6 ก.พ. เวลา 14:00 • ข่าวรอบโลก
ไทย

ตาสีตาสา หรือประชาชนทั่วไป ควรสนใจเรื่องการเมืองหรือไม่?

อย่าลืมนะครับวันที่ 8 นี้ เป็นการเลือกตั้งทั่วไปในประเทศไทยครั้งที่ 28 หลังจากที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 26
เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2568 โดยกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 พร้อมกันกับการออกเสียงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญไทย พ.ศ. 2569
1
เห็นไหม? นี่เป็นกรณีทั่วไปที่เหตุและผล ถูกสลับกันไป-มา คะแนนเสียงได้มาจากการตื่นรู้จากระบอบประชาธิปไตย(ครึ่งใบ) และความสามัคคีของคนที่สนใจเรื่องการเมือง
1
ที่สำคัญ มันไม่ใช่แค่การมอบคะแนนเสียงให้คนอื่น หากเท่าที่ผ่านมาผมพบว่า หลังจากคุณลงคะแนนเสียงแล้ว คุณจะไม่สนใจเรื่องการเมืองอีกต่อไป
1
ดูอย่างคนจำนวนมากในสหรัฐอเมริกาประเทศแห่งประชาธิปไตยนั่นดูสิครับ ในปัจจุบัน พวกเขาไม่ยอมลงคะแนนเสียง
เพราะคนส่วนใหญ่ไม่สนใจเรื่องการเมืองงั้นหรือ
ไม่ใช่เพราะเขาไม่ได้รับการศึกษานะครับ และในมุมต่างคนในฝั่งเราที่เข้ามาออกเสียงมาที่สุดก็คือ คนชนชั้นรากหญ้า
3
ทำไมน่ะหรือครับ...โถ่ววว อย่าให้พูดดีกว่า และเป็นแบบนี้มาประจำ ดังนั้นพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องใส่ใจ ฮาาาาา....
2
ในยุคนี้ บางคนบอกว่า "การเมืองมันซับซ้อนเกินไปและไกลตัวฉันเกินไป ฉันแค่อยากใช้ชีวิตของตัวเอง"
บางคนบอกว่า "การเมืองไม่ได้สนใจคุณ แต่มันส่งผลกระทบต่อทุกคนตลอดเวลา"
1
แล้วววววว ...ทำไมผู้คนถึงควรสนใจการเมืองล่ะ?
คำตอบในมุกเก่าๆ ก็คือ คุณไม่สามารถสนใจการเมืองได้ แต่การเมืองจะไม่มีวันปล่อยคุณไป ยกตัวอย่างเช่น...
1
อากาศที่คุณหายใจ อาหารที่คุณกิน และภาษีที่คุณจ่าย ล้วนเป็นเรื่องการเมือง
เมื่อคุณเปิดก๊อกน้ำ ไม่ว่าคุณจะดื่มน้ำได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องการเมือง
ทุกบาททุกสตางค์ที่คุณจ่าย วิธีการใช้เงินก็คือการเมือง
ลูกของคุณจะเรียนโรงเรียนดีๆ ได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องการเมือง
พ่อแม่ของคุณมีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องการเมือง
คุณสามารถพูดออกมาได้หรือไม่ แสดงออกได้หรือไม่ และแม้กระทั่งคุณจะมีชีวิตที่มั่นคงได้หรือไม่ก็ล้วนเป็นเรื่องการเมือง
1
แม้ว่าคุณจะพูดว่า "ฉันไม่พูดเรื่องการเมือง ฉันแค่อยากหาเงินเงียบๆ"
แต่เมื่อนโยบายเปลี่ยนไป บริษัทของคุณล้มละลาย อุตสาหกรรมของคุณถูกจำกัด และบ้านของคุณก็ขายหรือให้เช่าไม่ได้
2
แล้วคุณก็ตระหนักได้ว่า สิ่งที่เรียกว่า "ความมั่นคง" ของคุณไม่เคยเป็นสิ่งที่คุณสามารถรักษาไว้ได้(ด้วยความพยายามส่วนตัว) แต่กลับกลายเป็นโชคชะตาร่วมกันภายใต้ระบบทั้งหมด
เอาล่ะ หากคุณไม่(ยอม)พูดออกมา ก็จะมีคนพูดแทนคุณ
เมื่อคุณเงียบ จะมีคนพูดแทนคุณ คนที่มีสิทธิ์พูดจะตัดสินใจแทนคุณ และแม้กระทั่ง "อธิบาย" การตัดสินใจของคุณแทนคุณ
สุดท้าย พวกเขาจะบอกว่าคุณ "รู้สึกขอบคุณ" "พอใจ" และ "เข้าใจระบบของประเทศ" แม้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วยกับพวกเขาเลยก็ตาม
2
ในที่สุด...ความเงียบของคุณก็กลายเป็นอาวุธของพวกเขา
สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าคือพวกเขาสามารถส่งลูกๆ ของคุณไปเรียน "การอบรมสั่งสอนให้เชื่อฟัง"
และใช้เงินที่คุณหามาอย่างยากลำบากไปทำ "โครงการเพื่อพวกเขา"
1
และใช้ความเป็นส่วนตัวของคุณสร้างระบบตรวจสอบ ซึ่งถ้าหากคุณไม่พูดออกมา(ในเวลาที่เหมาะสม)นั่นจะหมายถึงการยอมรับ
หากคุณคิดว่าการไม่ใส่ใจใส่ปาก คือการสร้างสันติภาพ
แต่ที่จริงแล้วคุณกำลังสูญเสียสิทธิ์ของคุณ
การเมืองไม่ใช่ "การประชุมผู้นำ" ที่อยู่ไกลออกไป แต่เป็นการวางกฎเกณฑ์ในชีวิตประจำวันของคุณ
หากคุณคิดว่าการไม่สนใจการเมืองคือการทำให้ตัวเองเงียบ แต่บ่อยครั้งที่ราคาของความเงียบคือการที่สิทธิของคุณถูกพรากไปทีละน้อยๆและคุณยังคงไม่รู้ตัว
1
นั่นคือ ไม่ใช่ว่าคุณไม่ต้องการมีส่วนร่วมจริงๆ แต่คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการเลือกอีกต่อไปต่างหาก
1
หากคุณคิดว่า การสนใจเรื่องการเมืองไม่ใช่เพื่อการกบฏ
แต่เพื่อรักษาผลประโยชน์สูงสุด
เอาล่ะๆๆๆ เราควรต้องสนใจเรื่องการเมือง ไม่ใช่เพื่อให้ทุกคนออกไปประท้วงบนท้องถนน หรือเพื่อให้คุณสาปแช่งโลกทุกวัน
แต่เพื่อรักษาความระมัดระวังและผลประโยชน์สูงสุดที่พลเมืองควรมี
1
ในสังคมปกติ พลเมืองควรมีความตระหนักและความสามารถในการมีส่วนร่วมในกิจการสาธารณะ
คุณไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ แต่คุณควรรู้สิ่งที่คุณควรรู้ คุณไม่จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นของคุณเกี่ยวกับนโยบายทั้งหมด
แต่อย่างน้อยคุณควรเข้าใจว่านโยบายใดที่จะส่งผลกระทบต่อคุณ
การสนใจเรื่องการเมืองคือการใส่ใจตัวคุณเอง ครอบครัว และอนาคต แม้ว่าคุณจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
1
อย่างน้อยคุณก็รู้ความจริง การรู้ความจริงย่อมดีกว่าการถูกหลอกเสมอ
1
ดังนี้แล้ว ...คุณสามารถเลือกที่จะหลับตาได้ แต่อย่าโทษความมืดที่มากเกินไป คุณสามารถเงียบได้ แต่อย่าโทษโลกที่เสียงดังเกินไป
หากคุณไม่สนใจการเมือง
วันหนึ่งการเมืองจะเข้ามาในชีวิตคุณอย่างโหดร้ายที่สุด และมันจะทำให้คุณไม่สามารถหลีกเลี่ยงมันได้
แต่เราควรยังคงกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว มันจะส่งผลกระทบต่อชีวิตของคนส่วนใหญ่อย่างมองไม่เห็น
กังวลได้ แต่อย่ากังวลมากเกินไป
คนที่บอกว่าไม่สนใจการเมือง จริงๆ แล้วพวกเขากลัว
ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่สนใจหรอก
แต่พวกเขารู้ว่าใครจะฆ่าพวกเขาได้ และพวกเขาเลือกที่จะนิ่งเฉย
1
และถ้าคุณส่งคนแบบนี้ไปยุโรป สหรัฐอเมริกา หรือญี่ปุ่น พวกเขาจะทำตัวไม่ดี
แต่ถ้าคุณส่งพวกเขาไปเกาหลีเหนือหรืออิหร่าน พวกเขาจะเชื่องเหมือนแกะในทันที
1
คนทั่วไปจึงไม่ใช้เวลาอ่านข่าวสารปัจจุบันเกิน 10 นาทีต่อวัน(จากแหล่งข่าวเดียว)
ดังนั้น การใส่ใจเรื่องการเมืองจึงไม่ใช่การสุดโต่ง การใส่ใจเรื่องการเมืองไม่ใช่การที่จะกลายเป็นหัวรุนแรง(แบบผม) แต่เป็นการรู้จักยับยั้งชั่งใจอย่างหนึ่งต่างหาก
นี่ไม่ใช่การตื่นรู้..... แต่เป็นเหตุผลของการเอาตัวรอดขั้นพื้นฐาน
1
โฆษณา