝘀 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝘄𝗮𝘆—𝘁𝗼 𝗵𝗲𝗮𝘃𝗲𝗻.
N : โอ้ พวกเราถกเถียงกันไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ❓ เราถกเถียงกันอย่างไม่รู้จบ เราทะเลาะกัน เราต่อสู้กัน เราฆ่ากัน และเราถูกฆ่าตายก็เพราะเรานั่งยัน ยืนยัน นอนยันว่าทางของเราเป็นทางเดียวที่ถูกต้อง —ซึ่งนั่นก็คือ ทางของเราคือทางเดียวเท่านั้นที่สามารถนำไปสู่สวรรค์ได้
𝗚 : "𝗬𝗲𝘀, 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲."
G : ใช่ พวกเธอทำอย่างนั้น
𝗡 : 𝗬𝗲𝘁 𝗻𝗼𝘄 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗼𝗺𝗲 𝘁𝗼 𝘁𝗲𝗹𝗹 𝘂𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 '𝗻𝗼 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝗶𝘀 𝗯𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗮𝗻𝘆 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗽𝗮𝘁𝗵.' 𝗮𝗻𝗱 𝗜 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝗴𝗲𝗻𝘁𝗹𝘆 𝗮𝘀𝗸, 𝗵𝗼𝘄 𝗰𝗮𝗻 𝗜 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲 𝘁𝗵𝗶𝘀? 𝗛𝗼𝘄 𝗰𝗮𝗻 𝗜 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗼 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲?"
N : แต่ตอนนี้พระองค์กลับมาบอกกับพวกเราว่า “ไม่มีเส้นทางใดดีไปกว่าเส้นทางอื่น” และผมก็ถามพระองค์ด้วยความสุภาพว่า ผมจะทำใจให้เชื่อเรื่องนี้ได้ยังไง❓ ผมจะรู้ได้ยังว่าผมควรเชื่ออะไรหรือไม่เชื่ออะไรดี❓
𝗚 : "𝗪𝗵𝗮𝘁𝗲𝘃𝗲𝗿 𝘆𝗼𝘂 𝗱𝗼, 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘀𝗮𝗶𝗱 𝗵𝗲𝗿𝗲."
G : ไม่ว่าเธอจะทำอะไร “จงอย่าเชื่อสิ่งที่กล่าวเอาไว้ที่นี่”
𝗡 : 𝗜'𝗺 𝘀𝗼𝗿𝗿𝘆?
N : ว่าไงนะครับ❓
𝗚 : "𝗗𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲 𝗮 𝘀𝗶𝗻𝗴𝗹𝗲 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗜 𝘀𝗮𝘆. 𝗟𝗶𝘀𝘁𝗲𝗻 𝘁𝗼 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝘀𝗮𝘆, 𝘁𝗵𝗲𝗻 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘁𝗲𝗹𝗹𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝗶𝘀 𝘁𝗿𝘂𝗲. 𝗙𝗼𝗿 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘄𝗶𝘀𝗱𝗼𝗺 𝗹𝗶𝗲𝘀, 𝗮𝗻𝗱 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝗱𝘄𝗲𝗹𝗹𝘀, 𝗮𝗻𝗱 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗼𝘄𝗻 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘁𝗲𝗹𝗹𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝗶𝘀 𝘁𝗿𝘂𝗲,
𝗮𝗻𝗱 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗼𝘄𝗻 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗚𝗼𝗱 𝗿𝗲𝘀𝗶𝗱𝗲𝘀 𝗶𝗻 𝗺𝗼𝘀𝘁 𝗶𝗻𝘁𝗶𝗺𝗮𝘁𝗲 𝗰𝗼𝗺𝗺𝘂𝗻𝗶𝗼𝗻 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘆𝗼𝘂.
G : จงอย่าเชื่อสิ่งที่ฉันพูดแม้แต่คำเดียว ให้ฟังสิ่งที่ฉันพูด จากนั้นก็เชื่อในสิ่งที่หัวใจของเธอบอกว่าเป็นความจริง หัวใจเป็นที่ซึ่งภูมิปัญญาของเธอตั้งอยู่ ความจริงทั้งหมดนั้นมีอยู่ในหัวใจของเธออยู่แล้ว ฉะนั้น หัวใจของเธอจะบอกเธอเองว่าอะไรเป็นความจริง ในหัวใจที่ซึ่งพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเธออย่างแนบชิดที่สุด
"𝗜 𝗮𝘀𝗸 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝗼𝗻𝗲 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴."
ฉันขอเพียงสิ่งเดียวเท่านั้น
𝗡 : 𝗪𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁?
N : ซึ่งนั่นก็คือ❓
𝗚 : "𝗣𝗹𝗲𝗮𝘀𝗲 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗰𝗼𝗻𝗳𝘂𝘀𝗲 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗺𝗶𝗻𝗱. 𝗪𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗺𝗶𝗻𝗱 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝗽𝘂𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗯𝘆 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀. 𝗪𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗿𝗿𝘆 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘆𝗼𝘂 𝗼𝗳 𝗺𝗲.
G : จงอย่าสับสนระหว่างสิ่งที่อยู่ในหัวใจกับสิ่งที่อยู่ในความคิด (จิตรับรู้) ของเธอ เพราะสิ่งที่อยู่ในความคิดของเธอคือสิ่งที่ถูกคนอื่นใส่ไว้ ส่วนสิ่งที่อยู่ในหัวใจของเธอก็คือฉันที่อยู่กับเธอเสมอ
"𝗬𝗲𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻 𝗰𝗹𝗼𝘀𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗵𝗲𝗮𝗿𝘁 𝘁𝗼 𝗺𝗲, 𝗮𝗻𝗱 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗵𝗮𝘃𝗲. 𝗔𝗻𝗱 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗮𝗹𝘀𝗼 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗰𝗹𝗼𝘀𝗲𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗺𝗶𝗻𝗱𝘀.
แต่เธอสามารถปิดใจจากฉันได้ ซึ่งหลายคนก็ทำเช่นนั้น และมีอีกมากมายหลายคนที่ปิดกั้นจิตรับรู้ของตนเอง (ทำให้ไม่อาจรับรู้ถึงฉันที่ดำรงอยู่ในหัวใจของพวกเขาได้)
"𝗔𝗻𝗱 𝗽𝗹𝗲𝗮𝘀𝗲, 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝘁𝗲𝗹𝗹 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘂𝗻𝗹𝗲𝘀𝘀 𝗧𝗛𝗘𝗬 𝗯𝗲𝗹𝗶𝗲𝘃𝗲 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗻 𝗬𝗢𝗨𝗥 𝗺𝗶𝗻𝗱, 𝗜 𝗮𝗺 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗰𝗼𝗻𝗱𝗲𝗺𝗻 𝘁𝗵𝗲𝗺.
และได้โปรดจงอย่าบอกกับผู้อื่นว่า หาก “พวกเขา” ไม่เชื่อในสิ่งที่อยู่ในความคิดของ “เธอ” แล้วไซร้ ฉันจะประณามหรือกล่าวโทษพวกเขา
"𝗔𝗻𝗱 𝗳𝗶𝗻𝗮𝗹𝗹𝘆, 𝘄𝗵𝗮𝘁𝗲𝘃𝗲𝗿 𝘆𝗼𝘂 𝗱𝗼, 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁, 𝗰𝗼𝗻𝗱𝗲𝗺𝗻 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝘆𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲𝗹𝗳, 𝗼𝗻 𝗺𝘆 𝗯𝗲𝗵𝗮𝗹𝗳."
และสุดท้าย ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ตาม จงอย่า อย่าเด็ดขาด กล่าวประณามพวกเขาด้วยตัวของเธอเองในนามของฉัน
𝗡 : 𝗪𝗲 𝗸𝗲𝗲𝗽 𝗱𝗼𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁. 𝗪𝗲 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝘀𝗲𝗲𝗺 𝘁𝗼 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝗵𝗼𝘄 𝘁𝗼 𝘀𝘁𝗼𝗽. 𝗔𝗻𝗱 𝘄𝗲'𝗿𝗲 𝗽𝘂𝘁𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗼𝘂𝗿𝘀𝗲𝗹𝘃𝗲𝘀 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘀𝗵𝗲𝗲𝗿 𝗵𝗲𝗹𝗹.
N : พวกเราทำแบบนั้นตลอดเลยครับ ซึ่งดูเหมือนว่าพวกเราไม่รู้ว่าจะหยุดมันได้ยังไง และพวกเรากำลังนำพาตัวเองตรงดิ่งสู่นรก
𝗚 : "𝗬𝗲𝘁 𝗻𝗼𝘄 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗚𝗼𝗼𝗱 𝗡𝗲𝘄𝘀: 𝗛𝘂𝗺𝗮𝗻𝗶𝘁𝘆 𝗻𝗲𝗲𝗱 𝗻𝗼𝘁 𝗴𝗼 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝗵𝗲𝗹𝗹 𝗶𝗻 𝗼𝗿𝗱𝗲𝗿 𝘁𝗼 𝗴𝗲𝘁 𝘁𝗼 𝗵𝗲𝗮𝘃𝗲𝗻."
G : ทว่าข่าวดีในตอนนี้ก็คือ : มนุษยชาติไม่จำเป็นต้องผ่านนรกเพื่อไปสวรรค์
𝗡 : 𝗪𝗲 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝘁𝗼 𝗲𝘃𝗲𝗻 𝘄𝗮𝗹𝗸 𝗶𝗻𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗼𝘀𝗲 𝗰𝗼𝗻𝗳𝘂𝘀𝗶𝗻𝗴 𝘄𝗼𝗼𝗱𝘀, 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘄𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝘁𝗼 𝗺𝗮𝗿𝗸 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝗲𝗲𝘀 𝘁𝗼 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗼𝘂𝗿 𝘄𝗮𝘆 𝗼𝘂𝘁. 𝗪𝗲 𝗰𝗮𝗻 𝘄𝗮𝗹𝗸 𝗮𝗿𝗼𝘂𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗺.
N : พวกเราไม่แม้แต่จำเป็นต้องเดินเข้าไปในป่า (แหล่งข้อมูล) ที่เหมือนกับเขาวงกตเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ ที่ซึ่งเราจำต้องทำเครื่องหมายที่ต้นไม้เพื่อหาทางออก เราสามารถเดินอ้อมผ่านพวกมันไปได้เลย
𝗚 : "𝗧𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗰𝗼𝗿𝗿𝗲𝗰𝘁."
G : ถูกต้องแล้ว
𝗡 : 𝗡𝗼 𝗺𝗮𝘁𝘁𝗲𝗿 𝗵𝗼𝘄 𝗯𝗲𝗮𝘂𝘁𝗶𝗳𝘂𝗹 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗲𝗺𝗽𝘁𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗼𝘀𝗲 𝘄𝗼𝗼𝗱𝘀 𝗺𝗮𝘆 𝗹𝗼𝗼𝗸 𝗳𝗿𝗼𝗺 𝘁𝗵𝗲 𝗿𝗼𝗮𝗱𝘀𝗶𝗱𝗲, 𝗜 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝘁𝗼 𝘀𝘁𝗲𝗽 𝗶𝗻𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗵𝗶𝗰𝗸𝗲𝘁, 𝗜 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝘁𝗼 𝗴𝗲𝘁 𝗹𝗼𝘀𝘁 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗻 𝘁𝗿𝘆 𝘁𝗼 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗺𝘆 𝘄𝗮𝘆 𝗯𝗮𝗰𝗸 𝗼𝘂𝘁.
N : ไม่ว่าป่าข้างทางเหล่านั้นจะดูสวยงามและน่าดึงดูดใจแค่ไหน ผมก็ไม่จำเป็นต้องก้าวเข้าไปในป่ารกชัฏเหล่านั้น ผมไม่จำเป็นต้องเข้าไปหลงทางแล้วก็ต้องพยายามหาทางกลับออกมา
𝗚 : "𝗧𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁, 𝘆𝗼𝘂 𝗱𝗼 𝗻𝗼𝘁."
G : ใช่แล้ว เธอไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้นเลย
𝗡 : 𝗘𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗱𝗮𝘆 𝗜 𝗽𝗿𝗼𝗺𝗶𝘀𝗲 𝗺𝘆𝘀𝗲𝗹𝗳 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝗮𝗺 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝘀𝘁𝗮𝘆 𝗼𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵, 𝘆𝗲𝘁 𝗲𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗱𝗮𝘆 𝗜 𝗮𝗺 𝘁𝗲𝗺𝗽𝘁𝗲𝗱 𝗯𝘆 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝘁𝗼 𝗴𝗲𝘁 𝗰𝗮𝘂𝗴𝗵𝘁 𝘂𝗽 𝗶𝗻 𝗮𝗹𝗹 𝗺𝗮𝗻𝗻𝗲𝗿 𝗼𝗳 '𝗱𝗿𝗮𝗺𝗮𝘀' 𝗵𝗮𝘃𝗶𝗻𝗴 𝗻𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗱𝗼 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘄𝗵𝗼 𝗜 𝗮𝗺 𝗼𝗿 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗜 𝗮𝗺 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴. 𝗕𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲 𝗜 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝗶𝘁, 𝗜'𝗺 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗼𝗱𝘀 𝗮𝗴𝗮𝗶𝗻.
N : ผมสัญญากับตัวเองในทุกวันว่าผมจะอยู่บนเส้นทาง ไม่เดินเข้าไปในป่าข้างทาง แต่ผมก็ถูกล่อลวงให้จมอยู่กับ “ละครชีวิต” ในทุกรูปแบบอยู่ในทุกวัน ซึ่งพวกมันไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับสิ่งที่ผมเป็นหรือที่ที่ผมจะไปเลยสักนิด นั่นก็หมายความว่าผม กลับเข้ามาอยู่ในป่าข้างทางอีกครั้งเรียบร้อยแล้วก่อนที่ผมจะรู้ตัวเสียอีก
𝗚 : "𝗔𝗻𝗱 𝘆𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝗻𝗼𝘁 𝗼𝘂𝘁 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗼𝗱𝘀 𝘆𝗲𝘁."
G : จนกระทั่งตอนนี้เธอก็ยังไม่ได้เดินออกมาจากป่าเลย
𝗡 : 𝗜 𝗸𝗻𝗼𝘄. 𝗜 𝗸𝗲𝗲𝗽 𝗵𝗲𝗮𝗿𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗿𝗱𝘀 𝗼𝗳 𝗥𝗼𝗯𝗲𝗿𝘁 𝗙𝗿𝗼𝘀𝘁 𝗶𝗻 𝗺𝘆 𝗵𝗲𝗮𝗱. 𝗜'𝘃𝗲 𝗵𝗲𝗮𝗿𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝗯𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲, 𝗯𝘂𝘁 𝗻𝗼𝘄 𝗜 𝗵𝗲𝗮𝗿 𝘁𝗵𝗲𝗺 𝗶𝗻 𝗮 𝗻𝗲𝘄 𝘄𝗮𝘆.
N : ผมรู้ครับ คำพูดของโรเบิร์ต ฟรอสต์ผุดขึ้นมาในหัวของผมอยู่ตลอดเลย ผมเคยได้ยินมันมาก่อน แต่ตอนนี้ผมกลับเข้าใจความหมายของมันได้ในรูปแบบใหม่
𝗧𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗼𝗱𝘀 𝗮𝗿𝗲 𝗹𝗼𝘃𝗲𝗹𝘆, 𝗱𝗮𝗿𝗸 𝗮𝗻𝗱 𝗱𝗲𝗲𝗽.
𝗕𝘂𝘁 𝗜 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗽𝗿𝗼𝗺𝗶𝘀𝗲𝘀 𝘁𝗼 𝗸𝗲𝗲𝗽.
𝗔𝗻𝗱 𝗺𝗶𝗹𝗲𝘀 𝘁𝗼 𝗴𝗼 𝗯𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲 𝗜 𝘀𝗹𝗲𝗲𝗽.
𝗔𝗻𝗱 𝗺𝗶𝗹𝗲𝘀 𝘁𝗼 𝗴𝗼 𝗯𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲 𝗜 𝘀𝗹𝗲𝗲𝗽.
(ต้นฉบับ: Stopping By Woods On A Snowy Evening - Robert Frost)
ป่าข้างทางนั้นสวย แต่มันช่างมืดครึ้มและลึกยิ่งนัก
ทว่าผมสัญญากับตัวเองไว้แล้วว่าจะเดินป่า (😅)
ยังต้องเดินอีกไกลเลยเว้ยยย (บอกกับตัวเอง) กว่าจะได้หยุดพัก
ยังต้องเดินเข้าไปอีกลึกเลยเว้ยยย กว่าจะได้หยุดพักตั้งเต็นท์นอน★
★รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าตรูต้องหลงป่าแน่ แต่ตรูก็ดื้อจะเดินเข้าไปอะ ใครจะทำไม 🤣😂😆😅 ผมตีความคำพูดนี้ไปก็ตลกตัวเองไปด้วยแบบเฝื่อนๆครับ ฮะๆ 😅 (ก็เลยแปลให้รู้สึกเหมือนกับเป็นการพูดกับตัวเอง) –ผู้แปล–
(มีต่อ)
หนังสือ
จิตวิญญาณ
บันทึก
2
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
HOME WITH GOD
2
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย