3 ม.ค. เวลา 12:19 • ประวัติศาสตร์

ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์: เสน่ห์ปลายจวักของแม่ครัวหัวป่าก์ สตรีผู้ให้กำเนิดสภากาชาดไทย

ข้าวปลาอาหารนับว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยสี่สำคัญที่มนุษย์เราไม่อาจจะขาดไปได้ แน่นอนว่าในโลกเรานี้ ทุกที่ล้วนมีอาหารที่แตกต่างกันไปตามวัฒนธรรมการกินของคนในแต่ละพื้นที่ บางทีก็เป็นอาหารเฉพาะถิ่น บางทีก็เป็นอาหารที่ได้รับอิทธิพลจากที่อื่นเข้ามา แต่ทั้งนี้การที่อาหารแต่ละอย่างถูกสืบทอดลงมาจนถึงปัจจุบันได้นั้น ก็อาศัยตัวช่วยหลายอย่าง ทั้งการสอนกันตัวต่อตัว เรียนรู้จากการฟังปากต่อปาก ไปจนถึงการสอนกันผ่านตัวอักษร
การบันทึกสูตรอาหารต่าง ๆ นั้น ในทางตะวันตกมีการบันทึกต่อมาอย่างยาวนาน ซึ่งเป็นอุปนิสัยของการรู้หนังสือและรู้จักจดบันทึก ในประเทศไทยเองก็พอที่จะปรากฏการบันทึกสูตรอาหารอยู่บ้าง แต่ในระยะแรกก็ไม่ได้มีมาตราตวงสัดส่วนวัตถุดิบอย่างชัดเจน ทำให้สูตรอาหารนั้นไม่ได้มีรสชาติที่คงที่
ซึ่งการบันทึกเกี่ยวกับสูตรอาหารไทยในรูปแบบสมัยใหม่ที่มีการวัด ชั่ง ตวงนั้น ก็เริ่มมีเช่นในตำรากับเข้าของหม่อมซ่มจีน ไปจนถึงตำรา “แม่ครัวหัวป่าก์” ซึ่งแน่นอนว่าถ้าพูดถึงแม่ครัวหัวป่าก์ ชื่อของ “ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์” ก็ต้องเป็นชื่อสำคัญที่ผุดเข้ามาในความคิดของใครหลาย ๆ คน
⭐ ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์
ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ เกิดเมื่อวันพุธ ขึ้น 1 ค่ำ เดือนอ้าย ปีมะแม คำนวณตามปฏิทินสากลตรงกับวันที่ 7 ธันวาคม 2390 เกิดมาในราชินิกุลชูโต โดยเป็นบุตรีของนายสุดจินดา (พลอย ชูโต) กับคุณนิ่ม สวัสดิ์-ชูโต ด้วยชาติกำเนิดที่มีฐานะและมีบทบาทในฐานะของราชินิกุล
ทำให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยนได้รับการศึกษาอบรมสมดังกุลสตรีในอดีต ที่ต้องศึกษาทั้งวิชางานบ้านงานเรือนต่าง ๆ ตลอดจนวิชาทำอาหาร ซึ่งเสน่ห์ปลายจวักของท่านผู้หญิงเปลี่ยนนี้เอง ที่นับว่าเป็นสิ่งที่ทำให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยนเป็นที่รู้จักมากที่สุด
ในแง่ของอาหารการกินนั้น นับว่าเป็นจุดเด่นสำคัญของท่านผู้หญิงเปลี่ยน อีกทั้งยังเป็นบุคคลที่ฉลาดเฉลียว และมีความคิดนำสมัย เป็นสตรีหัวก้าวหน้าในสยามยุคเปลี่ยนผ่านไปสู่สมัยใหม่อย่างตะวันตกนิยม ทำให้ท่านผู้หญิงเปลี่ยนได้รับอิทธิพลจากตะวันตกมาอยู่บ้าง หนึ่งในนั้นก็คือเรื่องของอาหารที่ได้เรียนรู้วิธีการทำอาหารอย่างตะวันตกไปด้วย
ตลอดจนริเริ่มเปลี่ยนขนมลูกชุบให้กลายเป็นรูปผลไม้ชุบวุ้นเป็นคนแรก ๆ ในไทยด้วย ท่านผู้หญิงเปลี่ยนได้สมรสกับเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) บุตรชายคนสุดท้ายของสมเด็จเจ้าพระยามหาประยูรวงศ์ อันเป็นที่มาของนามสกุลภาสกรวงศ์ในภายหลัง
⭐ จากวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 สู่สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม
ย้อนกลับไปในช่วงวิกฤตการณ์ ร.ศ. 112 และการปะทะกันระหว่างสยามกับฝรั่งเศสบนพื้นที่ฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง ท่านผู้หญิงเปลี่ยนในวัย 46 ปี ก็ได้เล็งเห็นถึงความยากลำบากทั้งของทหารและประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว กอปรกับการที่ในสยามนั้นไม่ได้มีองค์กรใดที่จะเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนต่าง ๆ
ด้วยความที่เป็นหญิงหัวสมัยใหม่และได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องราวของต่างชาติมามาก ท่านผู้หญิงเปลี่ยนน่าจะเคยได้รับรู้หรือรู้จักกับรูปแบบขององค์กรเพื่อการกุศลที่มีส่วนร่วมในการบำบัดทุกข์และพยาบาลผู้คนในยามวิกฤต จึงได้ชักชวนสตรีท่านอื่น ๆ รวบรวมเป็นกลุ่มอาสาสมัครขึ้น กราบบังคมทูลแด่สมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวี พระพันวสาอัยยิกาเจ้า (พระนางเจ้าสว่างวัฒนา) เพื่อให้ทรงมาเป็นผู้อุปถัมป์องค์การดังกล่าว
ข่าวความพยายามที่จะจัดตั้งองค์กรเพื่อช่วยเหลือทหารและราษฎรที่ได้รับผลกระทบจากการปะทะกันดังกล่าว ได้ไปถึงพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ซึ่งทรงเห็นดีกับแนวคิดของท่านผู้หญิงเปลี่ยน เนื่องด้วยเป็นองค์กรการกุศลที่จัดตั้งขึ้นเพื่อสาธารณประโยชน์ และเห็นผู้อื่นเป็นสำคัญ
อีกทั้งยังมีรูปแบบคล้ายกับองค์กรทางฝั่งตะวันตก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเจริญและความพยายามพัฒนาเข้าหาแนวคิดอย่างชาติตะวันตก จึงทรงมีพระบรมราชานุญาตให้ตั้งเป็นสมาคมการกุศลขึ้นมา ในนาม “สภาอุณาโลมแดงแห่งชาติสยาม” โดยมีสมเด็จพระศรีสวรินทราบรมราชเทวีทรงเป็นสภาชนนี และมีพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระวรราชเทวีทรงเป็นสภานายิกา
นอกจากนี้ยังทรงรับองค์กรของท่านผู้หญิงเปลี่ยนไว้ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมีพระบรมราชานุญาตให้องค์กรดังกล่าวสามารถทำการเรี่ยไรเงินเพื่อสาธารณประโยชน์ ตลอดจนพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ให้ด้วย ทำให้องค์กรของท่านผู้หญิงเปลี่ยนสามารถรวบรวมเงินเรี่ยไรได้มากถึง 444,728 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินมหาศาลในช่วงเวลาดังกล่าว
เงินเหล่านี้ถูกนำไปจัดซื้อเวชภัณฑ์ ตลอดจนออกเยี่ยมเยือนผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตการณ์ดังกล่าวด้วย ซึ่งสภาอุณาโลมแดงนั้น ต่อมาในภายหลังได้มีการรับรองจากคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ เป็นสภากาชาดสยาม และกลายเป็นสภากาชาดไทยในปัจจุบัน
⭐ เสน่ห์ปลายจวักที่ได้รับการส่งต่อผ่านตัวอักษร
นอกเหนือจากบทบาทสำคัญในฐานะสุภาพสตรีไทยหัวสมัยใหม่ผู้ริเริ่มก่อตั้งสภากาชาดไทยแล้ว เสน่ห์ปลายจวักของท่านผู้หญิงเปลี่ยนที่เป็นที่รู้จักและกล่าวขานกันมาอย่างเนิ่นนาน ก็นับว่าได้สร้างคุณูปการสำคัญอีกประการหนึ่ง ผ่านการแต่งตำราอาหารแม่ครัวหัวป่าก์ด้วย
กล่าวกันว่าแม่ครัวหัวป่าก์เป็นตำราอาหารที่เก่าแก่เป็นอันดับต้น ๆ ของไทย รองจากตำรากับเข้าของหม่อมซ่มจีน ราชานุประพันธ์ แม้จะไม่ใช่ตำราอาหารเล่มแรก แต่ก็เป็นตำราอาหารที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูง และมีการพิมพ์ซ้ำหลายครั้ง
แม่ครัวหัวป่าก์เริ่มมีการเผยแพร่ครั้งแรกเป็นตอน ๆ ลงในนิตยสารรายเดือนชื่อ ประติทินบัตรแลจดหมายเหตุ เมื่อปี 2432 แต่ทั้งนี้นิตยสารฉบับดังกล่าวมีอายุได้ไม่นานก็ปิดตัวลงไป เรื่องแม่ครัวหัวป่าก์จึงเผยแพร่ไปได้เพียง 6 ตอนในคราวแรก กระทั่งต่อมาได้พิมพ์ขึ้นเพื่อแจกแขกเป็นของชำร่วย ซึ่งได้รับความนิยมมาก
จึงมีความคิดที่จะพิมพ์จำหน่าย ทว่ากลับขายไม่ได้เท่าที่ควร เนื่องจากคนไทยในช่วงเวลาดังกล่าวนิยมอ่านเรื่องบันเทิงมากกว่าสารคดีหรือสูตรอาหารอย่างแม่ครัวหัวป่าก์ อย่างไรก็ตาม ในสมัยหลังก็ได้มีผู้นำมาพิมพ์เผยแพร่มากขึ้น ทำให้ชื่อแม่ครัวหัวป่าก์กลายเป็นชื่อที่ใคร ๆ ก็เคยได้ยินกัน
⭐ เพราะใคร ๆ ก็สามารถทำอาหารได้
ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ถึงแก่อนิจกรรมในปี ร.ศ. 130 (พ.ศ. 2454) เมื่ออายุได้ 64 ปี โดยในราชกิจจานุเบกษาระบุว่า ท่านผู้หญิงเปลี่ยนถึงแก่อนิจกรรมจากพิษบาดแผล ซึ่งเกิดจากการถูกคนร้ายใช้อาวุธดาบฟันจนได้รับบาดแผลฉกรรจ์สาหัส อันเป็นเหตุให้ถึงแก่อนิจกรรม
ในคำนมัสการของหนังสือแม่ครัวหัวป่าก์ ฉบับพิมพ์ปี ร.ศ. 127 โดยมีเปียร์ เดอ ลา ก้อล เพชร์ เป็นบรรณาธิการ ได้กล่าวว่าหนังสือแม่ครัวหัวป่าก์เล่มนี้เขียนขึ้นเพื่อ “ประโยชน์แก่นารีเพศอันร่วมชาติ์ราชพศกนิกรในไทยาณาจักร์นี้ด้วยความหวังใจอันดี” ท่านผู้หญิงเปลี่ยนมองศาสตร์ของการคหกรรมและการประกอบอาหารในฐานะของงานศิลปะอันวิจิตรยิ่งยวด และช่วยให้ผู้คนเพลิดเพลินเจริญใจผ่านการใช้ลิ้นในการชื่นชมศิลปะเหล่านี้
ท่านผู้หญิงเปลี่ยนได้เผยแพร่ตำราแม่ครัวหัวป่าก์ด้วยความหวังว่าจะเป็นประโยชน์ ตลอดจนเป็นการส่งต่อองค์ความรู้ด้านการทำอาหาร ทั้งในแง่ของสูตรอาหารและเรื่องราวทางประวัติศาสตร์บางส่วน เพื่อเป็นความรู้ให้แก่ผู้ที่สนใจ อีกทั้งการตีพิมพ์แม่ครัวหัวป่าก์อย่างแพร่หลาย ยังเป็นอีกหนึ่งการส่งต่อสูตรอาหารให้สามารถเข้าถึงได้ง่ายสำหรับคนทั่วไป มิได้จำกัดอยู่เพียงในครัวชั้นสูงเท่านั้น แต่ยังเป็นอาหารที่สามารถอยู่คู่ครัวบ้าน ๆ ได้ด้วยในอีกทางหนึ่ง…
#สุดโปรด #อาหาร #ชีวประวัติ #บุคคล #แม่ครัวหัวป่าก์ #หนังสือ #ประวัติศาสตร์ #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา