Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
สุดโปรด
•
ติดตาม
17 ม.ค. เวลา 12:19 • ประวัติศาสตร์
บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์: จากนายหน้าค้าของให้ทหารญี่ปุ่น สู่วีรบุรุษแห่งทางรถไฟสายมรณะ
ในยุคของรถเมล์เอกชนก่อนการเกิดขึ้นมาของขสมก. ก็มีมากมายหลายเจ้าที่แข่งขันกันเดินรถอย่างไม่หยุดหย่อน ท่านผู้ใดที่ทันยุคก่อนขสมก. อาจจะรู้จักกับรถเมล์หลากหลายบริษัท ที่โด่งดังก็เช่นบริษัทนายเลิศที่ใหญ่โตราวกับอาณาจักรรถเมล์ ซึ่งรถเมล์นายเลิศนี้มีคู่แข่งตัวฉกาจอยู่เจ้าหนึ่ง ที่รู้จักกันในชื่อของ “รถเมล์บุญผ่อง”
คนไทยเราอาจจะรู้จักกับ “บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์” ในฐานะของนักธุรกิจเจ้าของรถเมล์บุญผ่อง แต่เชื่อเถิดว่าน้อยคนที่จะรู้ว่านักธุรกิจกิจการรถเมล์ผู้นี้นั้น ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นวีรบุรุษสงครามที่เสี่ยงชีวิตช่วยเหลือเชลยชาวตะวันตกด้วยใจใฝ่มนุษยธรรม จนเป็นที่ยอมรับจากสากลในฐานะของ “วีรบุรุษ” อีกท่านหนึ่งในสงครามโลกครั้งที่ 2 ด้วย
⭐ ทายาทหมอผู้มีใจใฝ่วิชาการค้า
บุญผ่อง สิริเวชชะพันธ์ เกิดมาในครอบครัวที่มีพ่อเป็นหมอในย่านปากแพรกของเมืองกาญจนบุรี แต่ถึงแม้ว่าจะเกิดมาในครอบครัวที่ข้องเกี่ยวกับการรักษาผู้คน แนวคิดของนายบุญผ่องกลับมีความปรารถนาที่จะเป็นนักธุรกิจหรือพ่อค้ามากกว่าที่จะสานต่อกิจการของครอบครัว
นายบุญผ่องได้รับการศึกษาที่โรงเรียนวิสุทธรังษี ก่อนที่จะย้ายเข้ามายังกรุงเทพมหานครและเข้าเรียนที่โรงเรียนสวนกุหลาบ ก่อนที่จะเข้าทำงานที่กรมรถไฟหลังเรียนจบ เขาทำงานอยู่ที่กรมรถไฟยาวนานถึง 8 ปี ด้วยกันก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางกลับจังหวัดกาญจนบุรีบ้านเกิดเพื่อเป็นกิจการค้าขายเป็นของครอบครัวตัวเอง ภายใต้ชื่อร้าน “บุญผ่อง แอนด์ บราเดอร์” ขายสินค้าเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ
นายบุญผ่องสามารถสร้างตัว และกลายมาเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียงในย่านปากแพรกได้อย่างง่ายได้ กระทั่งต่อมานายบุญผ่องได้ลงสมัครเลือกตั้งจนได้ขึ้นเป็นนายกเทศมนตรีเมืองกาญจนบุรีในวัย 40 ปี ตรงกับช่วงเวลาที่สงครามโลกครั้งที่ 2 ได้อุบัติขึ้น และไทยได้เข้าร่วมสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่นายบุญผ่องเป็นนายกเทศมนตรีอยู่
ร้านบุญผ่องนับว่าเป็นร้านค้าที่ใหญ่และเจ้าของร้านพูดภาษาอังกฤษ เรื่องเหล่านี้ล้วนแต่เป็นข้อได้เปรียบสำคัญที่ทำให้ร้านบุญผ่องเอาชนะร้านอื่น ๆ และสามารถสร้างสัมพันธไมตรีกับทหารญี่ปุ่นที่เข้ามายังกาญจนบุรีได้
⭐ กาญจนบุรีในสงครามโลกครั้งที่ 2
กาญจนบุรี นับว่าเป็นพื้นที่สำคัญของประเทศไทยที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสงครามโลกครั้งที่ 2 โดยตรง เป็นทั้งพื้นที่ที่มีการตั้งค่ายทหาร ค่ายเชลย ไปจนถึงโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายมรณะที่จะเดินทางไปยังพม่า ทางรถไฟสายมรณะนับว่าเป็นทางรถไฟที่มีบทบาทในสงครามโลกครั้งที่สองในฐานะของสถานที่ที่เต็มไปด้วยการใช้แรงงานเชลยศึกอย่างหนัก จนนำมาสู่การจากไปของหลาย ๆ ชีวิตบนเส้นทางรถไฟสายนี้
ร้านบุญผ่องที่เข้าออกค่ายเชลยหลายต่อหลายครั้ง ทำให้นายบุญผ่องเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเชลยที่ย่ำแย่ ซึ่งเชลยต่างชาติที่เป็นชาวตะวันตกนั้นล้วนแต่ไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศของไทยส่งผลให้ป่วยกันเป็นอันมาก โดยเฉพาะกับไข้มาลาเรียที่ระบาดหนัก ยาควินินไม่เพียงพอ ร่างของผู้เสียชีวิตก็ถูกโยนลงแม่น้ำแบบลวก ๆ ปราศจากพิธีกรรมแต่อย่างใด
ถึงแม้ว่านายบุญผ่องจะมีแนวคิดหันเหไปยังด้านหัวการค้า ทำการค้ากับทหารญี่ปุ่นโดยหวังผลกำไรตามอย่างที่นักธุรกิจเป็นไป ทว่าด้วยสายเลือดแพทย์ที่อยู่ในตัวของเขานั้น ทำให้สภาพของเชลยเหล่านี้เป็นสิ่งที่ยากจะมองข้ามได้สำหรับเขา นั่นเองที่ทำให้เขาเลือกที่ให้ความช่วยเหลือและทำตามคำขอของแพทย์ทหารชาวออสเตรเลียคนหนึ่งนาม น.พ.เอ็ดเวิร์ด เวรี่ ดันล็อป เพื่อลักลอบนำยาควินินเข้าไปยังค่ายเชลย
⭐ วีรบุรุษแห่งทางรถไฟสายมรณะ
การลักลอบส่งยาควินินไปให้เชลยนั้น นับว่าเป็นการกระทำที่มีความเสี่ยงมาก เพราะถ้าถูกจับได้จะเป็นภัยต่อครอบครัวของเขา แต่ถึงอย่างนั้น ด้วยความมนุษยธรรมที่มีทำให้นายบุญผ่องตัดสินใจที่จะให้ความช่วยเหลือ ยาถูกส่งไปข้างในค่ายด้วยวิธีการที่หลากหลาย ทั้งการซ่อนไปในสินค้า ไม่เพียงแค่นั้นบางครั้งยังเสี่ยงให้ลูกสาวคือ ด.ญ.ผณี ลักลอบนำยาเข้าไปด้วยเพราะว่าทหารญี่ปุ่นเอ็นดูและไม่เห็นว่าเธอจะเป็นภัย
นายบุญผ่องเป็นเหมือนกับสายลับสองหน้าที่ฉากหน้าทำการค้ากับทหารญี่ปุ่น ในขณะที่เบื้องหลังได้ให้ความช่วยเหลือแก่เชลยอย่างลับ ๆ ซึ่งความช่วยเหลือของนายบุญผ่องไม่ได้มีเพียงแค่การลักลอบนำยาเข้าไปให้น.พ.ดันล็อปรักษาเชลยในค่ายเท่านั้น หากแต่ยังมีการส่งตำแหน่งทิ้งระเบิด ตลอดจนยังให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแก่เชลยศึกหลายต่อหลายคนด้วย ซึ่งแน่นอนว่าการกระทำของนายบุญผ่องนั้นเป็นการเสี่ยงภัย ทำให้หลาย ๆ คนที่ทราบเรื่องนี้รู้สึกไม่พอใจ เพราะถ้าพลาดอาจจะหมายถึงชีวิตอีกหลายชีวิตที่จะตกอยู่ในความเสี่ยง
ความใจบุญและความกล้าเสี่ยงเพื่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันของนายบุญผ่องได้ทำให้เรื่องราวของเขาเป็นที่รู้จักกันในหมู่เชลย เมื่อหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จบลง เขาก็ได้รับการยกย่องหลายอย่าง เมื่อครั้งที่สมเด็จพระนางเจ้าเอลิซาเบธเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยก็โปรดฯ ให้นายบุญผ่องได้มาเข้าเฝ้าพร้อมกับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ The George Cross (GC) ให้ พร้อมทั้งอังกฤษและเนเธอร์แลนด์ต่างมอบยศทางการทหารให้นายบุญผ่องเป็นพันโท เพื่อเป็นการตอบแทนถึงความกล้าหาญของเขาในฐานะของ “วีรบุรุษแห่งทางรถไฟสายมรณะ”
⭐ รถเมล์ของบุญผ่อง ธุรกิจที่เปลี่ยนรถเพื่อสงครามกลายเป็นรถเพื่อมวลชน
ในช่วงปลายสงคราม นายบุญผ่องถูกลอบยิงแต่สามารถรอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์ โดยได้รับความช่วยเหลือจากเหล่าเชลยที่ต่างรักเขาไม่ต่างจากครอบครัว ครั้นเมื่อสงครามจบลงจากการยอมแพ้ของญี่ปุ่น อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างของญี่ปุ่นก็ถูกยึดด้วยฝ่ายสัมพันธมิตร
พอนายบุญผ่องเดินทางเข้ามาประกอบกิจการรถเมล์ในกรุงเทพมหานครก็ได้รับมอบรถที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นสมบัติของกองทัพญี่ปุ่นเอาไว้ ซึ่งเป็นของตอบแทนที่ทางฝ่ายสัมพันธมิตรสามารถที่จะมอบให้กับนายบุญผ่องได้ กิจการรถเมล์ของนายบุญผ่องจึงเป็นกิจการที่นำเอารถที่ครั้งหนึ่งเคยใช้ในสงครามกลับมาดัดแปลงใช้ใหม่ในฐานะของรถโดยสารเพื่อผู้คน
รถเมล์บุญผ่องได้รับสัมปทานเดินรถในปีเดียวกันกับรถเมล์นายเลิศคือในปี 2490 ซึ่งก็ได้ดำเนินกิจการมานานหลายปี กระทั่งกิจการรถเมล์เอกชนถูกยุบรวบไปเป็นขสมก. ในช่วงปี 2518 รถเมล์บุญผ่องนับว่าเป็นรถเมล์อีกหนึ่งสายที่มีผู้ใช้บริการมาก และเป็นคู่แข่งกับรถเมล์นายเลิศมาจนกระทั่งจุดสิ้นสุดของรถเมล์ยุคแรก
⭐ มรดกตกทอดของวีรบุรุษที่ไม่มีในตำราเรียนไทย
ถึงแม้ว่านายบุญผ่องจะได้รับการยกย่องจากต่างประเทศอย่างกว้างขวาง ทั้งในอังกฤษ เนเธอร์แลนด์ ออสเตรเลีย ทว่าเรื่องราวของเขาในประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นที่รู้จักมากเท่าที่ควร โดยเรื่องราวของเขาเริ่มกลับมาเป็นที่รู้จักอีกครั้งหนึ่งในช่วงปี 2556 ที่ทางสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ได้สร้างละครโทรทัศน์เรื่อง บุญผ่อง ออกอากาศ เป็นการรื้อฟื้นเรื่องราวของวีรบุรุษสงครามโลกที่คนไทยหลงลืมผู้นี้ให้กลับมาเป็นที่รู้จักกันอีกครั้งหนึ่ง
วีรกรรมของนายบุญผ่องนับว่าได้ส่งผลหลาย ๆ อย่างต่อไทยโดยเฉพาะในเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ การช่วยเหลือเชลยชาวตะวันตกทำให้เขากลายเป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องจากรัฐบาลอื่น ๆ เขากับน.พ. ดันล็อปเองก็ได้มีการจัดตั้งกองทุนขึ้นมา ซึ่งเป็นมูลนิธิที่ให้นักศึกษาแพทย์ชาวไทยสามารถไปเรียนต่อที่ประเทศออสเตรเลียได้
นายบุญผ่องถึงแก่กรรมด้วยโรคเส้นเลือดในหัวใจพองในวันที่ 29 มกราคม 2525 หนังสือพิมพ์ต่างประเทศโดยเฉพาะกับประเทศที่ทหารของพวกเขาได้รับการช่วยเหลือจากนายบุญผ่องต่างลงข่าวการเสียชีวิตของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความอาลัยจากชาติอื่น ๆ ที่มองเขาในฐานะของวีรบุรุษผู้ช่วยให้ทหารหลายต่อหลายคนได้มีโอกาสกลับบ้านด้วย
วีรกรรมของนายบุญผ่องจึงเป็นตัวอย่างของผู้ที่เห็นแก่เพื่อนมนุษย์มากกว่าประโยชน์ส่วนตน อีกทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความกล้าหาญที่กล้าจะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่เสี่ยงภัยต่อตนเอง การเห็นแก่ความทุกข์ยากของผู้อื่นนี่เองจึงเป็นคุณธรรมของนายบุญผ่องที่ควรค่าแก่การยกย่องอีกประการหนึ่ง...
#สุดโปรด #บุคคล #ชีวประวัติ #ประวัติศาสตร์ #สงครามโลกครั้งที่2 #กาญจนบุรี #ไทย #บุญผ่อง #BBL #BangkokBank #ธนาคารกรุงเทพ
ความรู้
สงคราม
ประวัติศาสตร์
บันทึก
4
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
บุคคลโปรด
4
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย