พุทธบารมี

ในสมัยพุทธกาล ครั้งหนึ่ง มารดาของนางกาณา ทอดขนมเพื่อเตรียมให้ธิดานำไปบ้านว่าที่สามี แต่ก่อนไปมีพระภิกษุมาบิณฑบาตหน้าบ้าน มารดาของนางกาณาจึงเอาขนมนั้น ถวายพระก่อนและทอดใหม่ เมื่อจะให้ลูกนำไป ก็มีพระภิกษุมาอีก นางจึงถวายพระอีก และทอดขนมใหม่ถึง 4 ครั้ง
ด้วยเหตุนี้ นางกาณาจึงไปถึงบ้านว่าที่สามีช้ากว่ากำหนดมาก ว่าที่สามีของนางจึงแต่งงานกับหญิงอื่นแทน นางจึงเป็นม่ายขันหมากและโกรธมาก เมื่อมีพระภิกษุผ่านมาหน้าบ้าน นางก็จะด่าว่า "พระภิกษุเหล่านี้ ทำให้การครองเรือนของเราฉิบหายแล้ว" พระภิกษุทั้งหลายจึงไม่อาจเดินไปสู่ถนนเส้นนั้นได้.
เมื่อพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงทราบเรื่องนั้น จึงได้เสด็จไปที่บ้านของนาง มารดาของนางกาณาถวายบังคมพระศาสดาแล้ว ได้ถวายภัตตาหาร หลังจากพระศาสดาเสวยพระกระยาหารเช้าแล้ว ตรัสถามว่า "กาณาไปไหน ?" มารดา กราบทูลว่า นางเห็นพระองค์แล้ว เป็นผู้เก้อ ยืนร้องไห้อยู่.
พระศาสดา ตรัสถามว่า เพราะเหตุอะไรเล่า ? มารดา กราบทูลว่า นางด่าบริภาษพวกภิกษุ จึงเป็นผู้เก้อ ยืนร้องไห้อยู่ พระเจ้าข้า.พระศาสดาจึงให้เรียกนางกาณามา นางได้ขอขมาที่ด่าพระภิกษุ พระศาสดาก็ได้แสดงธรรมโปรดจนนางได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบัน ต่อมาเมื่อพระราชาทราบเรื่องนั้น จึงตั้งให้นางกาณาเป็นพระราชธิดาบุญธรรมของพระองค์และมอบให้มหาอำมาตย์ผู้หนึ่งเลี้ยงดูนาง
คำอธิบาย และอ้างอิง
1. เหตุที่มั่นหมายกันแล้วแต่ไม่ได้แต่งงานครองคู่กัน เพราะไม่ได้เป็นเนื้อคู่กัน ไม่มีบุญจะอยู่ร่วมกันในฐานะสามีและภรรยา อีกทั้งกรณีของนางกาณานั้นนางมีบุญจะได้บรรลุธรรมเป็นพระโสดาบันด้วย ซึ่งพระโสดาบันจะเกิดอีกไม่เกิน 7 ชาติ ก็จะได้หลุดพ้นเป็นพระอรหันต์ ไม่ต้องเวียนว่ายตายเกิดอีกต่อไป
2. สำหรับพระภิกษุนั้นท่านก็เดินบิณฑบาตไปตามปกติของท่าน และไม่ทราบว่าจะมีเหตุอย่างนี้เกิดขึ้น เนื่องจากพระภิกษุที่วัดพระเชตวันมีจำนวนมาก ก็เป็นไปได้ที่จะมีพระภิกษุผ่านไปทางบ้านนางกาณาหลายรูป ส่วนแม่ของนางกาณาเมื่อมีพระภิกษุมานางก็ใส่บาตรไปตามอัธยาศัยของชาวพุทธที่ใจบุญ
3. พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 41 หน้า 343 - 348

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา