18 มิ.ย. เวลา 16:30 • ความคิดเห็น

ฉันไม่ได้อิจฉาความสำเร็จ ฉันอิจฉาจุดเริ่มต้น

เมื่อก่อนฉันคิดว่าตัวเองอิจฉาคนที่ประสบความสำเร็จ
อิจฉาคนที่เรียนเก่งกว่า
อิจฉาคนที่มีเงินมากกว่า
อิจฉาคนที่ดูใช้ชีวิตได้ง่ายกว่า
แต่พอโตขึ้น ฉันเริ่มเข้าใจว่า สิ่งที่ฉันอิจฉาจริง ๆ อาจไม่ใช่ความสำเร็จเลย
ฉันอิจฉา “จุดเริ่มต้น”
คนแรกที่ทำให้ฉันรู้สึกแบบนั้น ไม่ใช่คนแปลกหน้า ไม่ใช่เพื่อนในมหาวิทยาลัย
แต่เป็นพี่ของตัวเอง
ฉันเห็นพี่ล้มมาหลายครั้ง
บางครั้งตัดสินใจผิด
บางครั้งเริ่มต้นใหม่
บางครั้งทำพลาด
แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ครอบครัวก็ยังพร้อมซัพพอร์ตเขาเสมอ
ส่วนฉันกลับรู้สึกว่า ตัวเองไม่มีพื้นที่ให้พลาด
ยิ่งโต ความคาดหวังก็ยิ่งมากขึ้น
จนมีอยู่วันหนึ่ง วันที่ผลการเรียนออก
ฉันนั่งมองตัวอักษร F บนหน้าจอโทรศัพท์อยู่พักใหญ่
สิ่งแรกที่เข้ามาในหัว ไม่ใช่เรื่องเกรด
ไม่ใช่เรื่องเพื่อน
ไม่ใช่เรื่องเรียนต่อ
แต่เป็นคำถามง่าย ๆ ที่ตอบยากมาก
“จะบอกที่บ้านยังไงดี”
ฉันรู้ทันทีว่าการติด F ครั้งนี้ อาจทำให้ฉันเรียนจบไม่พร้อมเพื่อน
และสิ่งที่ฉันกลัวที่สุด ไม่ใช่การเรียนเพิ่มอีกปี
แต่เป็นความผิดหวังของคนในครอบครัว
จนถึงวันนี้ ฉันยังไม่ได้บอกความจริงทั้งหมด
ฉันเลือกหาทางหารายได้เพื่อส่งตัวเองเรียนต่อ
เพราะไม่อยากเป็นภาระเพิ่มให้ใคร
บางครั้งฉันก็อดน้อยใจไม่ได้
เวลามีคนพูดว่า
“พ่อแม่รักลูกเท่ากัน”
หรือ
“ลูกคนเล็กสบายกว่า”
เพราะชีวิตจริงของแต่ละบ้านไม่เหมือนกัน
บางคนได้รับความเข้าใจ
บางคนได้รับความคาดหวัง
และบางครั้งสองอย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
ฉันจำได้ว่าแม่เคยพูดกับคนอื่นด้วยความภูมิใจว่า
“ลูกฉันต้องเรียนจบ”
“ลูกฉันต้องประสบความสำเร็จ”
ฉันรู้ว่าแม่หวังดี
แต่ทุกครั้งที่ได้ยิน
ฉันไม่ได้รู้สึกภูมิใจเสมอไป
บางครั้งฉันกลับรู้สึกกลัว
กลัวว่าวันหนึ่งฉันจะทำไม่ได้อย่างที่แม่พูดไว้
กลัวว่าตัวเองจะกลายเป็นความผิดหวังของใครสักคน
มีช่วงหนึ่งที่ฉันเริ่มอิจฉาคนที่มีครอบครัวพร้อมกว่า
อิจฉาคนที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเทอม
อิจฉาคนที่ล้มได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครรับ
อิจฉาคนที่มีพื้นที่ให้เป็นเด็กได้เต็มที่
แต่เมื่อเวลาผ่านไป ฉันเริ่มเข้าใจบางอย่าง
สิ่งที่ฉันอิจฉา ไม่ใช่เงิน
ไม่ใช่ความสำเร็จ
และไม่ใช่ชีวิตของคนอื่น
สิ่งที่ฉันอิจฉา คือโอกาสที่จะล้มได้
โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
โดยไม่ต้องกลัวว่าจะกลายเป็นภาระ
โดยไม่ต้องรู้สึกว่าตัวเองกำลังทำให้ใครผิดหวัง
ถ้าวันนี้ผมมีอะไรอยากบอกกับครอบครัว
ผมคงอยากบอกว่า
ลูกคนนี้ไม่ได้อยากเป็นคนสมบูรณ์แบบ
ไม่ได้อยากเก่งกว่าคนอื่น
และไม่ได้อยากใช้ชีวิตทั้งชีวิตเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองมีคุณค่า
ลูกแค่อยากเติบโตในแบบของตัวเอง
อยากล้มได้บ้าง
อยากผิดพลาดได้บ้าง
และอยากรักตัวเองให้ได้มากขึ้น
โดยไม่ต้องแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าตลอดเวลา
เพราะบางที…
สิ่งที่ยากที่สุดในการเติบโต
อาจไม่ใช่การเอาชนะโลกภายนอก
แต่อาจเป็นการให้อภัยตัวเอง
และยอมรับว่าตัวเราก็เป็นมนุษย์คนหนึ่ง
ที่มีสิทธิ์เหนื่อย มีสิทธิ์พลาด และมีสิทธิ์ได้รับความเข้าใจเหมือนกัน

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา