Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
ศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา DCI
•
ติดตาม
3 พ.ย. เวลา 03:13 • การศึกษา
ศูนย์พุทธศาสตร์ศึกษา DCI พระนครศรีอยุธยา
มนุษย์ยุคแรกลงมาจากพรหมโลก เป็นผู้สำเร็จทางใจ
พระสมณโคดมพุทธเจ้าตรัสว่า สมัยพระอโนมทัสสีพุทธเจ้า ใน 1 อสงไขยแสนกัปจากกัปนี้ไป พระสารีบุตรเกิดในสกุลพราหมณ์ที่มีฐานะร่ำรวยมีชื่อว่าสรทมาณพ ต่อมาได้ออกบวชเป็นดาบสและมีศิษย์ที่ออกบวชตาม 74,000 คน สรทดาบสและดาบสทั้งหมดปฏิบัติธรรมจนได้อภิญญา 5 และสมาบัติ 8
วันหนึ่ง ในเวลาใกล้รุ่งพระพุทธเจ้าทรงพระนามว่าอโนมทัสสีทรงพิจารณาดูสัตวโลก ทอดพระเนตรเห็นสรทดาบสจึงเสด็จไปโปรด เมื่อสรทดาบสเห็นลักษณะมหาบุรุษของพระองค์ก็ทราบว่า
“ผู้ประกอบด้วยลักษณะเหล่านี้ เมื่ออยู่ในท่ามกลางเรือน ย่อมเป็นพระเจ้าจักรพรรดิ เมื่อออกบวชย่อมเป็นพระสัพพัญญูพุทธเจ้า มีกิเลสเครื่องมุงบังอันเปิดแล้วในโลก บุรุษผู้นี้เป็นพระพุทธเจ้าโดยไม่ต้องสงสัย” จึงทำการต้อนรับ ถวายบังคมด้วยเบญจางคประดิษฐ์และจัดอาสนะถวาย
พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับนั่งบนอาสนะที่จัดไว้ สรทดาบสได้นั่งในอาสนะที่ต่ำกว่า เมื่อดาบสลูกศิษย์กลับมาจากป่าแลดูอาสนะที่พระพุทธเจ้าประทับและอาจารย์นั่งแล้วจึงพูดว่า “ท่านอาจารย์ พวกกระผมเข้าใจว่า ‘ในโลกนี้ผู้เป็นใหญ่กว่าท่านอาจารย์ ย่อมไม่มี ก็บุรุษผู้นี้เห็นจะเป็นใหญ่กว่าท่านอาจารย์?”
สรทดาบสตอบว่า “พ่อทั้งหลาย พวกเจ้าพูดอะไร พวกเจ้าปรารถนาเพื่อทำเขาสิเนรุซึ่งสูง 6,800,000 โยชน์ให้เสมอกับเมล็ดพันธุ์ผักกาดกระนั้นหรือ? พวกเจ้าอย่าทำการเปรียบเทียบเรากับพระสัพพัญญูพุทธเจ้าเลย.”
ดาบสเหล่านั้นจึงหมอบลงแทบพระบาททั้งสอง ถวายบังคมด้วยเศียรเกล้า อาจารย์กล่าวกะดาบสเหล่านั้นว่า “พวกเจ้าจงนำผลไม้ที่มีอยู่มา” แล้วใส่ในบาตรของพระตถาคต จากนั้นพระศาสดาก็ประทับนั่งทำภัตกิจ เมื่อเสร็จแล้วทรงดำริว่า “ขออัครสาวกทั้งสองจงมาพร้อมด้วยภิกษุสงฆ์” พระอัครสาวกทั้งสองนั้นทราบพระดำริของพระศาสดาแล้วจึงมาพร้อมพระอรหันต์ 100,000 รูป
ดาบสเหล่านั้นก็ได้ปูอาสนะดอกไม้ให้คณะสงฆ์นั่ง จากนั้นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระอรหันต์ทั้งหมดก็เข้านิโรธสมาบัติ สรทดาบสได้ถือฉัตรดอกไม้ยืนกั้นเหนือพระเศียรของพระตถาคต พระศาสดาทรงอธิษฐานว่า “ขอสักการะของพวกดาบสนี้จงมีผลใหญ่”
ขณะที่พระตถาคตประทับนั่งเข้านิโรธสมาบัติตลอด 7 วัน สรทดาบสไม่ไหนเลยและไม่ฉันอาหารใดๆ ยืนกั้นฉัตรดอกไม้ตลอด 7 วัน มีปีติเป็นอาหาร อยู่ได้ด้วยความปีติและความสุข
เมื่อพระศาสดาเสด็จออกจากนิโรธแล้วทรงให้พระนิสภเถระซึ่งเป็นพระอัครสาวกผู้เลิศด้านปัญญา และพระอโนมเถระซึ่งเป็นพระอัครสาวกผู้เลิศด้านฤทธิ์แสดงธรรม จากนั้นพระองค์ก็ทรงแสดงธรรม ในเวลาจบพระธรรมเทศนาดาบส 74,000 รูป ได้บรรลุธรรมเป็นพระอรหันต์และบวชเป็นพระภิกษุในพระพุทธศาสนา
ส่วนสรทดาบสผู้เป็นอาจารย์ไม่ได้บรรลุธรรม เพราะมัวแต่คิดว่า “โอหนอ! แม้เราพึงได้รับธุระที่พระนิสภเถระนี้ได้รับในศาสนาของพระพุทธเจ้าผู้จะบังเกิดในอนาคต” แล้วกราบพระพุทธเจ้าตั้งความปรารถนาตำแหน่งนั้น
พระศาสดาทรงส่งพระอนาคตังสญาณไปพิจารณาว่า “ความปรารถนาของดาบสผู้นี้ จักสำเร็จหรือหนอ?” และตรัสว่า “ในอนาคต ล่วงไป 1 อสงไขยแสนกัป พระพุทธเจ้าพระนามว่าโคดมจักเสด็จอุบัติขึ้นในโลกท่านจักเป็นพระอัครสาวกของพระองค์นามว่า ธรรมเสนาบดีสารีบุตร”
คำอธิบาย และอ้างอิง
1. สมัยพระอโนมทัสสีพุทธเจ้านี้เป็นสมัยที่พระสารีบุตรได้รับพยากรณ์ครั้งแรก แต่ท่านสร้างบารมีเพื่อปรารถนาตำแหน่งอัครสาวกมาก่อนหน้านี้แล้ว จึงมีบารมีมากพอที่จะเป็นอาจารย์ของดาบส 74,000 รูปผู้ที่มีบารมีเต็มที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ แต่อาจารย์ปรารถนาภูมิใหญ่กว่าจึงยังไม่บรรลุธรรมในชาตินั้น
2. การที่สรทดาบสกันฉัตรให้พระพุทธเจ้า 7 วัน โดยไม่ได้กินอาหารแต่มีปีติเป็นอาหารนั้น คล้ายๆกับมนุษย์ยุคแรกซึ่งเป็นพระพรหมจุติมาเกิดบนโลก พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสไว้ในอัคคัญญสูตรว่า "มนุษย์ยุคแรกลงมาจากพรหมโลก เป็นผู้สำเร็จทางใจ มีปีติเป็นอาหาร มีรัศมีซ่านออกจากร่างกาย สัญจรไปได้ในอากาศ"
3.พระไตรปิฎกและอรรถกถาแปล ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย เล่ม 40 หน้า 116 - 154
อ่านเพิ่มเติม
facebook.com
ธรรมะในพระไตรปิฎก | Ayutthaya
ธรรมะในพระไตรปิฎก, Ayutthaya. 185 likes · 141 talking about this. Tutor/Teacher
ข่าวรอบโลก
พุทธศาสนา
ประวัติศาสตร์
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ธรรมะในพระไตรปิฎก
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2025 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย