Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Doctor Near you (หมอใกล้คุณ)
•
ติดตาม
16 เม.ย. เวลา 13:32 • สุขภาพ
👨⚕️ คุมให้อยู่ ยูริกไม่พุ่ง! คู่มือปรับอาหารฉบับเข้าใจง่าย ลดความเสี่ยงโรคเกาต์
“กรดยูริก” (Uric Acid) คือของเสียที่เกิดจากการสลายตัวของสารพิวรีน (Purine) ซึ่งพบได้ในเซลล์ของร่างกายและในอาหารที่เรากินเข้าไปตามปกติ ร่างกายจะขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะ แต่ถ้าร่างกายสร้างสารนี้มากเกินไป หรือไตขับออกได้น้อยลง กรดยูริกที่สะสมในเลือดสูงจะตกผลึกตามข้อต่างๆ ทำให้เกิดอาการปวดบวมแดง หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ "โรคเกาต์" รวมถึงอาจทำให้เกิดนิ่วในไตได้
การปรับพฤติกรรมการกินคือหัวใจสำคัญในการควบคุมระดับกรดยูริก เพื่อให้จำง่ายและนำไปใช้ได้จริง เราสามารถแบ่งกลุ่มอาหารตามความรุนแรงที่ส่งผลต่อระดับกรดยูริกจากมากไปน้อย ได้ดังนี้
🚨 กลุ่มที่ 1: อาหารโซนแดง (ส่งผลรุนแรงมากที่สุด - ควรหลีกเลี่ยงหรืองด)
อาหารในกลุ่มนี้มีปริมาณสารพิวรีนสูงมาก หรือมีกลไกที่ทำให้ร่างกายสร้างกรดยูริกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หากมีระดับกรดยูริกสูง หรือกำลังมีอาการปวดเกาต์กำเริบ ควรหลีกเลี่ยงโดยเด็ดขาด
• เครื่องในสัตว์ทุกชนิด: เช่น ตับ ไต ไส้ สมอง หัวใจ เซี่ยงจี้ ถือเป็นแหล่งสะสมพิวรีนชั้นยอด
• แอลกอฮอล์ (โดยเฉพาะเบียร์และเหล้า): เบียร์มีสารพิวรีนและยีสต์สูงมาก นอกจากนี้ แอลกอฮอล์ทุกชนิดยังเข้าไปขัดขวางการทำงานของไต ทำให้ร่างกายขับกรดยูริกออกทางปัสสาวะได้แย่ลง
• น้ำตาลฟรุกโตส (Fructose): มักแฝงตัวอยู่ในน้ำอัดลม ชาเขียวพร้อมดื่ม น้ำผลไม้กล่อง และขนมหวานที่มีส่วนผสมของน้ำเชื่อมข้าวโพด (High Fructose Corn Syrup) ร่างกายจะเปลี่ยนน้ำตาลชนิดนี้เป็นกรดยูริกได้อย่างรวดเร็ว
• อาหารทะเลบางชนิด: เช่น ไข่ปลา ปลาซาร์ดีน ปลาแอนโชวี่ (ปลาไส้ตัน) หอยเชลล์ และกุ้ง
• น้ำสกัดเนื้อสัตว์และน้ำซุปเข้มข้น: เช่น ซุปก้อน น้ำเกรวี่ ซุปกระดูกที่เคี่ยวนานๆ เพราะสารพิวรีนจากเนื้อสัตว์จะละลายออกมาสะสมอยู่ในน้ำซุป
⚠️ กลุ่มที่ 2: อาหารโซนเหลือง (ส่งผลปานกลาง - ทานได้แต่ต้องจำกัดปริมาณ)
อาหารกลุ่มนี้มีพิวรีนปานกลาง ผู้ที่มีกรดยูริกสูงยังสามารถรับประทานได้ แต่ต้องควบคุมปริมาณไม่ให้มากเกินไปในแต่ละมื้อ
• เนื้อสัตว์ทั่วไป (เนื้อแดงและสัตว์ปีก): เช่น เนื้อวัว เนื้อหมู ไก่ เป็ด ควรทานในปริมาณที่พอเหมาะ (ประมาณ 1 ฝ่ามือต่อมื้อ) และเลี่ยงการทานส่วนที่ติดหนัง
• ปลาและอาหารทะเลทั่วไป: ปลาส่วนใหญ่ทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน
• ผักบางชนิดที่มียอดอ่อน: เช่น หน่อไม้ฝรั่ง ยอดกระถิน ยอดฟักแม้ว สะตอ ชะอม เห็ด ข้อมูลทางการแพทย์ในปัจจุบันพบว่า พิวรีนจากพืช ส่งผลให้เกิดโรคเกาต์น้อยกว่า พิวรีนจากเนื้อสัตว์มาก ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องงดเด็ดขาด แต่ให้ทานแต่พอดี
🟢 กลุ่มที่ 3: อาหารโซนเขียว (ส่งผลน้อย หรือช่วยลดกรดยูริก - ทานได้เป็นประจำ)
อาหารกลุ่มนี้มีพิวรีนต่ำมาก และบางชนิดมีส่วนช่วยให้ร่างกายกำจัดกรดยูริกได้ดีขึ้น เป็นกลุ่มที่ควรเน้นในมื้ออาหารประจำวัน
• น้ำเปล่า: สำคัญที่สุด! การดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 8-10 แก้ว (ประมาณ 2-3 ลิตร) จะช่วยเจือจางกรดยูริกในเลือดและชะล้างออกทางปัสสาวะได้ดีเยี่ยม
• ผลิตภัณฑ์นมไขมันต่ำ: เช่น นมจืดพร่องมันเนย หรือโยเกิร์ตไขมันต่ำ มีโปรตีนที่ช่วยส่งเสริมให้ไตขับกรดยูริกออกจากร่างกายได้ดีขึ้น
• ผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง: เช่น ส้ม ฝรั่ง กีวี่ และโดยเฉพาะ เชอร์รี่ มีงานวิจัยพบว่าวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระในผลไม้กลุ่มนี้ ช่วยลดระดับกรดยูริกและลดการอักเสบได้
• แหล่งคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนและธัญพืชขัดสีน้อย: เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีต
• ไข่ไก่: เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่มีพิวรีนต่ำมาก สามารถทานแทนเนื้อสัตว์ในบางมื้อได้
• กาแฟดำ: การดื่มกาแฟดำ (ที่ไม่ใส่น้ำตาลหรือครีมเทียม) ในปริมาณที่พอเหมาะ มีข้อมูลสถิติระบุว่าอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ได้
💡 ข้อแนะนำเพิ่มเติม:
นอกจากการคุมอาหารตามโซนสีแล้ว การรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน (ไม่ให้อ้วนลงพุง) เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญ เพราะเซลล์ไขมันที่มากเกินไปจะกระตุ้นให้ร่างกายสร้างกรดยูริกเพิ่มขึ้นและขับออกได้น้อยลง หากต้องลดน้ำหนัก ควรค่อยๆ ลดอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะการอดอาหารหรือลดน้ำหนักฮวบฮาบ จะส่งผลให้ระดับกรดยูริกพุ่งสูงขึ้นฉับพลันได้เช่นกัน
อาหารสุขภาพ
ความรู้รอบตัว
สุขภาพ
1 บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ปรับอาหารให้ถูกโรค
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย