Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Doctor Near you (หมอใกล้คุณ)
•
ติดตาม
19 ส.ค. 2025 เวลา 10:50 • สุขภาพ
รู้จัก "ความดันเปราะบาง" (Fragile HT) และ "ความดันสูงคงที่" (Sustained HT)
หลายท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า "โรคความดันโลหิตสูง" ซึ่งเป็นภาวะที่ความดันในหลอดเลือดแดงมีค่าสูงกว่าปกติอย่างต่อเนื่อง แต่ในความเป็นจริง ลักษณะของความดันโลหิตสูงไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับความดันโลหิตสูง 2 รูปแบบที่มีลักษณะ ความอันตราย และการรักษาที่แตกต่างกัน นั่นคือ ความดันสูงคงที่ (Sustained Hypertension) และ ความดันสูงแบบเปราะบาง (Fragile Hypertension)
📒 นิยามและความหมาย: คืออะไรและต่างกันอย่างไร?
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ลองจินตนาการว่าความดันโลหิตคือระดับน้ำในแม่น้ำ
●
ความดันสูงคงที่ (Sustained Hypertension): เปรียบเสมือนแม่น้ำที่มีระดับน้ำ "สูงเกินเกณฑ์ตลอดเวลา" ไม่ว่าจะวัดตอนไหน ระดับน้ำก็ยังคงสูงอย่างสม่ำเสมอ ในทางการแพทย์ หมายถึง ภาวะที่ตรวจวัดความดันโลหิตได้ค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน (เช่น สูงกว่า 130/80 mmHg) อย่างต่อเนื่องในสภาวะปกติซ้ำๆ กันหลายครั้ง
●
ความดันสูงแบบเปราะบาง (Fragile Hypertension): เปรียบเสมือนทะเลที่มีพายุเข้า ระดับน้ำจะ "แปรปรวนอย่างรุนแรงและคาดเดายาก" บางครั้งอาจดูสงบนิ่ง (ความดันปกติ) แต่จู่ๆ ก็เกิดคลื่นยักษ์โหมกระหน่ำ (ความดันพุ่งสูงขึ้นฉับพลัน) และบางครั้งน้ำก็ลดฮวบลง (ความดันตก)
นิยามทางการแพทย์: Fragile Hypertension (หรืออาจเรียกว่า Labile/Brittle Hypertension) เป็นภาวะที่ความดันโลหิตมีความผันผวน (Blood Pressure Variability - BPV) สูงมาก ค่าความดันจะแกว่งตัวขึ้นลงอย่างรุนแรงในช่วงเวลาสั้นๆ อาจสลับระหว่างค่าที่สูงมากไปจนถึงค่าปกติหรือแม้กระทั่งค่าที่ต่ำกว่าปกติได้
📝 สาเหตุที่แตกต่างกัน
กลไกและสาเหตุหลักของความดันโลหิตสูงทั้งสองชนิดมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ
-- สาเหตุของความดันสูงคงที่ (Sustained HT) --
●
ส่วนใหญ่ (90-95%) เป็นชนิดไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด (Primary/Essential Hypertension) แต่มีปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกันหลายอย่าง ได้แก่
- พันธุกรรม: มีประวัติครอบครัวเป็นโรคความดันโลหิตสูง
- วิถีชีวิต: การบริโภคเกลือ (โซเดียม) สูง, ภาวะอ้วน, ขาดการออกกำลังกาย, การสูบบุหรี่, การดื่มแอลกอฮอล์
- อายุที่เพิ่มขึ้น: ทำให้หลอดเลือดแดงแข็งและตีบตัวลง (Arteriosclerosis)
●
กลไกหลักเกิดจากการเสียสมดุลของระบบต่างๆ ที่ควบคุมความดันโลหิต เช่น ระบบเรนิน-แองจิโอเทนซิน (Renin-Angiotensin System), ระบบประสาทซิมพาเทติก (Sympathetic Nervous System) ทำให้หลอดเลือดหดตัวและมีแรงต้านทานสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
-- สาเหตุของความดันสูงแบบเปราะบาง (Fragile HT) --
●
มักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของ "ระบบควบคุมอัตโนมัติ" ของร่างกาย
- ระบบประสาทอัตโนมัติล้มเหลว (Autonomic Dysfunction): เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในผู้สูงอายุ ผู้ป่วยเบาหวาน หรือโรคทางระบบประสาทบางชนิด ทำให้กลไกปรับความดัน (Baroreflex) ทำงานผิดพลาด ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลความดันได้เมื่อมีการเปลี่ยนท่าทางหรือเจอสิ่งกระตุ้น
- หลอดเลือดแดงแข็งตัวอย่างรุนแรง (Advanced Arteriosclerosis): หลอดเลือดที่ขาดความยืดหยุ่นไม่สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงของปริมาตรเลือดได้ดี ทำให้ความดันแกว่งตัวได้ง่าย
- ปัจจัยทางอารมณ์: ความเครียด, ความวิตกกังวล, หรืออาการเจ็บปวด สามารถกระตุ้นให้ความดันพุ่งสูงขึ้นเป็นพักๆ ได้
- ผลจากยาบางชนิด: ยาลดความดันที่ออกฤทธิ์สั้นเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะความดันดีดกลับสูงขึ้นเมื่อยาหมดฤทธิ์
⚠️ ความรุนแรง อันตราย และพยากรณ์โรค
แม้ว่าความดันสูงทั้งสองแบบจะอันตราย แต่ลักษณะของอันตรายและพยากรณ์โรคมีความแตกต่างกัน
📏 ความดันสูงคงที่ (Sustained HT)
●
ความอันตราย: เป็นเหมือน "ภัยเงียบ" ที่ค่อยๆ ทำลายอวัยวะต่างๆ ในระยะยาว แรงดันที่สูงอย่างต่อเนื่องจะทำให้ผนังหลอดเลือดเสื่อมสภาพ เกิดภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ตีบ หรือโป่งพอง
●
พยากรณ์ระยะสั้น: หากไม่มีภาวะแทรกซ้อนเฉียบพลัน มักไม่แสดงอาการรุนแรง
●
พยากรณ์ระยะยาว: เพิ่มความเสี่ยงต่อ โรคหัวใจขาดเลือด, หัวใจล้มเหลว, โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke), ไตวายเรื้อรัง และโรคหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน ความเสี่ยงจะเพิ่มขึ้นตามระดับความดันที่ควบคุมไม่ได้
🌊 ความดันสูงแบบเปราะบาง (Fragile HT)
●
ความอันตราย: ถือว่ามีความอันตรายทั้งในระยะสั้นและระยะยาว และในบางกรณีอาจ อันตรายกว่า
📈 อันตรายจากช่วงความดันพุ่งสูง (Hypertensive Peaks): การที่ความดันพุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลัน เพิ่มความเสี่ยงต่อเหตุการณ์เฉียบพลัน เช่น เส้นเลือดในสมองแตก (Hemorrhagic Stroke), ภาวะหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน หรือหลอดเลือดแดงใหญ่ฉีกขาด (Aortic Dissection)
📉อันตรายจากช่วงความดันตก (Hypotensive Troughs): การที่ความดันลดต่ำลงอย่างรวดเร็ว อาจทำให้เกิดอาการหน้ามืด วิงเวียน หมดสติ และ เสี่ยงต่อการหกล้ม ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่งในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ยังอาจทำให้อวัยวะสำคัญ เช่น สมองและหัวใจ ขาดเลือดไปเลี้ยงชั่วขณะ
●
พยากรณ์โรค: ข้อมูลทางการแพทย์สมัยใหม่ (Evidence-based) ชี้ชัดว่า "ความผันผวนของความดันโลหิต (BPV) ที่สูง" เป็นปัจจัยพยากรณ์โรคหลอดเลือดหัวใจและสมองที่สำคัญ ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าค่าความดันเฉลี่ยที่สูงคงที่ กล่าวคือ แม้ค่าความดันเฉลี่ยทั้งวันอาจไม่สูงมาก แต่ถ้ามีการแกว่งตัวที่รุนแรง ก็ยังคงมีความเสี่ยงสูงมากอยู่ดี
🩺 แนวทางการรักษาที่แตกต่างกัน
เป้าหมายการรักษาต่างกัน ทำให้วิธีการรักษาก็ต้องแตกต่างกันด้วย
📏 การรักษาความดันสูงคงที่ (Sustained HT)
✓
เป้าหมาย: ลดระดับความดันโลหิต "ค่าเฉลี่ย" ให้ลงมาอยู่ในเกณฑ์เป้าหมายอย่างสม่ำเสมอ
✓
วิธีการ:
1. ปรับเปลี่ยนวิถีชีวิต 🥙 🏃: เป็นหัวใจสำคัญของการรักษา เช่น ลดเค็ม, ควบคุมน้ำหนัก, ออกกำลังกายสม่ำเสมอ
2. การใช้ยา 💊 : ใช้ยาลดความดันโลหิตตามมาตรฐาน เช่น ยาขับปัสสาวะ, ยากลุ่ม ACEi/ARB, ยากลุ่ม Calcium Channel Blocker (CCB) โดยแพทย์จะเลือกยาที่เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย
🌊 การรักษาความดันสูงแบบเปราะบาง (Fragile HT)
✓
เป้าหมาย: ไม่ใช่แค่ลดความดัน แต่คือ "สร้างเสถียรภาพและลดความผันผวนของความดัน" (Stabilize BP and reduce variability)
✓
วิธีการ:
1. การวินิจฉัยที่แม่นยำ 🎯: จำเป็นต้องมีการ ตรวจวัดความดันโลหิตตลอด 24 ชั่วโมง (24-hr Ambulatory Blood Pressure Monitoring - ABPM) เพื่อดูรูปแบบการแกว่งตัวของความดันตลอดทั้งวัน และยังอาจช่วยระบุสาเหตุที่ซ่อนอยู่ในวิถีชีวิตได้
2. หาสาเหตุที่แก้ไขได้ 🔎 : เช่น การปรับยาที่อาจเป็นต้นเหตุ จัดการกับความเครียดและความวิตกกังวล , นอนไม่พอ , ความเจ็บปวด
3. การเลือกใช้ยา (Precise Medicine) 💊
●
เลือกยาที่ออกฤทธิ์ยาวนานและสม่ำเสมอ (Long-acting drugs): เพื่อให้สามารถควบคุมความดันได้เรียบและคงที่ตลอด 24 ชั่วโมง ลดการเกิดภาวะความดันพุ่งสูงหรือตกต่ำ
●
หลีกเลี่ยงยาที่ออกฤทธิ์สั้น: เพราะอาจทำให้ความดันแกว่งตัวมากขึ้น
●
พิจารณายาที่ส่งผลต่อระบบประสาทอัตโนมัติ: เช่น ยากลุ่ม Beta-blockers ในกรณีที่มีความเหมาะสม หรือยาบางชนิดที่มีประโยชน์ในการลดการตอบสนองที่ไวเกินไป
4. การดูแลแบบองค์รวม: ให้ความรู้ผู้ป่วยในการปฏิบัติตัว เช่น ลุกขึ้นเปลี่ยนท่าช้าๆ เพื่อป้องกันความดันตก, สังเกตอาการผิดปกติ และจดบันทึกความดันอย่างละเอียด
📝 บทสรุป
ความดันโลหิตสูงไม่ใช่ภาวะที่มีหน้าตาเดียว การเข้าใจว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีภาวะความดันโลหิตสูงในรูปแบบใดเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง ความดันสูงคงที่ (Sustained HT) เป็นภัยเงียบที่ต้องควบคุมอย่างต่อเนื่อง ส่วน ความดันสูงแบบเปราะบาง (Fragile HT) เป็นเหมือนมรสุมที่คาดเดายากและต้องการการดูแลที่ละเอียดอ่อนและจำเพาะเจาะจง
หากคุณสังเกตว่าค่าความดันโลหิตของคุณที่วัดแต่ละครั้งมีความแตกต่างกันมาก หรือมีอาการหน้ามืด วิงเวียน ควบคู่ไปกับช่วงที่ความดันสูง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง เพราะการรักษาที่เหมาะสมกับ "ลักษณะ" ของความดันโลหิตสูงที่คุณเป็น คือกุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายและนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว
อ่านบน FB ได้ที่นี่
https://www.facebook.com/share/p/1VU5bgqsQi/?mibextid=wwXIfr
สุขภาพ
ความรู้รอบตัว
การแพทย์
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ความดันโลหิตสูง ( HT )
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย