Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Doctor Near you (หมอใกล้คุณ)
•
ติดตาม
20 เม.ย. เวลา 04:00 • สุขภาพ
กินไขมันอย่างไรให้ LDL ไม่พุ่ง: คู่มือเลือกไขมันฉบับเข้าใจง่าย
เมื่อพูดถึงคำว่า "ไขมัน" หลายคนมักจะนึกถึงความอ้วนและโรคหลอดเลือดหัวใจ แต่ในความเป็นจริง ร่างกายของเรายังจำเป็นต้องใช้ไขมันในการสร้างเซลล์ ฮอร์โมน และดูดซึมวิตามิน หัวใจสำคัญจึงไม่ได้อยู่ที่การ "งด" ไขมัน แต่เป็นการ "เลือก" ชนิดของไขมันให้ถูกต้อง เพื่อดูแลระดับไขมันเลว (LDL) ในเลือดไม่ให้สูงเกินเกณฑ์
👨⚕️ ทำความรู้จักสหายไขมัน: อิ่มตัวและไม่อิ่มตัว
ไขมันในอาหารแบ่งออกเป็นกลุ่มใหญ่ๆ ตามโครงสร้างทางเคมี ซึ่งส่งผลต่อร่างกายต่างกัน ดังนี้
■
Saturated Fat (ไขมันอิ่มตัว)
• ลักษณะ: มักจะแข็งตัวเมื่ออยู่ในอุณหภูมิห้องหรือนำไปแช่เย็น
• พบได้ใน: เนื้อสัตว์ติดมัน หมูสามชั้น หนังไก่ เนย ชีส น้ำมันหมู น้ำมันปาล์ม และกะทิ
■
MUFA (Monounsaturated Fat - ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว)
• ลักษณะ: เป็นของเหลวในอุณหภูมิห้อง แต่จะเริ่มเป็นไขเมื่อแช่ตู้เย็น จัดเป็น "ไขมันดี"
• พบได้ใน: น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าว น้ำมันคาโนลา อะโวคาโด ถั่วลิสง และถั่วอัลมอนด์
■
PUFA (Polyunsaturated Fat - ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงซ้อน)
• ลักษณะ: เป็นของเหลวเสมอแม้แช่เย็น ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ต้องได้รับจากอาหาร (เช่น โอเมก้า 3 และ 6)
• พบได้ใน: น้ำมันถั่วเหลือง น้ำมันดอกทานตะวัน ปลาทะเลน้ำลึก (เช่น แซลมอน ทูน่า ซาร์ดีน) วอลนัท และเมล็ดแฟลกซ์
⚠️ วายร้ายตัวจริง: ไขมันทรานส์ และไขมันออกซิไดซ์ (Oxidized Fat)
หากไขมันอิ่มตัวคือสิ่งที่ต้องจำกัดปริมาณ ไขมันสองชนิดด้านล่างนี้คือ "วายร้าย" ที่ควรหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด
■
Trans Fat (ไขมันทรานส์)
• พบได้ใน: เนยเทียม (มาร์การีน) บางชนิด ครีมเทียม ขนมเบเกอรี่ และขนมกรุบกรอบที่ใช้ไขมันพืชที่ผ่านกระบวนการเติมไฮโดรเจน
• ความอันตรายพิเศษ: มันไม่เพียงแค่ทำให้ไขมันเลว (LDL) พุ่งสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังไป "ลด" ไขมันดี (HDL) ลงอีกด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจแบบคูณสอง
■
Oxidized Fat (ไขมันที่ถูกออกซิไดซ์)
• พบได้ใน: อาหารทอดซ้ำ น้ำมันที่ถูกความร้อนสูงเป็นเวลานานๆ (Deep-fried foods)
• ความอันตรายพิเศษ: เมื่อน้ำมันโดนความร้อนสูง โครงสร้างจะเปลี่ยนไปและเกิดสารอนุมูลอิสระ เมื่อกินเข้าไปจะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการอักเสบในหลอดเลือด และทำให้ LDL ในเลือดถูกออกซิไดซ์ (Oxidized LDL) ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เกิดตะกรัน (Plaque) อุดตันในหลอดเลือดได้อย่างรวดเร็ว
🤔 ไขมันที่เรากิน ส่งผลต่อระดับ Lipoprotein ในเลือดอย่างไร?
ไลโปโปรตีน (Lipoprotein) คือพาหนะที่ทำหน้าที่ขนส่งไขมันในเลือด ตัวที่เรารู้จักกันดีคือ LDL (ไขมันเลว) ที่ชอบเอาคอเลสเตอรอลไปพอกตามผนังหลอดเลือด และ HDL (ไขมันดี) ที่คอยเก็บกวาดคอเลสเตอรอลกลับไปทำลายที่ตับ
• เมื่อกิน Saturated Fat มากเกินไป: ตับจะสร้างคอเลสเตอรอลเพิ่มขึ้น และตัวรับ LDL ที่ตับทำงานได้แย่ลง ทำให้ระดับ LDL ในเลือดพุ่งสูงขึ้น
• เมื่อกิน MUFA และ PUFA: หากกินแทนไขมันอิ่มตัว จะช่วยกระตุ้นให้ตับดึง LDL ออกจากกระแสเลือดได้ดีขึ้น ทำให้ระดับ LDL ลดลง ในขณะที่ยังคงรักษาระดับ HDL ไว้ได้
• เมื่อกิน Trans Fat และ Oxidized Fat: ระบบการเผาผลาญไขมันจะรวน LDL จะเพิ่มขึ้น เป็นชนิดที่ขนาดย่อยและหนาแน่น (Small dense LDL) ซึ่งแทรกซึมเข้าผนังหลอดเลือดได้ง่ายที่สุด และทำให้ HDL ลดต่ำลง
💡เคล็ดลับการกิน: เน้น "ทดแทน" ไม่ใช่ "เพิ่มเข้าไป"
ประเด็นสำคัญที่หลายคนพลาดคือ เมื่อทราบว่า MUFA และ PUFA เป็นไขมันดี จึงพยายามหามากินเสริม ทั้งที่ยังกินไขมันแบบเดิมอยู่
กฎเหล็กของการควบคุม LDL คือ "การสับเปลี่ยน (Substitution)" ไม่ใช่การกินเพิ่ม เพราะไขมันทุกชนิดให้พลังงานสูงเท่ากัน (9 กิโลแคลอรีต่อกรัม) หากกินมากเกินไป พลังงานที่ล้นเกินจะถูกสะสมเป็นไขมันตามร่างกาย ทำให้น้ำหนักขึ้น และส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญอยู่ดี
ตัวอย่างการสับเปลี่ยนง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
✓
เปลี่ยนจากการใช้น้ำมันปาล์มหรือน้ำมันหมูผัดกับข้าว มาใช้น้ำมันรำข้าวหรือน้ำมันคาโนลาแทน
✓
เปลี่ยนจากการกินเนื้อสัตว์ติดมันหรือหมูกรอบ มาเป็นเมนูปลาทะเลนึ่งหรือย่างสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
✓
เปลี่ยนจากขนมเบเกอรี่หรือมันฝรั่งทอด เป็นถั่วเปลือกแข็งอบธรรมชาติ (ประมาณ 1 กำมือ)
👨⚕️ สัดส่วนและปริมาณไขมันที่แนะนำต่อวัน
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สำหรับผู้ที่ต้องการสุขภาพที่ดีและควบคุมระดับ LDL ปริมาณที่แนะนำต่อวัน (อ้างอิงจากพลังงานเฉลี่ย 2,000 กิโลแคลอรีต่อวัน) คือ
• ไขมันรวมทั้งหมด: ไม่เกิน 20-35% ของพลังงานทั้งหมด (ประมาณ 44 - 77 กรัมต่อวัน หรือเทียบเท่าน้ำมันประมาณ 3-5 ช้อนโต๊ะ)
• Saturated Fat (ไขมันอิ่มตัว): ควรจำกัดให้ น้อยกว่า 7-10% (ประมาณไม่เกิน 15-22 กรัมต่อวัน) และสำหรับผู้ที่มีปัญหา LDL สูง หรือมีโรคหัวใจอยู่แล้ว สมาคมโรคหัวใจแนะนำให้กดต่ำลงไปอีกคือ ไม่เกิน 5-6% (ประมาณ 11-13 กรัมต่อวัน)
• Trans Fat: ควรเป็น 0% หรือหลีกเลี่ยงให้ได้มากที่สุด
• ส่วนที่เหลือของโควต้าไขมันในแต่ละวัน ให้เลือกรับประทานจากแหล่งไขมันไม่อิ่มตัว (MUFA และ PUFA) เป็นหลัก
อาหารสุขภาพ
ความรู้รอบตัว
สุขภาพ
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ปรับอาหารให้ถูกโรค
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย