27 มี.ค. 2023 เวลา 08:27 • หนังสือ

#8 HWG. — บทที่ 7️⃣ (ส่วนที่ 1)

▪️ผู้แปล : แอดมิน
🔸นี่เป็นงานแปลชิ้นที่ 2 ที่ผมตั้งใจแปลมากๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ
𝗔𝗹𝗹 𝘀𝗼𝘂𝗹𝘀 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗽𝗲𝗮𝗰𝗲 𝗮𝗳𝘁𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵. 𝗡𝗼𝘁 𝗮𝗹𝗹 𝘀𝗼𝘂𝗹𝘀 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗽𝗲𝗮𝗰𝗲 𝗯𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲 𝗶𝘁.
“ทุกดวงวิญญาณจะได้พบกับความสงบสุขหลังความตาย แต่ไม่ใช่ทุกดวงวิญญาณจะได้พบกับความสงบสุขก่อนหน้านั้น”
𝗖𝗵𝗮𝗽𝘁𝗲𝗿 𝟳
บทที่ 7️⃣
𝗡𝗲𝗮𝗹𝗲 : 𝗧𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝗮 𝘄𝗼𝗻𝗱𝗲𝗿𝗳𝘂𝗹 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗿𝗲𝗵𝗲𝗻𝘀𝗶𝘃𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗹𝗮𝗻𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗼𝗳 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗿𝗲𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗼𝗻 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝘄𝗲 𝗰𝗮𝗹𝗹 𝗹𝗶𝗳𝗲.
N : นั่นเป็นคําอธิบายที่ยอดเยี่ยมมากเลยครับและมันยังครอบคลุมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในประสบการณ์ที่เราเรียกว่าชีวิตอีกด้วย
𝗚𝗼𝗱 : "𝗔𝗻𝗱 𝘄𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝗻𝗼𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗻𝗲𝗮𝗿 𝗳𝗶𝗻𝗶𝘀𝗵𝗲𝗱. 𝗧𝗵𝗲 𝗱𝗲𝗲𝗽𝗲𝘀𝘁 𝗺𝘆𝘀𝘁𝗲𝗿𝗶𝗲𝘀 𝗼𝗳 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗮𝗿𝗲 𝘀𝗼𝗼𝗻 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝘂𝗻𝘃𝗲𝗶𝗹𝗲𝗱. 𝗧𝗵𝗶𝘀 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗵𝗮𝘀 𝗿𝗲𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗼𝗻𝗹𝘆 𝗷𝘂𝘀𝘁 𝗯𝗲𝗴𝘂𝗻 𝘁𝗼 𝘁𝗼𝘂𝗰𝗵 𝘁𝗵𝗲 𝘀𝘂𝗿𝗳𝗮𝗰𝗲.
G : เรายังอยู่อีกไกลจากตอนจบของการสนทนาในครั้งนี้ ลูกรัก และความลึกลับที่ลึกที่สุดของความตายกำลังจะถูกเปิดเผยออกมาในไม่ช้า บทสนทนานี้เพิ่งจะเริ่มสัมผัสถึงพื้นผิวด้านนอกสุดของเรื่องนี้เท่านั้นเอง
"𝗟𝗲𝘁 𝘂𝘀 𝗻𝗼𝘄 𝗲𝘅𝗮𝗺𝗶𝗻𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗹𝗮𝘀𝘁 𝗾𝘂𝗲𝘀𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗱𝗲𝗲𝗽𝗹𝘆.
ตอนนี้เรามาตรวจสอบคําถามสุดท้ายของเธอให้ลึกขึ้นกันเถอะ
"𝗬𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗮𝘀𝗸𝗲𝗱 𝗶𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝘀𝗵𝗼𝗿𝘁𝗲𝘀𝘁 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝗶𝘀 𝗻𝗼𝘁 𝘁𝗵𝗲 𝗯𝗲𝘀𝘁 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝗯𝗮𝗰𝗸 𝗛𝗼𝗺𝗲. 𝗧𝗵𝗲 𝗮𝗻𝘀𝘄𝗲𝗿 𝗶𝘀, 𝗻𝗼𝘁 𝗻𝗲𝗰𝗲𝘀𝘀𝗮𝗿𝗶𝗹𝘆. 𝗧𝗵𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗯𝗿𝗶𝗻𝗴𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗲 𝗺𝗼𝘀𝘁 𝗯𝗲𝗻𝗲𝗳𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗯𝗿𝗶𝗻𝗴𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗶𝗼𝗻—𝗵𝗼𝘄𝗲𝘃𝗲𝗿 𝗹𝗼𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗮𝗸𝗲𝘀.
เธอถามว่า เส้นทางที่สั้นที่สุดไม่ใช่เส้นทางที่ดีที่สุดในการกลับบ้านหรอกหรือ ซึ่งคำตอบก็คือ ไม่จำเป็นเสมอไป เส้นทางที่ทำให้เธอได้รับประโยชน์สูงสุดต่างหากคือเส้นทางที่จะนำเธอไปสู่ “การเสร็จสิ้นสมบูรณ์ (กลับถึงบ้าน)” —ไม่ว่าจะต้องใช้เวลานานเพียงใดก็ตาม
"𝗧𝗵𝗲 𝗺𝗼𝗺𝗲𝗻𝘁 𝗼𝗳 𝗔𝗯𝘀𝗼𝗹𝘂𝘁𝗲 𝗔𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀—𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀, 𝗼𝗳 𝗞𝗻𝗼𝘄𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻𝗱 𝗘𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻𝗱 𝗙𝗲𝗲𝗹𝗶𝗻𝗴 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲𝗹𝘆 𝗪𝗵𝗼 𝗬𝗼𝘂 𝗥𝗲𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗔𝗿𝗲—𝗶𝘀 𝗮𝗿𝗿𝗶𝘃𝗲𝗱 𝗮𝘁 𝗶𝗻 𝘀𝘁𝗲𝗽𝘀, 𝗼𝗿 𝘀𝘁𝗮𝗴𝗲𝘀. 𝗘𝗮𝗰𝗵 𝗽𝗮𝘀𝘀𝗮𝗴𝗲 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝗮 𝗹𝗶𝗳𝗲𝘁𝗶𝗺𝗲 𝗰𝗮𝗻 𝗯𝗲 𝗰𝗼𝗻𝘀𝗶𝗱𝗲𝗿𝗲𝗱 𝗼𝗻𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗼𝘀𝗲 𝘀𝘁𝗲𝗽𝘀.
ห้วงขณะแห่งการตระหนักรู้อย่างแท้จริง หรือ “การมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมโดยสมบูรณ์”—ซึ่งนั่นก็คือ การรู้และการมีประสบการณ์และการมีความรู้สึกอย่างสมบูรณ์ว่า “แท้ที่จริงแล้วเธอคือใคร”— จะเกิดขึ้นไปตามลำดับขั้นตอน หรือเป็นขั้นๆไป★ และในแต่ละช่วงชีวิต (ชาติภพหนึ่งๆ) ก็ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในขั้นตอนเหล่านั้น
★ตรงนี้หมายถึง เราจะรู้ตัวทั่วพร้อมโดยสมบูรณ์ได้ถี่มากขึ้นเรื่อยๆในทุกๆห้วงขณะที่เราตื่น ตอนแรกที่เรายังไม่เข้าใจความจริงอะไร เราจะหลง (ขาดสติ) แทบจะทั้งวัน เราหลงเข้าไปอยู่ในความคิด ส่งจิต (การรับรู้) ออกนอกตัวไปจมอยู่กับเรื่องอื่น สิ่งอื่น คนอื่น เหตุการณ์อื่นๆ ที่เข้ามากระทบประสาทสัมผัสทั้ง 5 ของเรา แต่แทบทุกคนมักจะหลงอยู่ในความคิดของตัวเองแทบจะทั้งวันมากกว่า ซึ่งพุทธเราเรียกมันว่า ความฟุ้งซ่าน
แล้วพอเราเข้าใจความจริงได้มากขึ้นเรื่อยๆ (พร้อมทั้งปฏิบัติตนไปตามความจริงที่เราเข้าใจนั้นอยู่ในทุกขณะ) เราก็จะรู้ตัวทั่วพร้อมได้ถี่ขึ้นๆๆๆๆ ไปจนถึงจุดที่เรารู้ตัวทั่วพร้อมโดยสมบูรณ์ได้ในทุกห้วงขณะของชีวิต (ซึ่งระดับนี้เป็นระดับการรู้สึกตัวของบรมครูผู้รู้แจ้งทั้งหลาย) ท่านรู้ มีประสบการณ์ และความรู้สึก ว่าท่านเป็นพระเจ้า (ดำรงอยู่ในสภาวะนิพพาน หรือ บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณ ฯลฯ แล้วแต่จะอธิบาย) อยู่ในทุกห้วงปัจจุบันขณะอันเป็นนิรันดร์ –ผู้แปล–
"𝗡𝗼 𝘀𝗼𝘂𝗹 𝗮𝗿𝗿𝗶𝘃𝗲𝘀 𝗮𝘁 𝗔𝗯𝘀𝗼𝗹𝘂𝘁𝗲 𝗔𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗶𝗻 𝗼𝗻𝗲 𝗹𝗶𝗳𝗲𝘁𝗶𝗺𝗲. 𝗜𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗰𝘂𝗺𝘂𝗹𝗮𝘁𝗶𝘃𝗲 𝗲𝗳𝗳𝗲𝗰𝘁 𝗼𝗳 𝗺𝗮𝗻𝘆 𝗽𝗮𝘀𝘀𝗮𝗴𝗲𝘀 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘁𝗵𝗲 𝗟𝗶𝗳𝗲 𝗖𝘆𝗰𝗹𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗽𝗿𝗼𝗱𝘂𝗰𝗲𝘀 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗺𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗯𝗲 𝗰𝗮𝗹𝗹𝗲𝗱 '𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗶𝗼𝗻,' 𝗼𝗿 𝗔𝗯𝘀𝗼𝗹𝘂𝘁𝗲 𝗔𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀.
ไม่มีวิญญาณดวงใดเกิดการตระหนักรู้อย่างแท้จริงได้ภายในช่วงชีวิตเดียว (ชาติภพเดียว) การตระหนักรู้อย่างสมบูรณ์เป็นผลมาจากการสะสมการเดินทางผ่านการเวียนว่ายตายเกิดมาหลายชาติภพ จนก่อให้เกิดสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็น “การเสร็จสิ้นอย่างสมบูรณ์” หรือ “การตระหนักรู้อย่างแท้จริง (หรือ การมีสติรู้ตัวทั่วพร้อมอย่างสมบูรณ์)”
"𝗘𝗮𝗰𝗵 𝗽𝗮𝘀𝘀𝗮𝗴𝗲 𝗶𝘀 𝗲𝗻𝗱𝗲𝗱 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗮𝗴𝗲𝗻𝗱𝗮 𝗼𝗿 𝘁𝗵𝗲 𝗺𝗶𝘀𝘀𝗶𝗼𝗻 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗽𝗮𝗿𝘁𝗶𝗰𝘂𝗹𝗮𝗿 𝗽𝗮𝘀𝘀𝗮𝗴𝗲 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲𝗱.
แต่ละการเดินทาง (ในแต่ละชาติภพ) จะสิ้นสุดลงเมื่อวาระหรือภารกิจของการเดินทางนั้นๆเสร็จสิ้น
"𝗧𝗵𝗶𝘀 𝗟𝗶𝗳𝗲 𝗲𝗻𝗱𝘀 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲𝗱 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲𝗱 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗺𝗲 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗵𝘆𝘀𝗶𝗰𝗮𝗹 𝘄𝗼𝗿𝗹𝗱 𝘁𝗼 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘁𝗶𝗺𝗲.
ชีวิตนี้สิ้นสุดลงเมื่อภารกิจของเธอในการมาที่นี่เพื่อมามีประสบการณ์ในโลกแห่งกายภาพนี้ ณ ห้วงเวลานี้เสร็จสมบูรณ์★
★ทำตามแผนการวิวัฒนาการทางจิตวิญญาณ ในโลกกายภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ทิ้งร่างไป เพื่อทำตามแผนต่อไป –ผู้แปล–
"𝗬𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗲𝗻 𝗮𝗱𝗱 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲𝗱 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘁𝗼 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲𝗱 𝗼𝗻 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿 𝗷𝗼𝘂𝗿𝗻𝗲𝘆𝘀 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝗧𝗶𝗺𝗲, 𝘂𝗻𝘁𝗶𝗹 𝘆𝗼𝘂 𝘂𝗹𝘁𝗶𝗺𝗮𝘁𝗲𝗹𝘆 '𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗶𝘁 𝗮𝗹𝗹 𝘁𝗼𝗴𝗲𝘁𝗵𝗲𝗿.' 𝗮𝗻𝗱 𝗔𝗯𝘀𝗼𝗹𝘂𝘁𝗲 𝗔𝘄𝗮𝗿𝗲𝗻𝗲𝘀𝘀 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝗮𝗰𝗵𝗶𝗲𝘃𝗲𝗱."
จากนั้นเธอก็จะเพิ่มสิ่งที่เธอทำสำเร็จที่นี่ (ประสบการณ์ที่เธอได้รับที่นี่) กับสิ่งที่เธอทำสำเร็จในการเดินทางครั้งอื่นๆผ่านกาลเวลาเข้าด้วยกัน★ จนกว่าเธอจะ 'รวมทุกอย่าง (การรู้-ประสบการณ์-ความรู้สึก ว่าเธอคือพระเจ้า) เข้าด้วยกันได้อย่างสมบูรณ์' แล้วนั่นแหละ เธอถึงจะบรรลุการตระหนักรู้อย่างสมบูรณ์ได้อย่างแท้จริง
★ตัวตนในชาติภพอื่นๆในห้วงเวลาอื่นๆของเราที่กำลังดำเนินไปพร้อมกันเป็นปัจจุบัน หากใครลืมเรื่องนี้ไปแล้ว กลับไปย้อนอ่านเรื่องความลับของ Time & Space ได้ตามลิงค์ครับ –ผู้แปล–
𝗡 : 𝗦𝗼, 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝘄𝗼 𝗹𝗲𝘃𝗲𝗹𝘀 𝗼𝗳 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗶𝗼𝗻. 𝗟𝗲𝘃𝗲𝗹 𝗢𝗻𝗲 𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲 𝗮 𝘀𝘁𝗲𝗽 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝘃𝗲𝗿𝗮𝗹𝗹 𝗽𝗿𝗼𝗰𝗲𝘀𝘀. 𝗟𝗲𝘃𝗲𝗹 𝗧𝘄𝗼 𝗶𝘀 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝘃𝗲𝗿𝗮𝗹𝗹 𝗽𝗿𝗼𝗰𝗲𝘀𝘀 𝗶𝘁𝘀𝗲𝗹𝗳.
N : ถ้าอย่างนั้นก็หมายความว่า “การเสร็จสิ้นสมบูรณ์” นั้นมีอยู่ 2 ระดับ ซึ่งระดับที่หนึ่งก็คือ #เมื่อคุณทําในแต่ละขั้นตอนของกระบวนการโดยรวมได้เสร็จสมบูรณ์ และระดับที่สองก็คือ #เมื่อคุณทำกระบวนการโดยรวมได้เสร็จสมบูรณ์
𝗚 : "𝗬𝗲𝘀. 𝗔𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝘃𝗲𝗿𝗮𝗹𝗹 𝗽𝗿𝗼𝗰𝗲𝘀𝘀 𝗶𝘀 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝗪𝗵𝗼 𝗬𝗼𝘂 𝗔𝗿𝗲 𝗵𝗮𝘀 𝗯𝗲𝗲𝗻 𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆 𝗸𝗻𝗼𝘄𝗻, 𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲𝗱, 𝗮𝗻𝗱 𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆 𝗳𝗲𝗹𝘁."
G : ใช่แล้ว และกระบวนการโดยรวมจะเสร็จสมบูรณ์ได้ก็ต่อเมื่อ เธอรู้ว่าตนเองเป็นใครได้อย่างสมบูรณ์ มีประสบการณ์ถึงการเป็นแบบนั้นได้อย่างสมบูรณ์ และมีความรู้สึกถึงการเป็นสิ่งนั้นได้อย่างสมบูรณ์
𝗡 : 𝗧𝗵𝗶𝘀 𝗶𝘀 𝗮 𝗺𝗮𝗴𝗻𝗶𝗳𝗶𝗰𝗲𝗻𝘁 𝗲𝘅𝗽𝗹𝗮𝗻𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻, 𝗮𝗻𝗱 𝗜 '𝗴𝗲𝘁' 𝗶𝘁. 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝘀𝗽𝗲𝗰𝗶𝗳𝗶𝗰 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘀𝗼𝘂𝗹𝘀 𝗰𝗼𝗺𝗲 𝘁𝗼 𝗲𝗮𝗿𝘁𝗵 𝘁𝗼 𝗮𝗰𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗶𝘀𝗵, 𝘁𝗼 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲. 𝗦𝗼𝗺𝗲 𝘀𝗼𝘂𝗹𝘀 𝗺𝗮𝘆 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝗹𝗼𝗻𝗴𝗲𝗿 𝘁𝗼 𝗮𝗰𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗶𝘀𝗵 𝗶𝘁. 𝗪𝗵𝗲𝗻 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗮𝗿𝗲 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲, 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝗮 𝘁𝗶𝗺𝗲 𝗳𝗼𝗿 𝘂𝘀 𝘁𝗼 𝗿𝗲𝗷𝗼𝗶𝗰𝗲, 𝗳𝗼𝗿 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝘄𝗼𝗿𝗸 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗱𝗼𝗻𝗲.
N : นี่เป็นคำอธิบายที่สุดยอดไปเลยครับ และผมก็ “เข้าใจ” แล้ว วิญญาณมายังโลกเพื่อทำสิ่งที่เฉพาะเจาะจงให้สำเร็จ นั่นก็คือการได้มามีประสบการณ์บนโลก ซึ่งวิญญาณบางดวงอาจใช้เวลานานกว่าวิญญาณดวงอื่นถึงจะมีประสบการณ์ได้สำเร็จตามแผนในการมาที่นี่ แต่เมื่อพวกเขาทำสำเร็จแล้ว มันก็ถึงเวลาที่เราจะต้องชื่นชมยินดีเพราะงานของพวกเขาที่นี่เสร็จสิ้นแล้ว
𝗚 : "𝗬𝗼𝘂 𝗱𝗼 𝗴𝗲𝘁 𝗶𝘁. 𝗧𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝗴𝗿𝗲𝗮𝘁! 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗲𝘅𝗮𝗰𝘁𝗹𝘆 𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁!"
G : เธอเข้าใจแล้ว เยี่ยมมาก❗ นั่นถูกต้องอย่างที่สุด❗
𝗡 : 𝗔𝗻𝗱 '𝘀𝗵𝗼𝗿𝘁𝗲𝗿' 𝗶𝘀 𝗻𝗼𝘁 𝗻𝗲𝗰𝗲𝘀𝘀𝗮𝗿𝗶𝗹𝘆 '𝗯𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿.' 𝗕𝗲𝗶𝗻𝗴 𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝗯𝗷𝗲𝗰𝘁𝗶𝘃𝗲, 𝗻𝗼𝘁 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴 𝗳𝗮𝘀𝘁.
N : และ “สั้นกว่า” ก็ไม่จำเป็นต้อง “ดีกว่า” เสมอไป เพราะวัตถุประสงค์คือการทำให้เสร็จสมบูรณ์ ไม่ใช่การทำให้ “เร็ว”
𝗚 : "𝗖𝗼𝗿𝗿𝗲𝗰𝘁."
G : ถูกต้อง
𝗡 : 𝗧𝗲𝗿𝗿𝗶𝗳𝗶𝗰. 𝗡𝗼𝘄 𝗜 𝗰𝗮𝗻 𝗳𝗲𝗲𝗹 𝗴𝗼𝗼𝗱 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗺𝘆𝘀𝗲𝗹𝗳, 𝗯𝗲𝗰𝗮𝘂𝘀𝗲 𝗜 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗸 𝗜'𝘃𝗲 𝗮𝗰𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗶𝘀𝗵𝗲𝗱 𝘆𝗲𝘁—𝗮𝗻𝗱 𝗜 𝗮𝗺 𝗶𝗻𝘁𝗼 𝗺𝘆 𝘀𝗶𝘅𝘁𝗵 𝗱𝗲𝗰𝗮𝗱𝗲—𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝗰𝗮𝗺𝗲 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘁𝗼 𝗮𝗰𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗶𝘀𝗵.
N : เลิศ ตอนนี้ผมรู้สึกดีกับตัวเองแล้ว เพราะผมคิดว่าผมยังทำ —และตอนนี้ผมก็อายุปาเข้าไป 60 กว่าแล้ว— ในสิ่งที่ต้องทำในการมาที่นี่ไม่สำเร็จ
𝗚 : "𝗔𝗻𝗱 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁?"
G : ซึ่งสิ่งที่ว่านั้นก็คือ❓
𝗡 : 𝗜'𝗺 𝗻𝗼𝘁 𝘀𝘂𝗿𝗲.
N : ผมก็ไม่แน่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไรเหมือนกันครับ
𝗚 : "𝗧𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝗶𝘁 𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗱𝗶𝗳𝗳𝗶𝗰𝘂𝗹𝘁 𝘁𝗼 𝗮𝗰𝗰𝗼𝗺𝗽𝗹𝗶𝘀𝗵."
G : นั่นจะทำให้เธอทำสำเร็จได้ยากมาก
𝗡 : 𝗜 𝗸𝗻𝗼𝘄. 𝗧𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝗽𝗮𝗿𝘁 𝗼𝗳 𝗺𝘆 𝗽𝗿𝗼𝗯𝗹𝗲𝗺.
N : ผมรู้ครับ นั่นคือส่วนหนึ่งในปัญหาของผม
𝗚 : "𝗣𝗲𝗿𝗵𝗮𝗽𝘀 𝘄𝗲 𝘀𝗵𝗼𝘂𝗹𝗱 𝘁𝗮𝗹𝗸 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝘁𝗵𝗮𝘁."
G : บางทีเราควรพูดคุยกันถึงเรื่องนี้
𝗡 : 𝗜'𝗺 𝘀𝘂𝗿𝗲 𝗜 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗯𝗲𝗻𝗲𝗳𝗶𝘁 𝗳𝗿𝗼𝗺 𝘁𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝘁𝗵𝗮𝘁, 𝗯𝘂𝘁 𝗳𝗼𝗿 𝗻𝗼𝘄 𝗜 𝗿𝗲𝗮𝗹𝗹𝘆 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝘄𝗮𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝗱𝗶𝘀𝘁𝗿𝗮𝗰𝘁𝗲𝗱 𝗵𝗲𝗿𝗲. 𝗬𝗼𝘂 𝘄𝗲𝗿𝗲 𝘀𝗮𝘆𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁, 𝗲𝘃𝗲𝗻 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘁𝗵𝗲𝘆 𝗺𝗮𝘆 𝗻𝗼𝘁 𝗻𝗲𝗰𝗲𝘀𝘀𝗮𝗿𝗶𝗹𝘆 𝗯𝗲 𝗯𝗲𝘁𝘁𝗲𝗿,' 𝘀𝗼𝗺𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵𝘀 𝗯𝗮𝗰𝗸 𝗛𝗼𝗺𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝗹𝗲𝘀𝘀 𝗮𝗿𝗱𝘂𝗼𝘂𝘀 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗼𝘁𝗵𝗲𝗿𝘀. 𝗜'𝗺 𝗶𝗻𝘁𝗿𝗶𝗴𝘂𝗲𝗱 𝗯𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁.
N : ผมแน่ใจว่าผมจะได้รับประโยชน์จากการพูดคุยกันถึงเรื่องนั้น แต่ตอนนี้ผมไม่อยากไข้วเขวไปจากสิ่งที่ผมกำลังสับสนอยู่ เพราะพระองค์บอกว่า แม้ว่าเส้นทางที่สั้นกว่าอาจจะไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นทางที่ “ดีกว่า” เสมอไป แต่ทว่ามีเส้นทางกลับบ้านบางเส้นทางที่ลำบากน้อยกว่าเส้นทางอื่นๆ คำพูดนั้นดึงดูดความสนใจของผมได้มากเลยครับ
𝗚 : "𝗜𝘁 𝗶𝘀 𝗲𝗮𝘀𝗶𝗲𝗿 𝘁𝗼 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝗮 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗵𝗮𝘀 𝗳𝗲𝘄 𝗼𝗯𝘀𝘁𝗮𝗰𝗹𝗲𝘀. "
G : มันง่ายกว่าที่จะใช้เส้นทางที่มีอุปสรรคน้อย
𝗡 : 𝗔𝗴𝗿𝗲𝗲𝗱, 𝗦𝗼 𝗵𝗼𝘄 𝗱𝗼 𝗜 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗼𝗻𝗲?
N : เห็นด้วยครับ แล้วผมจะหาเส้นทางนั้นเจอได้ยังไงครับ❓
𝗚 : "𝗬𝗼𝘂 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗼𝘂𝘁. 𝗬𝗼𝘂 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲 𝗼𝗻𝗲.
G : เส้นทาง (ความจริง) ที่ว่านั้นไม่อาจพบได้ด้วยการค้นหา เธอต้องเป็นคนสร้าง (ความจริงนั้น) ขึ้นมาด้วยตนเอง
𝗡 : 𝗛𝗼𝘄?
N : ยังไงครับ❓
𝗚 : "𝗬𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝗱𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗶𝘁 𝗻𝗼𝘄. 𝗕𝘆 𝗰𝗼𝗺𝗺𝗶𝘁𝘁𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗲𝘃𝗲𝗻 𝘁𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵, 𝘆𝗼𝘂 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴𝘀 𝗲𝗮𝘀𝗶𝗲𝗿.
𝗠𝗮𝗻𝘆 𝗽𝗲𝗼𝗽𝗹𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝘄𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗶𝗻𝗴 𝗻𝗼 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵𝘁 𝗼𝗳 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴 '𝗼𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗽𝗮𝘁𝗵.' 𝗧𝗵𝗲𝘆 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗻𝗼𝘁 𝘀𝘁𝘂𝗱𝗶𝗲𝗱. 𝗧𝗵𝗲𝘆 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗻𝗼𝘁 𝗽𝗿𝗮𝘆𝗲𝗱. 𝗧𝗵𝗲𝘆 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗻𝗼𝘁 𝗺𝗲𝗱𝗶𝘁𝗮𝘁𝗲𝗱. 𝗧𝗵𝗲𝘆 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗻𝗼𝘁 𝗽𝗮𝗶𝗱 𝗮𝗻𝘆 𝗮𝘁𝘁𝗲𝗻𝘁𝗶𝗼𝗻 𝗮𝘁 𝗮𝗹𝗹 𝘁𝗼 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗶𝗻𝗻𝗲𝗿 𝗹𝗶𝗳𝗲, 𝗻𝗼𝗿 𝘀𝗲𝗿𝗶𝗼𝘂𝘀𝗹𝘆 𝗲𝘅𝗽𝗹𝗼𝗿𝗲𝗱 𝗹𝗮𝗿𝗴𝗲𝗿 𝗿𝗲𝗮𝗹𝗶𝘁𝗶𝗲𝘀.
𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗱𝗼𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗻𝗼𝘄. 𝗕𝘆 𝘃𝗶𝗿𝘁𝘂𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗲 𝗳𝗮𝗰𝘁 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝘂𝗻𝗱𝗲𝗿𝘁𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗹𝗼𝗿𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝘂𝗻𝗱𝗲𝗿𝘁𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗵𝗲𝗿𝗲—𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗵𝗮𝘃𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻—𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗶𝗻𝗴 𝗮 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗳𝗲𝘄𝗲𝗿 𝗼𝗯𝘀𝘁𝗮𝗰𝗹𝗲𝘀.
G : เธอกําลังสร้างมันอยู่ในตอนนี้แล้ว ด้วยการมุ่งมั่นที่จะเดินไปบนเส้นทาง (ตั้งมั่นอยู่ในความจริงที่เป็น) ของเธอ เธอทําให้สิ่งต่างๆง่ายขึ้นด้วยการทำอย่างนั้น มีหลายคนกำลังเดินทางผ่านการใช้ชีวิตโดยไม่คิดว่าจะอยู่บนเส้นทาง พวกเขาไม่ศึกษา พวกเขาไม่อธิษฐาน ไม่สวดภาวนา พวกเขาไม่ทำสมาธิ พวกเขาไม่ให้ความสนใจใดๆกับตัวตนภายในของพวกเขา หรือไม่เคยคิดที่จะสำรวจความเป็นจริงที่ยิ่งใหญ่กว่าที่พวกเขารู้อยู่อย่างจริงจัง
แต่เธอกำลังทำทุกอย่างนั้นอยู่ในตอนนี้ โดยอาศัยความจริงที่ว่าเธอกำลังดำเนินการสำรวจสิ่งที่เธอกำลังทำอยู่ที่นี่ —นั่นคือการที่เธอกำลังมีการสนทนานี้อยู่กับฉัน— เธอกำลังสร้างเส้นทางที่มีอุปสรรคน้อยลงเรื่อยๆ
"𝗪𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝗮𝗺 𝘀𝗮𝘆𝗶𝗻𝗴 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘄𝗵𝗲𝘁𝗵𝗲𝗿 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗮𝗸𝗲 𝗮 𝘄𝗶𝗻𝗱𝗶𝗻𝗴 𝗽𝗮𝘁𝗵 𝗼𝗿 𝗮 𝘀𝘁𝗿𝗮𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗼𝗻𝗲, 𝗴𝗼 𝘁𝗵𝗿𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘁𝗵𝗲 𝘄𝗼𝗼𝗱𝘀 𝗼𝗿 𝘄𝗮𝗹𝗸 𝗽𝗮𝘀𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗺, 𝘄𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗴𝗲𝘁 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝘁𝗿𝘂𝘁𝗵 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝗹𝗶𝘃𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻𝗱 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗮𝗻𝗱 𝗱𝘆𝗶𝗻𝗴, 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗰𝗹𝗲𝗮𝗿𝗲𝗱 𝘁𝗵𝗲 𝗼𝗯𝘀𝘁𝗮𝗰𝗹𝗲𝘀 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲𝗱 𝗮 𝗹𝗲𝘀𝘀 𝗮𝗿𝗱𝘂𝗼𝘂𝘀 𝗣𝗮𝘁𝗵 𝘁𝗼 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗶𝗼𝗻.
สิ่งที่ฉันหมายถึงในที่นี้ก็คือ ไม่ว่าเธอจะใช้เส้นทางที่คดเคี้ยว หรือทางตรง หรือทางเดินที่ต้องตัดผ่านป่า หรือทางเดินที่อ้อมป่า เมื่อเธอเข้าใจความจริงเกี่ยวกับชีวิต (ในภาพรวม) การใช้ชีวิต (ในแต่ละชาติภพ) และความตาย ที่เป็นของเธอเอง เธอจะสามารถขจัดอุปสรรคและสร้างเส้นทางสู่การเสร็จสิ้นสมบูรณ์ที่ยากลำบากน้อยกว่าได้
"𝗢𝗻𝗰𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵, 𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆, 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻 𝗹𝗶𝘃𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆. 𝗧𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗦𝗲𝗹𝗳 𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆—𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝗶𝘀 𝗲𝘅𝗮𝗰𝘁𝗹𝘆 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗺𝗲 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘁𝗼 𝗱𝗼—𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻 𝗱𝗶𝗲 𝗴𝗿𝗮𝗰𝗲𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆 𝗮𝗻𝗱 𝗴𝗿𝗮𝘁𝗲𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆, 𝗸𝗻𝗼𝘄𝗶𝗻𝗴 𝗰𝗼𝗻𝘀𝗰𝗶𝗼𝘂𝘀𝗹𝘆 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲.
𝗧𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗮 𝗳𝗮𝗿 𝗹𝗲𝘀𝘀 𝗮𝗿𝗱𝘂𝗼𝘂𝘀 𝗽𝗮𝘁𝗵, 𝗮𝗻𝗱 𝗰𝗿𝗲𝗮𝘁𝗲𝘀 𝗮 𝘃𝗲𝗿𝘆 𝗽𝗲𝗮𝗰𝗲𝗳𝘂𝗹 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵."
เมื่อเธอรู้และเข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกี่ยวกับความตาย เธอจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ จากนั้นเธอจะมีประสบการณ์ถึงตัวตนของเธอได้อย่างเต็มที่ —ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอมาที่นี่เพื่อทำ— จากนั้นเธอจะตายได้อย่างสง่างามและสำนึกรู้คุณ (เพราะหากเธอไม่มาที่นี่การทำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์นั้นก็ไม่อาจเป็นไปได้) โดยรับรู้อย่างมีสติว่าเธอเสร็จสิ้นภารกิจในการมาที่นี่แล้ว นั่นคือเส้นทางที่ลำบากน้อยกว่ามาก และก่อให้เกิดการตายหรือการจากโลกนี้ไปได้อย่างสงบ (ไร้ซึ่งการดิ้นรน การยึดติด หรือการผูกมัดใดๆ)
𝗡 : 𝗦𝗼𝗺𝗲𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝘀𝗼𝘂𝗻𝗱𝘀 𝗹𝗶𝗸𝗲 𝗮 𝗷𝘂𝗱𝗴𝗺𝗲𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝗺𝗲. 𝗔𝗹𝗺𝗼𝘀𝘁 𝗹𝗶𝗸𝗲 𝗮𝗻 𝗶𝗺𝗽𝗲𝗿𝗮𝘁𝗶𝘃𝗲. '𝗜𝗳 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲𝗻'𝘁 𝗱𝗶𝗲𝗱 𝘄𝗲𝗹𝗹, 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲𝗻'𝘁 𝗱𝗼𝗻𝗲 𝗶𝘁 𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁.' 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝘀𝗼𝗿𝘁 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴.
N : บางสิ่งบางอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ฟังดูเหมือนเป็นการตัดสินพิพากษาสำหรับผมเลยครับ มันดูเหมือนกับเป็นข้อบังคับหรือกฎเกณฑ์ว่า “ถ้าเธอไม่ตายดี นั่นก็แสดงว่าเธอไม่ได้ตายอย่างถูกต้อง (เพราะทำบางอย่างไม่ถูกต้อง–ทำบาป)” อะไรในทำนองนั้นเลยครับ
𝗚 : "𝗬𝗼𝘂'𝗿𝗲 𝗺𝗮𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗮 𝗷𝘂𝗱𝗴𝗺𝗲𝗻𝘁 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗜 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝗻𝗲𝘃𝗲𝗿 𝗺𝗮𝗸𝗲. 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗻𝗼 𝘄𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝗱𝗶𝗲 '𝘄𝗿𝗼𝗻𝗴.' 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗻𝗼 𝘄𝗮𝘆 𝘁𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗴𝗲𝘁 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗱𝗲𝘀𝘁𝗶𝗻𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻—𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝗶𝘀 𝗯𝗹𝗶𝘀𝘀𝗳𝘂𝗹 𝗿𝗲𝘂𝗻𝗶𝗼𝗻 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘁𝗵𝗲 𝗗𝗶𝘃𝗶𝗻𝗲 𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲 𝗖𝗼𝗿𝗲 𝗼𝗳 𝗬𝗼𝘂𝗿 𝗕𝗲𝗶𝗻𝗴. 𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗻𝗼 𝘄𝗮𝘆 𝗻𝗼𝘁 𝘁𝗼 𝗯𝗲 𝗛𝗼𝗺𝗲 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗚𝗼𝗱.
G : เธอนั่นแหละที่เป็นคนกำลังให้คำตัดสิน ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันไม่มีวันทำ ไม่มีทางไหนที่ “ผิด หรือ ไม่ถูกต้อง” ในการตาย และไม่มีวันที่เธอจะไปไม่ถึงจุดหมาย —ซึ่งนั่นก็คือการได้พบกับบรมสุขของการกลับไปหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระเจ้าที่จุดศูนย์กลางแห่งความเป็นเธอ (แก่นกลางหัวใจ) ไม่มีวันและไม่มีทางที่เธอจะไม่หวนคืนสู่พระเจ้า
"𝗪𝗲 𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗯𝗼𝘂𝘁 𝗵𝗼𝘄 𝘁𝗼 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗹𝗶𝗳𝗲 𝗮𝗻𝗱 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗹𝗲𝘀𝘀 𝗮𝗿𝗱𝘂𝗼𝘂𝘀, 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗽𝗲𝗮𝗰𝗲𝗳𝘂𝗹. 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝘀𝘁𝗮𝘁𝗲𝗺𝗲𝗻𝘁 𝘁𝗼 𝘄𝗵𝗶𝗰𝗵 𝘆𝗼𝘂 𝗿𝗲𝗳𝗲𝗿 𝗶𝘀 𝗮𝗻 𝗼𝗯𝘀𝗲𝗿𝘃𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻, 𝗻𝗼𝘁 𝗮 𝗷𝘂𝗱𝗴𝗺𝗲𝗻𝘁.
𝗜𝗳 𝘆𝗼𝘂 𝗲𝗮𝘀𝗶𝗹𝘆 𝗺𝗼𝘃𝗲 𝘁𝗼 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗶𝗼𝗻 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗺𝗲 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗯𝗼𝗱𝘆 𝘁𝗼 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲, 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗵𝘂𝘀 𝗱𝗶𝗲 𝗴𝗿𝗮𝗰𝗲𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆 𝗮𝗻𝗱 𝗴𝗿𝗮𝘁𝗲𝗳𝘂𝗹𝗹𝘆, 𝘆𝗼𝘂 𝗵𝗮𝘃𝗲 𝗳𝗼𝘂𝗻𝗱 𝗽𝗲𝗮𝗰𝗲 𝗯𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵, 𝗿𝗮𝘁𝗵𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗮𝗻 𝗮𝗳𝘁𝗲𝗿 𝗶𝘁.
ในที่นี้ เรากำลังพูดถึงวิธีที่จะทำให้ชีวิตและการตายของเธอลำบากน้อยลงและสงบสุขมากขึ้น ข้อความที่เธอกล่าวถึงนั้นเป็นการให้ข้อสังเกตไม่ใช่การตัดสินพิพากษา หากเธอเดินไปบนเส้นทางแห่งการทำให้เสร็จสิ้นสมบูรณ์ในการมาที่นี่ด้วยการใช้ร่างกายนี้เพื่อมีประสบการณ์และตายได้อย่างสง่างามและสำนึกรู้คุณได้อย่างไม่ยากลำบาก (มีอุปสรรคน้อย) เธอก็จะได้พบกับความสงบสุข ก่อนที่เธอจะตาย แทนที่จะเป็นหลังจากนั้น
"𝗔𝗹𝗹 𝘀𝗼𝘂𝗹𝘀 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗽𝗲𝗮𝗰𝗲 𝗮𝗳𝘁𝗲𝗿 𝘁𝗵𝗲𝗶𝗿 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵, 𝗻𝗼𝘁 𝗮𝗹𝗹 𝘀𝗼𝘂𝗹𝘀 𝗳𝗶𝗻𝗱 𝗽𝗲𝗮𝗰𝗲 𝗯𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲 𝗶𝘁.
ทุกดวงวิญญาณได้พบกับความสงบสุขหลังความตาย แต่ไม่ใช่ทุกดวงวิญญาณจะได้พบกับความสงบสุขก่อนหน้านั้น
"𝗪𝗵𝗲𝗻 𝘆𝗼𝘂 𝗱𝗶𝗲, 𝗶𝘁 𝗶𝘀 𝗶𝗺𝗽𝗼𝘀𝘀𝗶𝗯𝗹𝗲 𝘁𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗯𝗲 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲, 𝗯𝘂𝘁 𝗶𝘁 𝗜𝗦 𝗽𝗼𝘀𝘀𝗶𝗯𝗹𝗲 𝘁𝗼 𝗻𝗼𝘁 𝗯𝗲 𝗰𝗼𝗻𝘀𝗰𝗶𝗼𝘂𝘀𝗹𝘆 𝗮𝘄𝗮𝗿𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝘀. '𝗣𝗲𝗮𝗰𝗲' 𝗶𝘀 𝗯𝗲𝗶𝗻𝗴 𝗰𝗼𝗻𝘀𝗰𝗶𝗼𝘂𝘀𝗹𝘆 𝗮𝘄𝗮𝗿𝗲 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗖𝗼𝗺𝗽𝗹𝗲𝘁𝗲. 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗶𝘀 𝗻𝗼𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗺𝗼𝗿𝗲 𝗳𝗼𝗿 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗼 𝗱𝗼. 𝗧𝗵𝗮𝘁 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗱𝗼𝗻𝗲. 𝗙𝗶𝗻𝗶𝘀𝗵𝗲𝗱. 𝗔𝗻𝗱 𝗰𝗮𝗻 𝗴𝗼 𝗛𝗼𝗺𝗲.
เมื่อเธอตายแล้ว มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ (กระบวนการในการมามีประสบการณ์ที่นี่จบลงแล้ว) แต่มันเป็นไปได้ที่เธอจะไม่ตระหนักรู้ถึงเรื่องนี้อย่างมีสติ “ความสงบ” คือการตระหนักรู้ว่าเธอเสร็จสิ้นสมบูรณ์แล้วในการมาที่นี่ ไม่มีอะไรให้เธอต้องทำอีกแล้ว เธอทำเสร็จแล้ว ภารกิจสิ้นสุดลงแล้ว และสามารถกลับบ้านได้แล้ว
"𝗜𝗳 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗽𝗽𝗿𝗼𝗮𝗰𝗵 𝗱𝗲𝗮𝘁𝗵 𝗶𝗻 𝗳𝗲𝗮𝗿 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗿𝗲𝗽𝗶𝗱𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻, 𝗮𝗴𝗶𝘁𝗮𝘁𝗲𝗱 𝗮𝗻𝗱 𝘁𝗿𝗲𝗺𝗯𝗹𝗶𝗻𝗴, 𝗻𝗼𝘁 𝘄𝗮𝗻𝘁𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗼 𝗹𝗲𝘁 𝗴𝗼, 𝗻𝗼𝘁 𝗳𝗲𝗲𝗹𝗶𝗻𝗴 𝗳𝗶𝗻𝗶𝘀𝗵𝗲𝗱, 𝗼𝗿 𝗳𝗲𝗲𝗹𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗳𝗿𝗮𝗶𝗱 𝗼𝗳 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝗻𝗼𝘄 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗼𝗻 𝗶𝗻 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗹𝗶𝗳𝗲, 𝗼𝗿 𝗼𝗳 𝘄𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗼 𝗰𝗼𝗺𝗲, 𝘆𝗼𝘂, 𝘁𝗼𝗼, 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗴𝗲𝘁 𝘁𝗼 𝘆𝗼𝘂𝗿 𝗱𝗲𝘀𝘁𝗶𝗻𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻. 𝗬𝗼𝘂 𝗰𝗮𝗻𝗻𝗼𝘁 𝗳𝗮𝗶𝗹 𝘁𝗼 𝗮𝗿𝗿𝗶𝘃𝗲 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲."
แต่ถ้าเธอเข้าใกล้ความตายด้วยความหวาดกลัว ตื่นตระหนก กระวนกระวาย และใจสั่น ไม่ยอมปล่อยวาง รู้สึกว่ามันยังไม่จบ หรือรู้สึกกลัวในสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อไปในชีวิต หรือสิ่งที่กำลังจะมาถึง #เธอก็ยังจะไปถึงจุดหมายของเธออยู่ดี เพราะเธอไม่อาจล้มเหลวในการไปถึงที่นั่นได้
𝗡 : 𝗕𝘂𝘁 𝗶𝘁 𝘄𝗶𝗹𝗹 𝗯𝗲 𝗺𝗼𝗿𝗲 '𝗮𝗿𝗱𝘂𝗼𝘂𝘀,' 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗶𝘁.
N : แต่มันจะ “ลำบาก” มากกว่าแค่นั้นเอง
𝗚 : "𝗧𝗵𝗮𝘁'𝘀 𝗶𝘁.
G : แค่นั้นเอง
"𝗟𝗲𝘁 𝘂𝘀 𝗺𝗮𝗸𝗲 𝗼𝗻𝗲 𝘁𝗵𝗶𝗻𝗴 𝗰𝗹𝗲𝗮𝗿 𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗮𝗴𝗮𝗶𝗻. 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗮𝗹𝘄𝗮𝘆𝘀 𝗶𝗺𝗺𝗲𝗿𝘀𝗲𝗱 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝗗𝗶𝘃𝗶𝗻𝗲. 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗶𝗺𝗺𝗲𝗿𝘀𝗲𝗱 𝗶𝗻 𝗶𝘁 𝗿𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗻𝗼𝘄. 𝗜𝗻𝗱𝗲𝗲𝗱, 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗶𝘁. 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗗𝗶𝘃𝗶𝗻𝗶𝘁𝘆, 𝗶𝗺𝗺𝗲𝗿𝘀𝗲𝗱 𝗶𝗻 𝗗𝗶𝘃𝗶𝗻𝗶𝘁𝘆, 𝗲𝘅𝗽𝗿𝗲𝘀𝘀𝗶𝗻𝗴 𝗜𝘁𝘀𝗲𝗹𝗳 𝗮𝘀 𝘁𝗵𝗲 𝗜𝗻𝗱𝗶𝘃𝗶𝗱𝘂𝗮𝘁𝗲𝗱 𝗔𝘀𝗽𝗲𝗰𝘁 𝗼𝗳 𝗗𝗶𝘃𝗶𝗻𝗶𝘁𝘆 𝗸𝗻𝗼𝘄𝗻 𝗮𝘀 𝗬𝗼𝘂.
เรามาทําสิ่งหนึ่งให้ชัดเจนที่นี่อีกครั้งกันเถอะ ความเป็นพระเจ้านั้นอยู่กับเธอเสมอ เธอมีความเป็นเช่นนั้นอยู่ในขณะนี้ แน่นอนว่าเธอคือพระเจ้า เธอคือความศักดิ์สิทธิ์ ที่ซึ่งกำลังสำแดงตัวเองออกมาเป็นคุณลักษณะเฉพาะตัวแง่มุมหนึ่งจากแง่มุมทั้งหมดของความเป็นพระเจ้า นั่นคือการแสดงตัวออกมาในฐานะสิ่งที่ถูกเรียกว่า “ตัวเธอ”
"𝗧𝗵𝗲𝗿𝗲𝗳𝗼𝗿𝗲, 𝗶𝗻 𝘁𝗵𝗲 𝘁𝗿𝘂𝗲𝘀𝘁 𝘀𝗲𝗻𝘀𝗲, 𝘆𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗻𝗼𝘁 𝗼𝗻 𝗮 𝗷𝗼𝘂𝗿𝗻𝗲𝘆 𝗛𝗼𝗺𝗲. 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗮𝗹𝗿𝗲𝗮𝗱𝘆 𝘁𝗵𝗲𝗿𝗲. 𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗿𝗲 𝗛𝗼𝗺𝗲 𝘄𝗶𝘁𝗵 𝗚𝗼𝗱 𝗮𝗹𝘄𝗮𝘆𝘀.
ด้วยเหตุนั้น ตามความหมายที่แท้จริงแล้ว เธอไม่ได้กำลังอยู่ระหว่างการเดินทางกลับบ้านหรอก เพราะเธออยู่ที่นั่นเรียบร้อยแล้ว เธออยู่บ้านกับพระเจ้าเรียบร้อยแล้ว เพราะพระเจ้านั้นอยู่กับเธอเสมอมาและตลอดไป
"𝗬𝗼𝘂 𝗮𝗹𝗿𝗲𝗮𝗱𝘆 𝗮𝗿𝗲 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝘆𝗼𝘂 𝘄𝗼𝘂𝗹𝗱 𝘀𝗲𝗲𝗸 𝘁𝗼 𝗯𝗲. 𝗧𝗵𝗲 𝗲𝘅𝘁𝗿𝗮𝗼𝗿𝗱𝗶𝗻𝗮𝗿𝘆 𝘀𝗲𝗰𝗿𝗲𝘁 𝗶𝘀 𝘁𝗵𝗮𝘁 𝗸𝗻𝗼𝘄𝗶𝗻𝗴 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗶𝗺𝗺𝗲𝗱𝗶𝗮𝘁𝗲𝗹𝘆 𝗯𝗿𝗶𝗻𝗴𝘀 𝘆𝗼𝘂 𝘁𝗵𝗲 𝗲𝘅𝗽𝗲𝗿𝗶𝗲𝗻𝗰𝗲 𝗼𝗳 𝘁𝗵𝗶𝘀."
เธออยู่ในที่ที่เธอต้องการจะไปให้ถึงเรียบร้อยแล้ว เธออยู่ที่จุดหมายปลายทางที่เธอแสวงหานั้นเรียบร้อยแล้ว ความลับที่ไม่ธรรมดาก็คือ #การรู้เรื่องนี้จะทำให้เธอได้รับประสบการณ์นี้ในทันที
𝗡 : 𝗥𝗶𝗴𝗵𝘁 𝗻𝗼𝘄 𝗶𝘁 𝗳𝗲𝗲𝗹𝘀 𝗮𝘀 𝘁𝗵𝗼𝘂𝗴𝗵 𝘄𝗲'𝗿𝗲 𝗴𝗼𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗿𝗼𝘂𝗻𝗱 𝗶𝗻 𝗰𝗶𝗿𝗰𝗹𝗲𝘀 𝗵𝗲𝗿𝗲. 𝗜𝗻 𝘁𝗵𝗶𝘀 𝗰𝗼𝗻𝘃𝗲𝗿𝘀𝗮𝘁𝗶𝗼𝗻, 𝗜 𝗺𝗲𝗮𝗻. 𝗜𝘁 𝗳𝗲𝗲𝗹𝘀 𝗮𝘀 𝗶𝗳 𝗜'𝗺 𝘀𝗹𝗲𝗲𝗽𝘄𝗮𝗹𝗸𝗶𝗻𝗴 𝗮𝗻𝗱 𝗱𝗼𝗻'𝘁 𝗸𝗻𝗼𝘄 𝘄𝗵𝗲𝗿𝗲 𝗜 𝗮𝗺.
N : ตอนนี้ผมรู้สึกราวกับว่าเรากำลังวนอยู่ในอ่างอยู่ในการสนทนานี้ ผมหมายถึง ผมรู้สึกราวกับว่าผม กำลังเดินละเมอและไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหนกันแน่
(มีต่อ)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา