วิ่งอย่างไร ให้เผาผลาญพลังงานเหมาะกับคุณ

การวิ่งสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ
ทั้งวิ่งเพื่อการแข่งขัน วิ่งเพื่อการออกกำลังกาย และวิ่งเพื่อการลดน้ำหนัก ซึ่งแน่นอนในทุกรูปแบบของการวิ่งเราจะได้เผาผลาญพลังงาน น้ำ กล้ามเนื้อ และไขมันออกไป
-หากต้องการลดไขมันในร่างกายควรวิ่งช้าๆเพื่อให้ร่างกายได้เผาผลาญเอาไขมันมาใช้ได้มากกว่า (แต่ต้องใช้เวลาให้มากพอ)
-หากต้องการเพิ่มกล้ามเนื้อและความฟิตของร่างกาย การวิ่งเร็วๆก็จะตอบโจทย์ได้มากกว่า
วิ่งปกติ
โดยค่า Heart Rate จะอยู่ที่ 70% – 80% (133 -152 bpm)
-วิ่งปกติ 1 นาที เผาผลาญประมาณ 13 แคลอรี่
-วิ่งปกติ 30 นาที เผาผลาญประมาณ 350 – 390 แคลอรี่
-วิ่งปกติ 1 ชั่วโมง เผาผลาญประมาณ 700 – 780 แคลอรี่
วิ่งสปีด
โดยค่า Heart Rate จะอยู่ที่ 80% – 90% (152 -171 bpm)
-วิ่งสปีด 1 นาที เผาผลาญประมาณ 20 แคลอรี่
-วิ่งสปีด 30 นาที เผาผลาญประมาณ 500 – 600 แคลอรี่
-วิ่งสปีด 1 ชั่วโมง เผาผลาญประมาณ 1,000 – 1,200 แคลอรี่
ตัวอย่างคำนวณแคลอรี่
น้ำหนัก 50 กิโลกรัม ต้องการวิ่ง 3 กิโลเมตร = 3 x 50 x 1.036 = 155.4 แคลอรี่
ปริมาณการเผาผลาญนั้นจะมากหรือน้อยจะขึ้นอยู่กับความเร็ว น้ำหนักตัวผู้วิ่ง เพศ อายุ และระยะทางที่วิ่ง อีกทั้งการวิ่งแบบช้าสลับเร็ว (Interval training) จะทำให้ร่างกายได้ทั้งการเผาผลาญไขมัน และได้ความฟิตของร่างกายไปพร้อมๆกันอีกด้วย
คำแนะนำเพิ่มเติม
-ควรทำให้ต่อเนื่องอย่างน้อย 30 นาที เพื่อการเผาพลาญไขมันที่ดี
-ทำต่อเนื่อง 3 – 5 ครั้งต่อสัปดาห์
-ควรใช้ความเร็วให้คงที่
-หากเผาผลาญแคลอรี่ได้ 3,500 น้ำหนักจะลดลงถึง 0.45 กิโลกรัม
.
มากดติดตามเพจ และแชร์ข้อมูลดีๆของ Stay cool ให้เพื่อนๆกันเถอะ
  • 5
โฆษณา