22 ก.ค. 2022 เวลา 05:49 • หนังสือ
#94 CWG. 4️⃣ — บทที่ 2️⃣3️⃣ (ตอนที่ 3) : “ระดับของจิตสำนึก”
▪️ผู้แปล : แอดมิน
{🔸ซึ่งผมอาจนำคำแปลบางส่วน ของคุณซิม จากเพจ Books for Life มาใช้ด้วยครับ ก็ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ที่ทำให้งานแปลมันสมบูรณ์ขึ้นครับ 🙏 นี่เป็นงานแปลที่ผมตั้งใจแปลมาก ๆ หากมีข้อผิดพลาดประการใดก็ขออภัยมา ณ ทีนี้ด้วยครับ🔸}
Q : Thank you. I understand your use of the term clearly now. One last thing, then, in this whole thought stream. You’ve used another interesting term—“Superconscious Will”—several times in this dialogue. Can you explain that usage?
นีล : ขอบคุณครับ ผมเข้าใจการใช้คำของพระองค์อย่างชัดเจนแล้ว★ โอเคครับ ผมมีอีกหนึ่งคำถาม ซึ่งจะเป็นคำถามสุดท้ายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความตาย พระองค์ใช้คำศัพท์ที่น่าสนใจมากอีกคำหนึ่ง คือคำว่า —“เจตจำนงของจิตเหนือสำนึก”— อยู่บ่อยครั้งในการสนทนาครั้งนี้ พระองค์ช่วยอธิบายเพิ่มเติมหน่อยได้มั้ยครับ❓
★มนุษย์ คือ “สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในมิติทางกายภาพเป็นหลัก” —แอดมิน—
A : Yes. As I shared in detail in the conversation that became your book Friendship with God, all sentient beings experience consciousness at four levels: The Subconscious, the Conscious, the Superconscious, and the Supraconscious.
พระเจ้า : ได้สิ ฉันได้ลงลึกในรายละเอียดถึงเรื่องนี้เอาไว้แล้วในการสนทนาของเราที่กลายเป็นหนังสือที่มีชื่อว่า “มิตรภาพกับพระเจ้า” ของเธอ ที่ซึ่งฉันอธิบายไว้ว่า : สิ่งมีชีวิตทั้งมวลนั้นมีประสบการณ์ผ่านจิตสำนึก 4 ระดับ ได้แก่ : ‘จิตใต้สำนึก’ ‘จิตสำนึก’ ‘จิตเหนือสำนึก’ และ ‘จิตหลุดพ้น’
Energies of creation are emitted by every entity from one of these four levels.
รูปธรรมชีวิตทั้งมวลได้ปลดปล่อยพลังแห่งการสร้างสรรค์ออกมาจากจิตสำนึกระดับใดระดับหนึ่งจากทั้ง 4 ระดับนี้
Given that yours is a very young species, many human beings act without full awareness of how they are doing what they are doing. They produce their creations (and thus, their experience) from a particular level of consciousness from which they are viewing life and making decisions, but they may not be doing so with full awareness of, or absolute intention regarding, which level they are operating from.
เนื่องจากพวกเธอยังเป็นเผ่าพันธุ์ที่ยังเยาว์วัยนัก มนุษย์จำนวนมากจึงกระทำโดยไม่รู้ตัวว่าตนเองกำลังทำอะไรอยู่ (ขาดสติ, ขาดความรู้สึกตัว) พวกเขาสร้างการสร้างสรรค์ของพวกเขา (ซึ่งประสบการณ์ในชีวิตของพวกเขาก็เกิดขึ้นมาจากการสร้างนั้น) ด้วยระดับของจิตสำนึกเฉพาะตัวที่เกิดจากมุมมองที่พวกเขามีต่อชีวิตและจากทุกการตัดสินใจเลือกในชีวิต แต่การตัดสินใจเลือกกระทำของพวกเขาอาจไม่ได้เกิดขึ้นด้วยความมีสติรู้ตัวอย่างเต็มที่ หรือตระหนักรู้ว่าเจตนาในการตัดสินใจทำอย่างนั้นมันออกมาจากจิตสำนึกในระดับใด หรือ สภาวะจิตแบบใด
.
Q : It would sure help for me to have an illustration of this, because you lost me around that last turn.
นีล: นี่คงจะช่วยให้ผมเห็นภาพได้ชัดขึ้น เพราะคราวก่อน ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจสักเท่าไหร่
A : Well then, here are some classic examples:
พระเจ้า : เอาล่ะ ต่อไปนี้ คือตัวอย่างคลาสสิค (ไม่ตกยุค) บางส่วน :
One I offered earlier is of a person healing a wound. That person is creating from the Subconscious level—sending, for example, white blood cells to the site of a small cut—and that person most often has come from this level of consciousness without even thinking about it. They may or may not have a full awareness of what they are doing and how they are creating.
ก่อนหน้านี้ฉันยกตัวอย่างไว้เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับคนที่กำลังรักษาบาดแผลของตัวเอง คนๆนั้นกำลังสร้างสรรค์ออกมาจากระดับของจิตใต้สำนึก —ที่กำลัง ยกตัวอย่างเช่น ส่งเซลล์เม็ดเลือดขาวออกไปยังจุดที่เกิดบาดแผลขนาดเล็กนั้น— และการกระทำดังกล่าวของคนๆนั้นบ่อยครั้งที่มักกระทำออกมาจากระดับของจิตใต้สำนึกโดยที่เขาไม่ได้คิดถึงการทำอย่างนั้นเลยสักนิด เขาอาจมีหรือไม่มีสติรู้ตัวอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ และเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร (กำลังสร้างสรรค์สิ่งนั้นขึ้นมาได้อย่างไรหรือด้วยวิธีใด)
A person rushing to the airport is creating from the Conscious level, and that person most often has come from this level of consciousness because they are thinking about it. They usually have a full awareness of what they are doing and how they are creating.
คนที่กำลังเร่งรีบไปยังสนามบินกำลังสร้างสรรค์ออกมาจากระดับของจิตสำนึกตามปกติ และการกระทำดังกล่าวของคนๆนั้นบ่อยครั้งที่มักกระทำออกมาจากระดับของจิตสำนึกตามปกติเพราะเขากำลังคิดถึงการทำอย่างนั้นอยู่ เขามักจะมีสติรู้ตัวอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ และเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร (กำลังสร้างสรรค์สิ่งนั้นขึ้นมาได้อย่างไรหรือด้วยวิธีใด)
A person pushing someone out of the way of an oncoming bus and risking their life in doing it is creating from the Superconscious level, and that person has come from this level of consciousness after thinking about it—but putting the data together so rapidly that it appears they did not think about it. They always have a full awareness of what they are doing and how they are creating.
คนที่กำลังผลักใครคนหนึ่งให้พ้นทางของรถเมล์ที่กำลังวิ่งมาและเสี่ยงชีวิตตนเองในการทำสิ่งนั้น เป็นการสร้างสรรค์ออกมาจากระดับของจิตเหนือสำนึก และการกระทำดังกล่าวของคนๆนั้น เป็นการกระทำที่ออกมาจากระดับของจิตเหนือสำนึกหลังจากที่ผ่านการคิดมาแล้ว
—ซึ่งกระบวนการคิดดังกล่าวนั้นเกิดจากประมวลผลข้อมูลที่มีทั้งหมดและสรุปออกมาด้วยความรวดเร็วเสียจนดูเหมือนกับว่าเขาไม่ได้คิดอะไรเกี่ยวกับการทำอย่างนั้นเลย★ เขามีสติรู้ตัวอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่เสมอ และก็รู้ดีว่าเขาทำอย่างนั้นได้อย่างไร (กำลังสร้างสรรค์สิ่งนั้นขึ้นมาได้อย่างไรหรือด้วยวิธีใด)
★ซึ่งจริงๆมันผ่านกระบวนการคิดพิจารณาและบรรลุถึงความเข้าใจความจริงบางอย่างมานานแล้วในชีวิตของคนกลุ่มนี้ ซึ่งพอมันเกิดเหตุการณ์ที่ต้องเสียสละ หรือ ต้องช่วยเหลือใครสักคนขึ้น มันก็ทำไปเองเลยเป็นอัตโนมัติแบบดูเหมือนว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ที่จริงมันถูกตัดสินใจมานานแล้วว่าจะทำแบบนี้ถ้าเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น —แอดมิน—
A person choosing to awaken themselves and their species by being a demonstration and a model of their True Identity is creating from the Supraconscious level, and that person has come from that level of consciousness intentionally, with total awareness of what they are doing and how they are creating.
คนที่เลือกปลุกตนเองและเผ่าพันธุ์ของตนให้ตื่นขึ้นด้วยการสำแดงตัวตนที่แท้จริงของพวกเขาออกมาโดยการทำตัวให้เห็นเป็นแบบอย่าง เป็นการสร้างสรรค์ออกมาจากระดับของจิตสำนึกหลุดพ้น และการกระทำดังกล่าวของคนๆนั้นเป็นการกระทำที่ออกมาจากระดับของจิตสำนึกหลุดพ้นโดยเจตนา (จงใจทำอย่างนั้น) ด้วยการมีสติรู้ตัวอย่างเต็มที่ในสิ่งที่เขากำลังทำอยู่ และเขาทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร (เจตนาสร้างสรรค์สิ่งนั้นขึ้นมาให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายของตน)
Sentient beings are demonstrating absolute, complete, and full awareness of Who They Are and How Life Works when they deliberately and intentionally choose, ahead of time, a particular State of Consciousness from which to express and experience any thought, word, or action.
สิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกทั้งมวลกำลังแสดงให้เห็นถึงความแน่นอน ความครบถ้วนสมบูรณ์ และมีสติรู้ตัวอย่างเต็มเปี่ยมในสิ่งที่พวกเขาเป็น และรู้ดีว่าชีวิตนั้นทำงานอย่างไร เมื่อพวกเขาแสดงออกและมีประสบการณ์ผ่านทุกความคิด ทุกคำพูด หรือ ทุกการกระทำที่ออกมาจากระดับของจิตสำนึก (สภาวะจิต หรือ สภาวะแห่งการเป็น) ที่เฉพาะเจาะจงที่ถูกเลือกไว้ก่อนแล้วล่วงหน้าโดยเจตนาและอย่างสุขุมรอบคอบ★
★อ่านทบทวนเรื่อง "สภาวะแห่งการรู้ตัวทั่วพร้อมโดยสมบูรณ์" ได้ตามลิงค์ครับ —แอดมิน—
Sentient beings are demonstrating a lower level of Awareness when they express and experience a thought, word, or action from a State of Consciousness they have not deliberately and intentionally selected.
สิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกทั้งมวลกำลังแสดงให้เห็นถึงระดับของการตระหนักรู้ (สติสัมปชัญญะ) ที่ต่ำกว่า เมื่อพวกเขาแสดงออกและมีประสบการณ์ผ่านความคิด คำ พูด หรือการกระทำที่มาจากระดับของจิตสำนึก (สภาวะจิต) ที่ถูกเลือกโดยไม่มีเจตนาและโดยไม่รู้ตัว (ขาดสติ หรือ ทำไปตามความเคยชินเดิมๆ)
Many sentient beings vacillate between levels of awareness, thus altering significantly the quality and effectiveness of their thoughts, words, and actions across the moments of their life.
มีสิ่งมีชีวิตที่มีจิตสำนึกจำนวนมากที่ระดับของการตระหนักรู้เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเอาแน่เอานอนไม่ได้ ด้วยเหตุนั้น มันจึงส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญต่อทั้งคุณภาพและประสิทธิภาพของความคิด คำพูด และการกระทำ (ที่มีพลังในการสร้างสรรค์) ของพวกเขาในทุกๆขณะของชีวิต
Masters are beings who do not vacillate between levels of Awareness, but consistently select, with deliberateness and clear intention, the State of Consciousness from which they wish their thoughts, words, and actions to emerge.
คุรุทั้งหลายคือสิ่งมีชีวิตที่ระดับของความตระหนักรู้จะไม่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ทุกๆความคิด คำพูด และการกระทำของพวกเขาก่อนที่จะถูกแสดงออกไป จะออกมาจากระดับของจิตสำนึก (สภาวะจิต) ที่ถูกเลือกแล้วด้วยความสุขุมรอบคอบ ด้วยเจตนาอันกระจ่างชัด และด้วยความคงเส้นคงวาอยู่เสมอ (คุรุแทบจะเลือกเหมือนเดิมทุกครั้ง)
.
Q : You couldn’t have put all this any better. I understand it perfectly.
นีล : ไม่มีอะไรจะแจ่มแจ้งไปกว่านี้อีกแล้ว ผมเข้าใจทุกอย่างโดยสมบูรณ์แล้วครับ
A : Excellent.
พระเจ้า : เยี่ยมมาก
(มีต่อ)

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา