19 ก.ย. 2025 เวลา 13:35 • ไลฟ์สไตล์
อิสระภาพ
เวลาทำบุญ เรียบร้อย เราก็กรวดน้ำ อุทิศ บุญกุศล เราชอบคำกล่าว อุทิศบุญกุศล ทุกครั้งที่สร้างบุญกุศล ก็กล่ววคำว่า ข้าพเจ้าได้นำธาตุทั้งสองของคุณบิดามารดา มาน้อมถวาย (ผ้าไตรจีวร กองสังฆทาน ปัจจัยสี่ ภัตตาหาร มิตตราหาร วัตถุธาตทั้งหลาย) ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า บำรุงศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สาธุ แล้วก็บอกตัวเอง ขอให้กายบิดามารดาอนุโมทนา (เพื่อให้วิญญาณหู เก็บเรื่องราว ลงบันทึกไว้ที่ธาตุทั้งสี่) แล้วเราก็อุทิศกุศล ทำแล้วรู้สึกกายมัยอิ่ม จิตก็อิ่มเอิบ มีความสุข ..
ส่วนบุญในครั้ง ข้าพเจ้าขอพระธรรมคำสอนขององค์พระสัมมา สัมพุทธเจ้า อุทศแผ่ รอบครอบจักรวาล วิมานพรหมยมโลก รอบครอบจักรวาลสันดานมนุษย์ อุทิศแก่คุณบิดามารดามารดา ผู้อุปการะ ผู้อุปถัมภ์ เจ้ากรรมเวร น้ำเลือดน้ำหนองของผู้ที่กรรม หนุนนำเรือรกายที่ข้าพเจ้าอาศัย ตัวิกรเบือดกินเนื้อที่อาศัยในสังขารที่ข้าพเจ้าอาศัย
อุทิศต่อน้ำเบือน้ำหนองของผู้ที่มีกรรมหรุนนำเรือนกายของผู้ที่ คล้องเวรคล้องกัยข้าพเจ้า อุทิศต่อตัวกินเบือดกินเนื้อ ที่อาศัยในสังขารของผู้ที่คล้องเวรกรรมกับข้าพเจ้า เจ้าที่ เจ้าของสถานที่ เจ้าของบ้าน แมาบ้าแม่เรือน จิตทุกดวงที่สถิตย์ ณ สถานที่นี้และนามธรรม จิตทุกดวงที่มาร่วมอนุโมทนาในสถานที่นี้ รอบครอบจักรวาล แล้วอุทิศลงสู่หม้อนรกด้วย
ขอให้จิตของข้าพเจ้ามีสติสัมปชัญญะรู้จักกรรม มีสติสัมปชัญญะรู้จักธรรม เพื่อสร้างบุญกุศล หนนี้วรกรรมไปทุกภาพทุกชาติ ขอให้จิตของข้าพเจ้า เกิดมาทุกภพทุกชาติให้ได้กายเป็นมนุษย์ครบอาการสามสิบสอง ให้จิตของข้าพเจ้ามีความกตัญญูรู้รู้จักคุณ ขอให้จิตข้าพเจ้า ได้พบธรรมโลกุตระ เพื่อสร้างบุญกุศลบารมี กนีเวรกรรมไปทุพพทุกชาติเทอญ
ขอพระเจ้า ปรารถ ขอให้กายเป็นบุญ จิตมีธรรม มีแสงรัตนะธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ให้มีจิตเข้าแข็ง มีสติปัญญาและความจำ ขอให้บิดามารดา ผู้อุปการะ ผู้อุปถัมภ์ เจ้ากรรมนายเวร คุณครูขาอาจารย์ พระแม่พระธรณี พระแม่พระคงคา พระแม่พระเพลิง พระแม่พระพาย ได้โปรดอนุโมทนา แล้วอโหสิกรรม ตัดกรรมให้แก่ข้าพเจ้าด้วย
เราถูกฝึกหัดมา มาเวลาสร้างบุญ ก็นำกิริยาดีมาสร้างบุญกุศล เริ่มตั้งแต่การกราบพระ ที่คัดเอา .กิริยาเทพบุตรเทพธิดา มาสร้างบุญกุศล ..กิริยาก็ต้องนอบน้อม เห็นความสำคัญของการสร้างบุญกุศล เอากายที่นิ่ง จิตที่นิ่ง มาสร้างบุญกุศล .. พระที่รับอนุโมทนา .
หากว่า กายยังไม่นิ่่ง จิตไม่นิ่ง ยังลุกลี้ลุกลน ..ท่านก็ไม่วางผ้า ลงมารับของที่ถววย เพราะท่านอาราธนา กล่าวของอาราธนา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระโมคคัลลา พระสารีบุตร พระอานนท์ โดยครองจีวร เข้าห้อวไปกราบพระ ในห้อง ก่อนจะออกมารับสิงขิงที่เค้าถวาย . หากไม่นอบน้อม ท่านก็ไม่รับ .
ท่านสอนให้รู้จักการทำบุญว่า สมัยต้นๆพุทธกาล เค้าทำบุญกันอย่างไร .เราก็ได้ฝึกหัดทำ ..ทำเสร็จก็ นั่งสมาธิฟังธรรมต่ออีกครั้งชั่วโมง . นั่นก็ทำให้รู้เรื่องราวของจิตและนามธรรม ที่มาร่วมอนุโมทนาบุญกุศล
..เวลาที่จิตสูง หูทิพย์ตาทิพย์มาร่วมอนุโมทนา อากาศก็ร่มเย็นสบาย .สงบมีความสุขเกิดขึ้น ..แม้ชั่วขณะหนึ่งก็ยังดี ที่ได้สัมผัสบารมี แสงสีของจ้ตที่สูงๆมาร่วมอนุโมทนา ให้เกิดคำว่า บุญกุศล เป็นแสงสีเหลือง ที่เกิดขึ้น สีของบุญกุศลเกิดขึ้น แล้วหากว่า เปิดหนทางให้จิตที่ทุกข์ทรมานเข้า อากาศก็เหมือนเปลืียนไป แสบร้อนตามตัว ให้รับรู้ว่า เค้าทุกข์ทรมาน ไก่ก็ร้องระงม แม้กลางวันหมาก็หอนเกรียวกราว
เรื่องราวคำว่าบุญกุศลนั่น เมื่อจิตออกจากกาย ไม่สร้างบุญกุศลไว้ ก็ลำบาก ทุกข์ทรมาน จิตเมื่อไม่มีกาย เค้าก็ไม่มีตา เหลือแต่นามธรรม จิตที่เป็นนามธรรม เค้าก็เห็นจิตของมนุษย์ที่อยู่ในกาย ใครมีบุญหรือไม่มีบุญ เค้าเห็นที่จิต .จิตไหนมีสีดำสีเวรกรรม เค้าก็ไม่ไปขอ จิตดวงไหนมีแสงสีของบุญ แสงของบุญเกิดขึ้น เค้าก็เจ้ามารับแสงสีของบุญที่เกิดขึ้น จิตของเค้าที่ทุกข์ทรมานกิ่อิ่มเอิบได้ ทำรองว่า ไม่มีเรียวแรง ลุกเดินไปไหน พอรับแสงของบุญ เค้าก็มีกำลังลุกเดินไปไหนได้
เรื่องราวของจิตที่เหลือแต่จิต เราไปงานศพที่ืหนึ่ง เค้ามายืนข้างหน้า เป็นระเบียบเกมือนแถวทหาร มีหัวหน้ายืนข้างหน้า ยืนเป็นระเบียบเรียบร้อย ยืนกันเป็นพัน เราก็ไปคุยกับพระเรื่องนี้ พระท่านบอกว่า พวกที่ยืนแถวหน้านั้นได้ เหมือนทำนองเรามีของจำกัด ไปแจกทาน ของเรามีน้อย ก็แจกได้ไม่ทั่วถึง
อีกเรื่ิองหนึ่ง ที่เค้ามาขอ .ก็เปฟันภาพทหารสมัยอยุธยา มานั่งข้างหน้านั่งพับเพียบ พนมมือ เอาดายวางข้างตัว นั่งกันเต็มศาลา มองไปนอกศาลา ก็มีทหารยืนตัวตรงอยู่ถือหอก เรามองดู เอ..บอกตัวเอง จิตหลอนๆ เราก็ไปคุยกับพระ ท่านก็บอกว่าให้สังเกตเอง เวลาเค้ามาขอส่วนบุญนั้น เราจะนิ่งผิดปกติวิสัยนิสัยของตัวเอง ท่านบอกว่า เค้าเพิ่งอยู่มาได้ สี่ห้าวันเอง ก็สี่ห้าร้อยปีมนุษย์ ยังไม่ได้ไปเกิด แต่ก็สุขสบาย กว่าพวกที่เราเล่ามาตอนแรก เพราะทหารเค้าก็ได้อานิสงส์ เป็นจ้ตที่รักษาแผ่นดิน
ตั้งแต่นายกคนก่อน ก่อนไปประชุมที่เขมร เราก็รีบทำบุญ ถวายพระสยามเทวาธิราข จากนั่นพระท่าบอกว่า ให่ทำผ้าป่า มีน้ำ ข้าวปลาอาหาร เมื่อทำบุญทำทาน ท่านก็บอกว่า บริวารพระสยามเทวาธิราช หิวโหย ไม่มีแรง เสื้อผ้าก็ขาดวิ่น ก็มีพระผู้ใหญ่(จอไม่เอ่ยชื่อท่าน) มาช่วยกระจายบุญกุศล ให้ทหารบริวาร ทั้งพระสยามเทวธิราช บริวารพระเสื้อเมือง พระทรงเมือง (คนรุ่นก่อนเวบาสร้างบ้านสร้างเมือง เค้าทำอัญเชิญสิ่งดีมาสถิตย์) ได้รับบุญกุศล มีเสื้อผ้า กลับมาแข็งแรงเหมือนเดิม
.เรื่องจิตที่เป็นนามธรรมเค้าต้องการบุญกุศล เพราทำได้ตอนเป็นมนุษย์ พอไม่มีกายมนุษย์มันทำไม่ได้ แล้วที่ไปเซ่นไหว้ นั้นเค้ากนิไม่ได้ มีแต่พวกเปรตอสุรกายมากินของไหว้ บุญกุศลก็ไม่เกิดขึ้น ยิ่งเหมือนไปเรียกร้องให้จิตเปรตอสุรกายมาเพ่นพ่าน เหมือนเอานักเลงอันธพาลเมายาเมากัญชามาอยู่ แล้วบ้านนั้นจะเป็นสุขมั้ย
..ไปเอาเกจิอาจารย์ท่องคาถาอาคมมา ก็ยิ่งทำให้เค้าเดือดร้อน . ทำบุญกับพระทรงศีล. นั้นหายาก เราก็ทำบุญถวายพระพุทธเจ้า กรวดน้ำไปเลย แล้วก็เอาไปใส่บาตร ผู้ที่ครองเครื่องหมายธรรม มองที่ผ้าเหลือง มองที่มือพ่อแม่ที่เราอาศัย หยิบขิงใสบาตร ให้ตาบันทึกภาพ สิ่งที่เราอาศัยกายนี้มาสร้างบุญกุศล เอาตา เผลอไปมองดูนก หมา แมว มันก็มีแต่ภาพหมาแมวไม่มีภาพที่เราหยิบของใส่บาตร
ใครเชื่อว่า บุญมีจริง กรรมมีจริง .ใครช่วย ทำบุญอุทิศให้ทหารที่เคยช่วยรักษาแผ่นไหนมา ที่เค้าก็ยัวไม่ไปไหน ช่วยทำบุญให้เค้า เราก็ขออนุโมทนา แต่่ต้องทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ อย่าจบด้วยขอให้ข้าพเจ้าร่ำรวย เพราะกล่าวเพียงแค่นี้ ก็กลายเป็นเห็นแก่ตัว บุญกุศลที่กำลังลอยไปกับดินฟ้าอากาศ ก็กลับคืนมาที่คนทำบุญหมด .ส่งไปไม่ถึงเลย
เรื่องบุญกุศล นั้นทำไป บาทเดียวก็ได้ เราก็เริ่มต้นจากฝึกหัดทำหน้า วันละบาท(เงินที่แรงกายของพ่อแม่ที่จิตอาศัยไปหามา เงินได้จากการพนัน แทงหวย คดโกงอย่าเอามาทำบุญ) ไปนั่งกราบพระ ฝึกหัดทำบุญหน้าพระ ทุกวันๆ วันละบาท ตอนนี้ วันละร้อยไปกล่าวถวาย กรวดน้ำทุกวันๆ กายที่เราอาศัย ก็มีบุญทุกวัน . ทำไปเพื่อขยับขยายกายกรรม ให้เป็นกายบุญ แล้วก็ยังขยับขยาย เผื่อแผ่ไปถึงจ้และนามธรรม ที่อาศัย สถานที่ที่เราพักอาศัย พอเค้าได้บุญกุศล เค้าก็มีความสุข เราก็มีความสุข ไปด้วย
พระที่สอนเรา เวลาสร้างบุญกุศล ก็ใช้กิริยาดีๆ ต้องนอบน้อม ต่อบุญของตัวเองที่กำลังทำ ท่านบอกว่า อย่าให้หูทิพย์ตาทิพย์ เค้ามาตำหนิติเตียน . ว่าทำบุญทั้งที่เอาอารมณ์มาสร้างบุญกุศล ไม่เอาจิตมาสร้างบุญกุศล ประเภททำบุญที่ใจ วินาทีเดียวเสร็จ ไม่เกิดบุญกุศลขึ้นมาได้เลย ในคำว่า กายวาจาใจ เป็นที่ประจักษ์ในการสร้างบุญกุศล นี้แหบะที่เป็นเหตุทำบุญ แล้วไม่เกิดบุญขึ้นมาได้เลย แล้วก็เที่ยวว่า ทำบุญไม่เห็นมีอะไรดีขึ้นมาเลย
โฆษณา