มีบัญชีอยู่แล้ว?
จิตนิยม (Idealism) Part4
เบื้องหลังของทุกสิ่งที่มีอยู่รอบตัวนั้น เพลโต(Pato) เรียกสิ่งเหล่านี้ว่า"แบบ" ข้อสรุปของเขาก็คือมันต้องมีความจริงอยู่เบื้องหลัง "โลกของวัตถุ" ซึ่งเพลโต เขาเรียกความจริงนี้ว่า"โลกของแบบ"
จิตนิยม (Idealism) เพลโต(Pato) Part4
ซึ่งได้ปูเรื่องมาค่อนข้างละเอียด 3 Partแล้ว หากใครเพิ่งเข้ามาอ่านจะงงๆ ว่าเอ๊ะ อะไรยังไง ผมจะแปะลิ้งค์ไว้ให้ท้ายบทความละกัน
สำหรับเพลโตเขาเชื่อว่าความจริง แบ่งเป็นสองส่วน
ส่วนแรกคือโลกแห่งประสาทสัมผัส ซึ่งเราสามารถรู้ได้คร่าวๆ หรือไม่สมบูรณ์ ด้วยการใช้ประสาทสัมผัสทั้งห้า และในโลกของประสาทสัมผัส "ทุกสิ่งนั้นเลื่อนไหล" และ"ไม่มีอะไรเที่ยงแท้"
พูดง่ายๆว่าสิ่งตาดูหูฟัง จมูกดม กายสัมผัสนั้นเป็นสิ่งมายา
ไม่มีอะไรในโลกแห่งประสาทสัมผัสดำรงอยู่ มีเพียงสิ่งที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป...
อีกส่วนก็คือ "โลกของแบบ" ซึ่งเราสามารถเข้าถึงได้ด้วยการใช้"เหตุผล" โลกของแบบไม่สามารถเข้าถึงได้โดยใช้ประสาทสัมผัส
และ"แบบ" คือสิ่งที่เที่ยงแท้ไม่เปลี่ยนแปลง ถ้าพูดแบบพุทธ ก็คงจะบอกว่า เป็น "อสังฆตธรรม" อะไรทำนองนั้น
สำหรับเพลโต เขาคิดว่า มนุษย์เราเป็นสัตว์ที่มี "ทวิลักษณะ" คือเรามีร่างกายที่"เลื่อนไหล" ผูกติดกับโลกแห่งประสาทสัมผัสอย่างแยกไม่ออก มีชะตากรรมเช่นเดียวกับวัตถุทุกสิ่งบนโลก
ประสาทสัมผัสทั้งหมดที่มีในร่างกายนั้นเชื่อถือไม่ได้ ลองสังเกตุดูสิว่า หมา กับคนอยู่บนโลกเดียวกัน แต่บางอย่างรับรู้ไม่เหมือนกัน..
แต่เรามีวิญญาณอมตะ และวิญญาณนี้เองที่เป็นอาณาจักรของ"เหตุผล" ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สามารถเข้าถึงโลกของแบบได้ ถ้าพูดแบบฮินดู ก็จะเป็น"อาตมัน"และ"ปรมาตมัน"ก็คงพอได้มั้ง
เครดิตภาพ: https://iskconthailand.com
ในศาสนาคริสต์สิ่งนี้คือพระเจ้า ซึ่งจับต้องไม่ได้ มองไม่เห็น แต่มีสภาพความเป็นจริงมากกว่า หรือว่าเท่ากัน
จิตนิยมบางสำนักอย่างเช่นของเฮเกล(Georg Wilhelm Friedrich Hegel) ถือว่าเนื้อแท้ของโลกคือสิ่งที่มีลักษณะเป็น"จิต"
วัตถุหรือสสารนั้นมีมาในภายหลัง เป็นเพียงการตัวออกของ"จิต"
ย็อช วิลเฮลม ฟริดริช เฮเกล (Georg Wilhelm Friedrich Hegel)
ในปรัชญาของเพลโต นอกจากสสารแล้ว
อสสาร นั่นก็คือ"แบบ"
เป็นระบบความจริงอีกระบบนอกไปจากโลกของสสาร มิใช่เป็นเพียงมโนภาพ แต่มีความเป็นจริงในตัวมันเอง และเป็นความจริงที่อยู่เบื้องหลังโลกแห่งวัตถุ ดังที่กล่าวมานั่นเอง
จิตนิยม(Idealism) ถือว่าเนื้อแท้ของโลกในส่วนที่เป็นอสสาร มีส่วนที่มีลักษณะคล้าย"จิต"มีความเป็นนิรันดร์ ไม่เปลี่ยนแปลง แต่มันก็เป็นตัวอธิบายความเปลี่ยนแปลงโลกของวัตถุไปด้วยในตัว
แม้ว่าโลกวัตถุจะเปลี่ยนแปลงอย่างไรก็ไม่มีผลกับการดำรงสภาพของมัน ซึ่งพระเจ้าในศาสนาตระกูลยูดาย เช่น ศาสนาคริสต์และ "แบบ"ของเพลโต ก็มีลักษณะที่ว่านี้
จิตนิยมโดยทั่วไปถือว่า หน่วยความเป็นจริงที่เป็นอสสารหรือจิตนี้ เป็นหลักสำคัญ ที่ทำให็โลกของวัตถุโลกของสสารนี้มีระเบียบกฎเกณฑ์
ถ้าปราศจากส่วนที่เป็นนามธรรมหรือ อสสาร จะเรียกยังไงก็แล้วแต่ ความเป็นไปของโลกก็จะวุ่นวายสับสน...
เพราะงั้นในศาสนาคริสต์จึงถือว่า "พระเจ้า"คือต้นตอของความเป็นจริงที่มีในโลกนี้
เครดิตภาพ: http://www.romyenchurch.org
ในปรัชญาของเพลโต ถือว่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในโลกของวัตถุเป็นไปตามผัง หรือแบบแผน ซึ่งตายตัวที่มีอยู่ในโลกของแบบ
นิทานเรื่อง "ถ้ำ" "The Cave"
เพลโตใช้นิทานมาอธิบายแนวคิดนี้
ให้ลองนึกภาพคนกลุ่มหนึ่งที่อาศัยอยู่ในถ้ำดูนะครับ
 
ในถ้ำนั้นพวกเขาหันหลังให้ปากถ้ำ ถูกมัดมือและเท้า และถูกทำให้หันไปในถ้ำได้ทางเดียว
ขณะเดียวกันด้านหลังของพวกเขาก็เป็นกำแพงสูง โดยที่หลังกำแพง มีการชูภาพต่างๆขึ้นเหนือกำแพง จะโดยบังเอิญหรือจงใจก็ตาม
ทำให้เกิดเงาที่สะท้อนจากกองไฟในถ้ำฉายไปที่ผนังถ้ำ ดังนั้นสิ่งเดียวที่มนุษย์ถ้ามองเห็นก็คือ เงาที่โลดเต้นเหล่านี้
เครดิตภาพ: https://web.facebook.com
การที่พวกเขานั่งอยู่ในท่านี้มาตั้งแต่เกิด พวกเขาก็เลยคิดว่าเงาเหล่านี้คือความจริง
สมมุติต่อไปอีกว่ามีมนุษย์ถ้าคนหนึ่ง สามารถปลดปล่อยตัวเองจากพันธนาการได้ สิ่งแรกที่เขาถามตัวเองคือ เงาที่ปรากฎบนผนังถ้ำนั้นมาจากไหน เมื่อหันกลับมาเห็นภาพต่างๆที่ชูเหนือกำแพง แรกสุดตาก็คงจะตาพร่าเพราะแสงสว่างจากดวงอาทิตย์
เคลิบเคลิ้มกับความชัดเจนของภาพ ซึ่งเขาเคยเห็นเพียงแค่เงา
1
เครดิตภาพ : https://storylog.co
ถ้าเขาปีนกำแพงออกไปสู่โลกภายนอกได้เขายิ่งประหลาดใจ หลังจากขยี้ตาตัวเองก็คงจะทึ่งกับความงามของทุกอย่าง
เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นสี เห็นรูปทรงต่างๆอย่างชัดเจน ได้เห็นสัตว์ต่างๆจริงๆ ดอกไม้จริงๆที่ทำให้เงาในถ้ำเป็นแค่ภาพสะท้อนอันพร่ามัว
และก็อาจจะถามตัวเองว่าสัตว์และดอกไม้เหล่านี้มาจากไหน...
เมื่อเเขาห็นดวงอาทิตย์บนท้องฟ้า ก็ตระหนักว่าไอ้ดวงกลมๆมีไฟลุกให้แสงสว่างนี้เองที่ให้ชีวิตแก่ดอกไม้และฝูงสัตว์
เหมือนไฟทำให้เกิดเงา...
มนุษย์ถ้ำผู้นี้มีความสุข หนีเข้าไปอยู่ในชนบทและดื่มด่ำกับเสรีภาพที่เขาค้นพบ แต่เขาคิดถึงคนที่ยังอยู่ในถ้ำ จึงย้อนกลับไป
ทันทีที่ไปถึงเขาก็พยายามโน้มน้าวให้มนุษย์ถ้ำคนอื่นเชื่อว่าเงาผนังถ้ำ จริงๆแล้วเป็นแค่
ภาพสะท้อนของ"สิ่งที่เป็นจริง"
แต่คนเหล่านั้นไม่เชื่อและบอกว่าเขาเพี้ยน และบอกเขาว่า
ภาพที่เห็นบนผนังถ้ำนั่นคือของจริงเว้ย!
เอ็งน่ะเพี้ยนแล้ว!!...
ท้ายที่สุดเขาก็โดนมนุษย์ถ้ำเหล่านั้นฆ่าตายซะงั้น...
เครดิตภาพ: https://www.the-tls.co.uk
สิ่งที่เพลโตพยายามจะบอกในนิทานเรื่องถ้ำก็คือ เส้นทางที่นักปรัชญาเดินทางจากเงาที่เลือนรางสู่"แบบ"ที่แท้จริง ซึ่งอยู่เบื้องหลังปรากฎการณ์ธรรมชาติทั้งปวง
ทำให้ผมนึกถึงหนังเรือง The Matrix เห็นว่าจะมีภาค๔ ด้วยนะ แหมมๆ
ภาพยนต์เรื่องThe Matrix ภาค๔ เครดิตภาพ:https://www.joblo.com
ประเด็นนี้เพลโตอาจจะคิดถึงครูของเขาคือ "โสเครตีส"(Socrates) ถูกมนุษย์ถ้ำ โดยเปรียบกับชาวเอเธนส์ ซึ่งรวมหัวกันกล่าวโทษและใช้กฎหมายตัดสินประหาร โดยให้ดื่มยาพิษ
ถือว่าเป็นการฆ่าโสเครตีสเพราะเขาไปท้าทายความเชื่อเดิม ทำให้อำนาจผู้มีบรรดาศักดิ์สั่นคลอน ซ้ำยังพยายามชี้ทางประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ มุ่งสู่ญาณทัสนะที่แท้จริง
ถ้าตีความมาแนวนี้นิทานเรื่องถ้ำนี่ก็สะท้อนความกล้าหาญและความรับผิดชอบในฐานะครูของโสเครตีส(Socrates)
โสเครตีส(Socrates)
ประเด็นของเพลโต คือความสัมพันธ์ระหว่างความมืดของถ้ำกับโลกข้างบน เหมือนความสัมพันธ์ระหว่างโลกวัตถุกับโลกของแบบ ไม่ได้หมายความว่าโลกธรรมชาติหรือโลกของวัตถุน่ากลัว
แต่ว่ามันน่าหวาดหวั่นเมื่อเทียบกับความชัดเจนของแบบ
สิ่งที่เราเห็น สัมผัสรับรู้ด้วยอายตนะ ความหมายมันเป็นเพียงแค่ภาพเงาสะท้อนเท่านั้นเอง....
เครดิตภาพ: https://www.amarinbabyandkids.com
ในมุมมองแนวคิดของจิตนิยมอีกอันคือ "อสสาร"หรือ "แบบ" จิตนิยมยังถือต่อไปว่า คุณค่า(Value) ทั้งที่วัดชั่งได้ และที่เป็นคุณค่าของ ความดีความงาม ความยุติธรรม คุณธรรมทั้งหลาย ที่มีอยู่ในโลกวัตถุ นั้นมีฐานรองรับมาจากโลกของแบบด้วย
คุณค่าเหล่านี้คนในโลกวัตถุอาจจะเห็นต่างกัน แต่ในโลกของแบบ เป็นคุณค่าที่มีจริงและตายตัว ซึ่งในส่วนนี้สอดคล้องกับแนวคิดทางจริยศาสตร์สัมบูรณ์นิยม(Absolutism)ของ อิมมานูเอิล ค้านท์ (Immanuel Kant) และพระพุทธศาสนาเถรวาท(ดั้งเดิม)
อิมมานูเอิล ค้านท์ (Immanuel Kant)
ในปรัชญาของเพลโต ความดี ความงาม ความยุติธรรมฯลฯ ต่างก็เป็นแบบซึ่งมีความสมบูรณ์อยู่ในตัวมันเอง เป็นแม่บทที่ทำให้โลกมนุษย์ โลกแห่งวัตถุมีค่าต่างๆเหล่านี้
โครงสร้างของจักรวาลนอกจากจะมีสสารหรือวัตถุแล้ว ความดี ความงามก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้ด้วย
ค่าของสิ่งเหล่านี้มีอยู่มาแต่เดิม มิใช่สิ่งที่มนุษย์คิดขึ้นหรือตั้งขึ้นมา
แต่มนุษย์เพียงแค่อาจค้นพบค่าเหล่านี้นี่เอง คล้ายใน ปฏิจจสมุปปันนธรรมหรือ ธรรมนิยามสูตร ของพุทธสาสนา ที่ว่า ตะถาคะตานัง อะนุปปาทา วา ตะถาคะตานัง, ฐิตา วะ สา ธาตุ ธัมมัฏฐิตะตา ธัมมะนิยามะตา.
เครดิตภาพ: https://ภาพวิว.com
แปลและตีความโดยสรุป ก็คือ ตถาคต(พระพุทธเจ้า)จะมีหรือไม่มี จะเกิดหรือไม่เกิดมาก็ตาม กฏของธรธรรมชาติที่ควบคุมสรรพสิ่งนี้ ก็มีของมันอยู่ก่อนแล้ว นั่นเอง...
1
แหล่งอ้างอิง
1. พระไตรปิฎกภาษาบาลี-ไทย. มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.
2. ศ.ดร.วิทย์ วิศทเวทย์, ปรัชญาทั่วไป: มนุษย์ โลก และความหมายของชีวิต
3. ศ.ดร.สมัคร บุราวาส, ประวัติและปวงปรัชญาเมธี.
4. ศ.ดร.จำนง ทองประเสริฐ, ปรัชญาประยุกต์: ชุดตะวันตก
5. โยสไตน์ กอร์เดอร์, โลกของโซฟี.
6. วศิน อินทสระ, พุทธปรัชญาเถรวาท.
7. ศปท, คู่มื่อปฏิบัติสมถวิปัสสนากัมมัฎฐาน๕สาย.
-วิรุฬหก-

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
    ภูริ พุ่มไพศาลชัย
    ขอบคุณมากครับ สรุปให้เข้าใจง่ายดีมากคับ
    • กำลังนิยมในบล็อกดิต
      ทำไม คนวัย 30-40 รู้สึกว่าตัวเองยังเป็นวัยรุ่นอยู่ ⁉️ ผลสำรวจชี้ให้เห็นว่า ช่วงเวลาเป็นวัยรุ่นนั้นยาวนานขึ้น วัยรุ่นอาจไม่จำกัดอยู่ที่อายุต่ำกว่า 20 ปี อีกต่อไป สมัยนี้ 30-40 ก็ยังรู้สึกว่าตัวเองเป็นวัยรุ่นอยู่เลย
      ด่วน ก.ล.ต. ร่วมกับ แบงก์ชาติ ไม่ให้นำคริปโท มาชำระค่าสินค้า ล่าสุด มีหลักเกณฑ์ที่ได้รับมติเห็นชอบจากคณะกรรมการ ก.ล.ต. ว่าผู้ประกอบการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องไม่ดำเนินการสนับสนุนหรือส่งเสริมให้เกิดการนำ สินทรัพย์ดิจิทัล มาใช้เป็นตัวกลางในการชำระเงิน ซึ่งรวมถึงการดำเนินการ ดังต่อไปนี้
      เหตุแห่งการบรรเทาโทษ ทางกฎหมาย หนึ่งในผู้เคยประสบเหตุถูกรถจักรยานยนต์ชนขณะเดินข้ามทางม้าลาย เผยว่า นับจากวันนั้นเรื่อยมา เธอไม่เคยคิดที่จะเดินทางข้ามถนนอีกเลย ชี้! ควรมีเสาสัญญาณไฟ เชื่อว่าช่วยลดอุบัติเหตุได้ | ข่าวค่ำมิติใหม่ 📌 ติดตามข่าวสำคัญ สถานการณ์เด่นในรอบวันกับ Thai PBS ได้ที่ www.thaipbs.or.th/news
      “ตรุษจีน" กับสิ่งที่คนจีนรุ่นใหม่ “ไม่อยากเจอ” ในวันรวมญาติ อีกไม่กี่วันก็จะเข้าสู่วัน “ตรุษจีน 2565” หรือ “ปีใหม่จีน” กันแล้ว ซึ่งปีนี้ตรงกับวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2565 โดยในปฏิทินจันทรคติจีนเป็นวันแรกเดือนแรกของปี
      ดูทั้งหมด