Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Doctor Near you (หมอใกล้คุณ)
•
ติดตาม
27 ก.ค. 2025 เวลา 04:11 • สุขภาพ
การตรวจ "แคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจ" (Coronary Artery Calcium Score): สัญญาณเตือนภัยที่ไม่ควรมองข้าม
โรคหลอดเลือดหัวใจตีบยังคงเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของคนทั่วโลก การตรวจพบความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเกิดอาการจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง การตรวจ Coronary Artery Calcium (CAC) score หรือการตรวจวัดระดับแคลเซียมที่เกาะในผนังหลอดเลือดหัวใจ เป็นหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงในการประเมินความเสี่ยงนี้ บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจการตรวจชนิดนี้อย่างละเอียดครับ
☢️ วิธีการและหลักการพื้นฐาน: เราเห็น "แคลเซียม" ได้อย่างไร?
--- หลักการตรวจ ---
การตรวจ CAC score ใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (Multidetector CT scan หรือ MDCT) ในการถ่ายภาพหัวใจ โดยไม่ต้องฉีดสารทึบรังสีและไม่ต้องเตรียมตัวงดน้ำงดอาหารใดๆ เป็นพิเศษ
กลไกสำคัญ คือ แคลเซียมมีความหนาแน่นสูง จึงสามารถดูดซับรังสีเอกซ์ได้ดีกว่าเนื้อเยื่อรอบๆ ทำให้เมื่อถ่ายภาพด้วย CT scan บริเวณที่มีแคลเซียมเกาะอยู่จะปรากฏเป็น "จุดสีขาว" สว่างขึ้นมาอย่างชัดเจนบนผนังหลอดเลือดหัวใจโคโรนารี (Coronary arteries)
โดยปกติแล้ว ในหลอดเลือดที่ปกติจะ ไม่มีแคลเซียม การพบแคลเซียมนั้นเป็นตัวบ่งชี้ทางอ้อมถึงกระบวนการเกิด "Atherosclerosis" หรือภาวะหลอดเลือดแดงแข็ง ซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ แคลเซียมที่พบนี้เป็นส่วนหนึ่งของ "Plaque" หรือตะกรันที่สะสมอยู่ในผนังหลอดเลือดมาเป็นเวลานาน (Chronic atherosclerotic plaque)
🗒️ การตรวจและการรายงานผล
1. ขั้นตอนการตรวจ: ผู้รับการตรวจจะนอนบนเตียงของเครื่อง CT scan และมีการติดขั้วไฟฟ้า (ECG leads) ที่หน้าอกเพื่อจับจังหวะการเต้นของหัวใจ เครื่องจะถ่ายภาพเฉพาะช่วงที่หัวใจอยู่นิ่งที่สุด (Diastole) เพื่อให้ได้ภาพที่คมชัดที่สุด กระบวนการทั้งหมดใช้เวลาเพียง 5-10 นาที
2. การคำนวณคะแนน: ซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์จะวิเคราะห์ภาพที่ได้ และคำนวณปริมาณแคลเซียมออกมาเป็นคะแนนที่เรียกว่า Agatston Score โดยพิจารณาทั้ง "พื้นที่" และ "ความหนาแน่น" ของคราบแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจทั้ง 3 เส้นหลัก (LAD, LCx, RCA)
3. การรายงานผล: ผลจะถูกรายงานออกมาเป็นค่าตัวเลข พร้อมกับการเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของคนในเพศและช่วงอายุเดียวกัน (Percentile)
●
CAC = 0 (Zero): ไม่พบแคลเซียมในหลอดเลือดหัวใจเลย บ่งชี้ว่ามีโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบรุนแรงในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ต่ำมาก (Very low risk)
●
CAC = 1 - 100: มีแคลเซียมเล็กน้อยถึงปานกลาง ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น
●
CAC = 101 - 400: มีแคลเซียมปริมาณมาก บ่งชี้ว่ามีภาวะ Atherosclerosis ที่ชัดเจน
●
CAC > 400: มีแคลเซียมปริมาณสูงมาก ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดสูงมาก
🩺 ใครบ้างที่ควรตรวจ CAC Score?
การเลือกผู้ที่เหมาะสมในการตรวจเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
1. การคัดกรองในผู้ที่ไม่มีอาการและมีความเสี่ยงปานกลาง (Asymptomatic, Intermediate Risk)
นี่คือกลุ่มเป้าหมายหลักและสำคัญที่สุดของการตรวจ CAC score
●
นิยาม: คือผู้ที่อายุ 40-75 ปี ไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก และเมื่อประเมินความเสี่ยงด้วย Traditional risk score (เช่น ASCVD Risk Score) แล้วพบว่ามีความเสี่ยงใน 10 ปีข้างหน้าอยู่ที่ 5% - 20% (Intermediate risk)
●
บทบาทของ CAC: ในกลุ่มนี้ การทราบค่า CAC score จะช่วย "ปรับเปลี่ยนการประเมินความเสี่ยง" (Risk reclassification) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
👌 ถ้า CAC = 0: สามารถปรับลดความเสี่ยงลงเป็นกลุ่ม Low risk ได้ และอาจพิจารณา ชะลอการเริ่มยา ในกลุ่ม Statin ได้ (Defer statin therapy) เพราะมี Negative Predictive Value สูงมาก
⚠️ ถ้า CAC > 100: บ่งชี้ความเสี่ยงที่สูงกว่าที่ประเมินไว้ ควรปรับเป็นกลุ่ม High risk และพิจารณา เริ่มการรักษาด้วย Statin ทันที
2. ผู้ที่ไม่มีอาการ แต่มีความเสี่ยงอื่นๆ ที่น่ากังวล
●
ผู้ที่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจก่อนวัยอันควร
●
ผู้ป่วยเบาหวานที่อายุ 40 ปีขึ้นไป: แม้จะจัดเป็นกลุ่ม High risk อยู่แล้ว แต่การตรวจ CAC score อาจช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยใส่ใจในการควบคุมปัจจัยเสี่ยงและทานยาอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น
⛔️การตรวจในผู้ป่วยที่มีอาการ ⛔️
กรณีสงสัย Unstable Angina (UA) หรือ Non-ST-segment elevation MI (NSTEMI)
●
ไม่มีบทบาท 🚫🚫🚫: การตรวจ CAC score ไม่แนะนำ ในผู้ป่วยที่สงสัยภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลัน (Acute Coronary Syndrome)
●
เหตุผล: Plaque ที่ทำให้เกิดภาวะนี้มักเป็น Soft plaque หรือ Vulnerable plaque ที่ยังมีแคลเซียมไม่มาก หรือไม่มีเลย ทำให้ค่า CAC score อาจเป็น 0 ได้ (False negative) การวินิจฉัยในกลุ่มนี้ต้องอาศัยอาการ, ECG, และ Cardiac troponin เป็นหลัก
กรณี Chronic Stable Angina
●
มีบทบาทจำกัด⚠️⚠️⚠️: ในผู้ป่วยที่มีอาการเจ็บหน้าอกคงที่ (Stable chest pain) และมีความน่าจะเป็นของโรค (Pre-test probability) อยู่ในระดับต่ำถึงปานกลาง (Low-to-intermediate)
●
แนวทาง: หากตรวจแล้วพบ CAC = 0 จะมี Negative Predictive Value ที่สูงมากในการตัดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่มีนัยสำคัญทางคลินิกออกไปได้ (Rule out obstructive CAD) และอาจไม่จำเป็นต้องตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติมที่มีความเสี่ยงสูงกว่า เช่น การทำ CTA หรือการสวนหัวใจ
⭐️ ข้อควรระวัง: อย่างไรก็ตาม การตรวจที่เป็นมาตรฐานหลักในผู้ป่วยที่มีอาการยังคงเป็น Coronary CT Angiography (CTA) ซึ่งสามารถเห็นการตีบของหลอดเลือดได้โดยตรง ไม่ว่า Plaque นั้นจะมีแคลเซียมหรือไม่ก็ตาม
📊 ความแม่นยำของการตรวจ (Sensitivity & Specificity)
ความแม่นยำของ CAC score จะแตกต่างกันไปตามวัตถุประสงค์ของการตรวจ
🔎 ในการทำนาย "เหตุการณ์โรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคต" (Predicting future cardiovascular events)
✓
Specificity & Negative Predictive Value (NPV) สูงมาก: โดยเฉพาะเมื่อ CAC = 0 มี NPV ในการทำนายการเกิด MACE (Major Adverse Cardiovascular Events) ใน 5-10 ปีสูงถึง >98-99% ถือเป็น "Power of Zero" ที่ช่วยให้เรามั่นใจได้ว่าผู้ป่วยมีความเสี่ยงต่ำมาก
✓
Sensitivity ปานกลาง: เพราะเหตุการณ์บางอย่างอาจเกิดจาก Plaque ที่ไม่มีแคลเซียม
🎯 ในการวินิจฉัย "ภาวะหลอดเลือดตีบที่มีนัยสำคัญ" (Diagnosing obstructive CAD):
✓
Sensitivity สูง: ผู้ป่วยส่วนใหญ่ที่มีหลอดเลือดตีบอย่างมีนัยสำคัญ (>50-70%) มักจะมีค่า CAC score ที่สูง (มักจะ >100)
✓
Specificity ต่ำ: ผู้ป่วยจำนวนมากมีค่า CAC score สูง (บ่งชี้ว่ามี Atherosclerosis) แต่ ไม่ได้หมายความว่า จะมีการตีบของหลอดเลือดในระดับที่ต้องทำการรักษาเสมอไป Plaque อาจจะแค่หนาตัวตามแนวยาวของผนังหลอดเลือดโดยยังไม่ทำให้รูเปิดของหลอดเลือดแคบลงอย่างมีนัยสำคัญ
🧑⚕️ แนวทางการจัดการและการรักษาตามผล CAC Score
ผลการตรวจ CAC score เป็นเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจร่วมกับผู้ป่วย (Shared decision-making) ได้เป็นอย่างดี
📋 CAC = 0
✓
การจัดการ: คงการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม (Lifestyle modification) ต่อไป
✓
การรักษา: ในกลุ่ม Intermediate risk สามารถพิจารณา ยังไม่เริ่มยา Statin ได้อย่างมั่นใจ และอาจพิจารณาตรวจซ้ำในอีก 5-10 ปี
📋 CAC = 1 - 99
✓
การจัดการ: บ่งชี้ว่ามีโรคแล้ว ควรเน้นย้ำเรื่องการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างจริงจัง
✓
การรักษา: แนะนำให้เริ่มยา Statin โดยเฉพาะในผู้ที่อายุ >55 ปี
📋 CAC = 100 - 399
✓
การจัดการ: มีภาระโรค (Disease burden) ในระดับปานกลางถึงสูง
✓
การรักษา: แนะนำให้เริ่มยา Statin อย่างแน่นอน โดยตั้งเป้าหมายการลด LDL-C ให้ได้ตาม Guideline
📋 CAC ≥ 400
✓
การจัดการ: มีภาระโรคสูงมาก และมีความเสี่ยงสูง
✓
การรักษา
●
ต้องเริ่มยา Statin ในขนาดสูง (High-intensity statin) ทันที
●
อาจพิจารณาให้ Aspirin (ในกรณีที่ประเมินแล้วว่าประโยชน์มากกว่าความเสี่ยงเรื่องเลือดออก)
●
อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การทำ Exercise Stress Test หรือ CTA เพื่อประเมิน Ischemia หรือการตีบของหลอดเลือด
📊 มาลองดูข้อมูลทางสถิติในภาพรวม
ข้อมูลทางสถิติจากงานวิจัย เน้นการศึกษา MESA (Multi Ethnic study of Atherosclerosis) และงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
1️⃣ ความสัมพันธ์ระหว่าง CAC Score และ Coronary Events โดยไม่มีการแยกตาม Primary Prevention (ข้อมูลโดยรวม)
การศึกษา MESA และการศึกษาอื่นๆ ได้แสดงให้เห็นอัตราการเกิด Coronary Heart Disease (CHD) events (เช่น MI, CHD death) ที่แตกต่างกันตามระดับ CAC score ในช่วงระยะเวลาติดตามต่างๆ
📑 CAC = 0
✓
อัตราการเกิด CHD events ต่ำมาก โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 0.4 - 2.1 ต่อ 1,000 คน-ปี ในช่วง 5-10 ปี
✓
ความเสี่ยงสะสม 10 ปี สำหรับ Major Coronary Events อาจต่ำเพียง 1-2%
📑 CAC = 1-100
✓
อัตราการเกิด CHD events เพิ่มขึ้น อยู่ในช่วงประมาณ 2 - 8 ต่อ 1,000 คน-ปี
✓
ความเสี่ยงสะสม 10 ปี อาจอยู่ในช่วง 3-8%
📑 CAC = 101-300 (หรือ 101-400 ในบางการศึกษา)
✓
อัตราการเกิด CHD events เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อยู่ในช่วงประมาณ 9 - 15 ต่อ 1,000 คน-ปี
✓
ความเสี่ยงสะสม 10 ปี อาจอยู่ในช่วง 10-20%
📑 CAC > 300 (หรือ >400)
✓
อัตราการเกิด CHD events สูงมาก อยู่ในช่วงประมาณ 15 - 30+ ต่อ 1,000 คน-ปี
✓
ความเสี่ยงสะสม 10 ปี อาจสูงถึง 20-30% หรือมากกว่า
-- ระยะเวลาการติดตามที่ยาวนานขึ้น --
การศึกษา MESA ที่ติดตามผลระยะยาว (เช่น 10 ปี, 15 ปี) ยังคงยืนยันว่า CAC score มีค่าพยากรณ์ที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง
✓
ตัวอย่างเช่น ในการติดตาม 15 ปี ผู้ที่มี CAC = 0 ยังคงมีอัตราการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ (all-cause mortality) ต่ำมาก เมื่อเทียบกับผู้ที่มี CAC score สูงกว่า
✓
ความเสี่ยงสัมบูรณ์ (absolute risk) จะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการติดตามในทุกกลุ่ม CAC score แต่ความเสี่ยงสัมพัทธ์ (relative risk) ระหว่างกลุ่มยังคงเดิมหรือเพิ่มขึ้น
2️⃣ ความสัมพันธ์ระหว่าง CAC Score, Primary Prevention (Statin Therapy) และ Coronary Events
การศึกษาหลายชิ้นได้พยายามประเมินว่าการรักษาด้วย Statin ส่งผลต่อความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับ CAC score อย่างไร
📝 การศึกษาโดย Nasir K, et al. (จาก MESA) และการศึกษาที่คล้ายกัน
⚠️ ผู้ที่ไม่ได้ใช้ Statin (No Statin Therapy): อัตราการเกิด ASCVD events จะเพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนตามระดับ CAC score ที่เพิ่มขึ้น
✓
CAC = 0: อัตราการเกิดเหตุการณ์ต่ำมาก
✓
CAC = 1-100: อัตราการเกิดเหตุการณ์เพิ่มขึ้น
✓
CAC ≥ 100: อัตราการเกิดเหตุการณ์สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
💊 ผู้ที่ใช้ Statin (Statin Therapy)
✓
CAC = 0: การใช้ Statin ไม่สัมพันธ์ กับการลดความเสี่ยงต่อการเกิด ASCVD events อย่างมีนัยสำคัญในผู้ที่มี CAC=0 และมีคุณสมบัติได้รับ Statin ตามแนวทาง (statin-eligible) อัตราการเกิดเหตุการณ์ยังคงต่ำมากอยู่แล้ว
✓
CAC = 1-100: การใช้ Statin สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงต่อ ASCVD events แต่อาจจะไม่ชัดเจนเท่ากลุ่มที่มี CAC สูงกว่า และ Absolute Risk Reduction (ARR) อาจไม่มากนัก
✓
CAC ≥ 100 (โดยเฉพาะ >100 หรือ >300): การใช้ Statin สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงต่อ ASCVD events อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ และมี Absolute Risk Reduction ที่สูงกว่ากลุ่มอื่น อัตราการเกิดเหตุการณ์ในผู้ที่ใช้ Statin จะต่ำกว่าผู้ที่ไม่ได้ใช้ Statin ในกลุ่ม CAC เดียวกันอย่างชัดเจน
✓
ในการศึกษา MESA หนึ่ง พบว่าในกลุ่มผู้ที่มีคุณสมบัติได้รับ Statin และมี CAC ≥100 การใช้ Statin สัมพันธ์กับการลดความเสี่ยง CHD events ลงประมาณ 24% ในช่วง 10 ปี
📝 การศึกษาโดย Mitchell JD, et al. (JACC, 2018) "Coronary Artery Calcium Score, Statin Therapy, and Risk of Incident Atherosclerotic Cardiovascular Disease Events"
การศึกษานี้ในผู้เข้าร่วม MESA ที่มีคุณสมบัติได้รับ Statin ตามแนวทาง ACC/AHA ปี 2013 พบว่า
✓
ผู้ที่ไม่ได้ใช้ Statin: 10-year ASCVD event rates อยู่ที่ 3.0% (CAC=0), 6.5% (CAC=1-100), 11.0% (CAC=101-300), และ 19.6% (CAC>300)
✓
ผู้ที่ใช้ Statin: 10-year ASCVD event rates อยู่ที่ 3.5% (CAC=0), 4.6% (CAC=1-100), 8.4% (CAC=101-300), และ 12.5% (CAC>300)
จะเห็นได้ว่า Statin ไม่ได้ลดความเสี่ยงในกลุ่ม CAC=0 แต่เริ่มเห็นประโยชน์ในกลุ่ม CAC 1-100 และประโยชน์ชัดเจนมากขึ้นในกลุ่ม CAC ที่สูงขึ้น
Number Needed to Treat (NNT) เพื่อป้องกัน 1 ASCVD event ใน 10 ปี ด้วย Statin จะต่ำกว่า (มีประโยชน์มากกว่า) ในกลุ่มที่มี CAC score สูง
--- โดยสรุป ---
การตรวจ Coronary Artery Calcium Score เป็นเครื่องมือคัดกรองที่มีประสิทธิภาพสูง ปลอดภัย และไม่ซับซ้อน โดยมีบทบาทสำคัญที่สุดในการช่วยตัดสินใจเรื่องการให้ยาลดไขมันในกลุ่มผู้ที่ยังไม่มีอาการแต่มีความเสี่ยงปานกลาง เพื่อป้องกันการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดในอนาคตได้อย่างแม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้นครับ
อ่านบน FB ได้ที่นี่
https://www.facebook.com/share/p/16KbYWatbB/?mibextid=wwXIfr
การแพทย์
สุขภาพ
ความรู้รอบตัว
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
รวมความรู้ทางการแพทย์ทั่วไป
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย