3 ก.พ. เวลา 13:02 • สุขภาพ

รู้ทัน "นิวโมคอคคัส" เชื้อร้ายที่ไม่ได้ทำลายแค่ปอด และ การป้องกัน

หลายคนอาจคุ้นเคยกับคำว่า "ปอดอักเสบ" หรือ "ปอดบวม" แต่อาจยังไม่ทราบว่าสาเหตุอันดับต้นๆ ของโรคร้ายแรงนี้มาจากเชื้อแบคทีเรียที่มีชื่อว่า "นิวโมคอคคัส" (Pneumococcus) ซึ่งไม่ได้ก่อโรคแค่ที่ปอด แต่ยังสามารถลุกลามเข้าสู่กระแสเลือดและเยื่อหุ้มสมอง นำไปสู่ความพิการและการเสียชีวิตได้ บทความนี้จะพาไปเจาะลึกภัยเงียบนี้กัน
🦠 นิวโมคอคคัส คือใคร? มาจากไหน?
นิวโมคอคคัส (Streptococcus pneumoniae) เป็นแบคทีเรียรูปร่างกลมรีที่มักอาศัยอยู่ใน "โพรงจมูกและลำคอ" ของคนเรา โดยเฉพาะในเด็กเล็ก (พบเชื้อแฝงได้ถึง 20-60%) และผู้ใหญ่ (พบได้ประมาณ 5-10%) โดยที่เจ้าตัวอาจไม่มีอาการใดๆ (Carrier)
🤧 ช่องทางการรับเชื้อ
เชื้อแพร่กระจายผ่าน "ละอองฝอย" (Droplets) จากการไอ จาม หรือการสัมผัสใกล้ชิด คล้ายกับไข้หวัดใหญ่ เมื่อร่างกายอ่อนแอ หรือมีปัจจัยเสี่ยง เชื้อที่ซ่อนอยู่หรือได้รับมาใหม่จะเข้าโจมตีอวัยวะต่างๆ
🤒 ความน่ากลัวของการก่อโรค: เด็กเล็ก vs ผู้ใหญ่
เมื่อเชื้อเข้าสู่ร่างกาย จะก่อโรคแบ่งเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือ แบบไม่รุกราน (เช่น หูชั้นกลางอักเสบ) และ แบบรุกราน (IPD) ซึ่งรุนแรงมาก
  • ในเด็กเล็ก (โดยเฉพาะต่ำกว่า 2 ปี)
• โรคที่พบบ่อย: หูชั้นกลางอักเสบ (Otitis Media), ปอดอักเสบ, และติดเชื้อในกระแสเลือด
• ความรุนแรง: หากเชื้อขึ้นสมอง (เยื่อหุ้มสมองอักเสบ) มีอัตราการเสียชีวิต 5-10% และที่น่าตกใจคือ เด็กที่รอดชีวิต 20-40% มักมีความพิการหลงเหลืออยู่ เช่น หูหนวก ชัก พัฒนาการช้า หรือความบกพร่องทางสติปัญญา
  • ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ
• โรคที่พบบ่อย: ปอดอักเสบรุนแรง เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับต้นๆ ของผู้สูงวัย
• ความรุนแรง: ในผู้สูงอายุที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือด อัตราการเสียชีวิตพุ่งสูงถึง 15-20% และอาจสูงถึง 30-40% ในผู้ที่มีโรคประจำตัวร่วมด้วย
🔬 "หาไม่เจอ ไม่ได้แปลว่าไม่มี": ปัญหาเรื่องการวินิจฉัย
หนึ่งในความท้าทายที่สุดของโรคนิวโมคอคคัส คือ "การตรวจพบเชื้อทำได้ยาก"
• การเพาะเชื้อจากเลือด (Hemoculture): วิธีมาตรฐานที่ใช้กันทั่วไป มีโอกาสตรวจพบเชื้อ (Sensitivity) เพียง 10-30% เท่านั้น ในผู้ป่วยที่ปอดอักเสบจากนิวโมคอคคัสจริงๆ
• การเพาะเชื้อจากเสมหะ: มักมีการปนเปื้อนเชื้อชนิดอื่นในปาก ทำให้แปลผลยาก
• วิธีใหม่ (PCR หรือ Urine Antigen): มีความแม่นยำสูงขึ้น สามารถตรวจพบเชื้อได้เพิ่มขึ้นเป็น 50-70% แต่ยังไม่ได้มีใช้ในทุกโรงพยาบาล
ผลที่ตามมา: ผู้ป่วยจำนวนมากป่วยเป็นโรคนิวโมคอคคัส แต่ผลตรวจแล็บออกมาเป็นลบ ทำให้ตัวเลขผู้ป่วยที่รายงานต่ำกว่าความเป็นจริงมาก (False Negative)
🇹🇭 สถานการณ์ในประเทศไทย และภาวะ Under-Diagnosis
ในประเทศไทย โรคนี้พบบ่อยมากตลอดทั้งปี แต่ตัวเลขสถิติมักดูน้อยกว่าความเป็นจริง (Under-Diagnosis) สาเหตุเพราะ
1. ได้รับยาฆ่าเชื้อมาก่อน: ผู้ป่วยมักซื้อยากินเองหรือได้รับยาปฏิชีวนะก่อนมาโรงพยาบาล ทำให้เพาะเชื้อไม่ขึ้น
2. ข้อจำกัดการตรวจ: ด้วยวิธีเพาะเชื้อทั่วไปที่มีโอกาสเจอเชื้อต่ำ ทำให้แพทย์มักวินิจฉัยว่าเป็น "ปอดอักเสบไม่ระบุเชื้อ" แทน
อย่างไรก็ตาม ข้อมูลจากการเฝ้าระวังระบุว่า นิวโมคอคคัสยังคงเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของปอดอักเสบจากแบคทีเรียในชุมชนของคนไทย
💉 วัคซีน: เกราะป้องกันที่คุ้มค่า (สถิติบอกอะไรเรา?)
ปัจจุบันมีวัคซีนป้องกันนิวโมคอคคัส (ชนิดคอนจูเกต - PCV) ที่ครอบคลุมสายพันธุ์ก่อโรคหลัก
ประโยชน์จากการฉีดวัคซีน 📊
• ลดโอกาสติดเชื้อรุนแรง (IPD): วัคซีนสามารถป้องกันการติดเชื้อแบบรุกราน (เข้าเลือด/สมอง) ได้สูงถึง 90-97% ในสายพันธุ์ที่มีในวัคซีน
• ลดโอกาสปอดอักเสบ: ป้องกันปอดอักเสบได้ประมาณ 40-70%
• ลดความรุนแรง: แม้จะติดเชื้อ แต่อาการมักเบากว่า ผู้ที่ได้รับวัคซีนมีอัตราการนอนโรงพยาบาลและเสียชีวิตลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
• ลดการดื้อยา: การฉีดวัคซีนช่วยลดความจำเป็นในการใช้ยาปฏิชีวนะ จึงช่วยลดปัญหาเชื้อดื้อยาในระยะยาว
🖊️ สรุป
นิวโมคอคคัสเป็นภัยใกล้ตัวที่รุนแรงกว่าที่คิด โดยเฉพาะในเด็กเล็กและผู้สูงอายุ การวินิจฉัยที่ยากทำให้เราอาจมองข้ามมันไป การป้องกันด้วยการรักษาสุขอนามัยและการรับวัคซีนจึงเป็น "การลงทุนทางสุขภาพ" ที่คุ้มค่าที่สุดในการปิดโอกาสความพิการและการเสียชีวิต
ในบริบททางการแพทย์ Vaccine IPD (Invasive Pneumococcal Disease Vaccine) หรือวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัส ใช้สำหรับป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย Streptococcus pneumoniae (Pneumococcus) ซึ่งก่อให้เกิดโรคที่มีความรุนแรงทางคลินิก (Clinical Spectrum) แบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก ดังนี้
1️⃣ Invasive Pneumococcal Disease (IPD)
กลุ่มโรคติดเชื้อรุนแรงที่มีการติดเชื้อในตำแหน่งที่ปกติปราศจากเชื้อ (Sterile site) ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักของวัคซีนเพื่อลด Mortality และ Morbidity
• Bacteremia / Septicemia: การติดเชื้อในกระแสเลือด
• Meningitis: เยื่อหุ้มสมองอักเสบ (เป็นสาเหตุสำคัญของ Bacterial meningitis)
• Bacteremic Pneumonia: ปอดอักเสบที่มีการติดเชื้อในกระแสเลือดร่วมด้วย
2️⃣ Non-Invasive / Mucosal Disease
กลุ่มโรคติดเชื้อที่เยื่อบุ ซึ่งวัคซีน (โดยเฉพาะกลุ่ม Conjugate) มีประสิทธิภาพในการลด Incidence ได้ดี
• Acute Otitis Media (AOM): หูชั้นกลางอักเสบเฉียบพลัน
• Sinusitis: ไซนัสอักเสบ
• Community-Acquired Pneumonia (CAP): ปอดอักเสบชุมชน (แบบไม่มี Bacteremia)
💉 Mechanism of Action & Immunology
วัคซีนแบ่งเป็น 2 ประเภทตามกลไกการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน
1️⃣ Pneumococcal Conjugate Vaccine (PCV)
Structure: นำ Polysaccharide capsule ของเชื้อมาเชื่อม (Conjugate) กับ Carrier protein (เช่น CRM197 หรือ Diphtheria toxoid)
Immunology: เปลี่ยนการตอบสนองจาก T-cell independent เป็น T-cell dependent response
• กระตุ้นให้เกิด Immune Memory (Anamnestic response)
• กระตุ้นการสร้าง Mucosal Immunity (IgA) ช่วยลด Nasopharyngeal carriage ซึ่งส่งผลให้เกิด Herd immunity
Current Agents
• PCV10 / PCV13: Standard ในอดีตและปัจจุบันสำหรับเด็ก
• PCV15 (Vaxneuvance): เพิ่ม Serotype 22F, 33F
• PCV20 (Prevnar 20): เพิ่ม Serotype 8, 10A, 11A, 12F, 15B, 22F, 33F (ครอบคลุม serotypes ที่ทำให้เกิด IPD ในผู้ใหญ่ได้มากขึ้น)
• PCV21 (Capvaxive): (Novel) ออกแบบโดยเน้น Serotypes ที่ระบาดในผู้ใหญ่โดยเฉพาะ (Adult-specific serotypes)
2️⃣ Pneumococcal Polysaccharide Vaccine (PPSV)
Structure: Purified capsular polysaccharide (23 serotypes - PPSV23)
Immunology: T-cell independent response (กระตุ้น B-cell โดยตรง)
• ไม่มี Immune Memory (ภูมิคุ้มกันอยู่ได้ไม่นาน และไม่เกิด Booster effect เมื่อฉีดซ้ำ)
• ไม่ลด Nasopharyngeal carriage
• Efficacy ต่ำในเด็กอายุน้อยกว่า 2 ปี (เนื่องจากระบบภูมิคุ้มกันต่อ Polysaccharide ยังไม่สมบูรณ์)
📊 Current Recommendation Updates (Evidence Base)
แนวทางเวชปฏิบัติ (เช่น CDC/ACIP และสมาคมโรคติดเชื้อฯ) มีการเปลี่ยนแปลงไปสู่การใช้ Higher Valency PCV มากขึ้น
  • In Children: เน้น PCV13 หรือ PCV15 เป็นหลัก
  • In Adults (Age \ge 65 or Risk groups 19-64)
• Option 1 (Preferred): ฉีด PCV20 เพียงเข็มเดียว (Single dose strategy) เพื่อความครอบคลุมและ Compliance
• Option 2: ฉีด PCV15 ตามด้วย PPSV23 (ห่างกันอย่างน้อย 1 ปี หรือ 8 สัปดาห์ในกลุ่ม Immunocompromised) เพื่อให้ได้ความครอบคลุม Serotype ที่กว้างที่สุดจาก PPSV23 แต่ยังได้ T-cell dependent response จาก PCV
ในเชิงสถิติและ Evidence-based Medicine การเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มเด็กที่ได้รับวัคซีน (Vaccinated) และไม่ได้รับวัคซีน (Unvaccinated/Control) ในบริบทของ Pneumococcal Conjugate Vaccine (PCV) มีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (Statistically Significant) ในหลายมิติ (Endpoints) ดังนี้
1️⃣ Invasive Pneumococcal Disease (IPD) Efficacy
นี่คือ Primary Endpoint ที่เห็นผลชัดเจนที่สุด
• Vaccine Efficacy (VE): ในการศึกษา RCTs หลัก (เช่น PCV7 trials) พบว่า VE ต่อ IPD ที่เกิดจาก Vaccine-Serotypes (VT) สูงมาก โดยอยู่ที่ 93.9% - 97.4% (95% CI แคบและไม่คร่อม 1)
• Incidence Rate: กลุ่มที่ได้รับวัคซีนมี Incidence ของ VT-IPD ลดลงอย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับกลุ่ม Control
• Effectiveness (Real-world): หลังการนำ PCV10/13 มาใช้ พบว่าอุบัติการณ์รวมของ IPD ในเด็กเล็กลดลงประมาณ 50-60% (Overall reduction) ถึงแม้จะมี Non-Vaccine Serotypes เพิ่มขึ้นบ้าง แต่ Net benefit ยังเป็นบวกชัดเจน
2️⃣ Pneumonia (ปอดอักเสบ)
การวัดผลทางสถิติในกลุ่มนี้จะซับซ้อนกว่าเพราะปอดอักเสบเกิดได้จากหลายเชื้อ (Etiology is non-specific)
• Radiologically Confirmed Pneumonia: ข้อมูลจาก WHO และ Cochrane Reviews พบว่า PCV สามารถลดอุบัติการณ์ของปอดอักเสบที่ยืนยันด้วยภาพถ่ายรังสีได้ประมาณ 20-30% (p < 0.001)
• Bacteremic Pneumonia: หากเจาะจงเฉพาะปอดอักเสบที่พบเชื้อในเลือด (ซึ่งจัดเป็น IPD) VE จะสูงเทียบเท่า IPD (>90%)
3️⃣ Acute Otitis Media (AOM - หูชั้นกลางอักเสบ)
• Statistical Difference: ความแตกต่างทางสถิติมีนัยสำคัญแต่ Magnitude ไม่สูงเท่า IPD
• Risk Reduction: การลดความเสี่ยงต่อ AOM โดยรวมอยู่ที่ประมาณ 6-7% แต่หากดูเฉพาะ AOM ที่เกิดจากเชื้อ S. pneumoniae สายพันธุ์ในวัคซีน จะป้องกันได้ถึง 50-60%
• Impact on Severe AOM: ช่วยลด Recurrent AOM และการใส่ท่อระบายในหู (Tympanostomy tube placement) ได้อย่างมีนัยสำคัญ
4️⃣ Nasopharyngeal Carriage (Herd Immunity Effect)
จุดนี้คือความต่างสำคัญที่ทำให้ PCV เหนือกว่า PPSV
• Colonization Rate: กลุ่ม Vaccinated มีอัตราการพบเชื้อ Vaccine-Serotypes ในโพรงจมูกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (Odds Ratio < 0.5 ในหลายการศึกษา)
• Statistical Impact: การลด Carriage ในเด็กที่เป็น "Super-spreaders" ส่งผลให้ Incidence ของ IPD ในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุ (Unvaccinated population) ลดลงด้วย ซึ่งเป็น Indirect Effect ที่พิสูจน์ได้ทางสถิติ
5️⃣ Serotype Replacement (ปรากฏการณ์ทดแทนสายพันธุ์)
• Observation: ในกลุ่ม Vaccinated จะพบอัตราการติดเชื้อจาก Non-Vaccine Serotypes (NVT) สูงกว่ากลุ่ม Unvaccinated อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
• Clinical Relevance: แม้ NVT จะเพิ่มขึ้น (Replacement disease) แต่ความรุนแรง (Virulence) และอุบัติการณ์รวม (Total burden) มักจะยังต่ำกว่าสมัยก่อนมีวัคซีน (Net Reduction)
6️⃣ Antimicrobial Resistance (AMR)
• Data: เชื้อ S. pneumoniae สายพันธุ์ที่ดื้อยา (โดยเฉพาะ Penicillin-nonsusceptible strains) มักจะเป็นสายพันธุ์ที่บรรจุอยู่ในวัคซีน (เช่น 6B, 9V, 14, 19F, 23F)
• Outcome: การใช้วัคซีนทำให้สัดส่วนของเชื้อดื้อยาลดลงอย่างมีนัยสำคัญในประชากรที่ได้รับวัคซีนเมื่อเทียบกับยุค Pre-vaccine
ข้อมูลทางระบาดวิทยา (Epidemiology) ของโรคติดเชื้อนิวโมคอคคัสมีความแตกต่างกันพอสมควรระหว่างประเทศไทยและต่างประเทศ (โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้วที่มีการบรรจุวัคซีน PCV ใน National Immunization Program มานานกว่า 10 ปี) โดยสรุปข้อมูลเชิงสถิติเปรียบเทียบดังนี้
  • Pediatric Population (เด็กอายุ < 5 ปี)
🌐 Global Data
(โดยเฉพาะ Pre-vaccine era หรือประเทศกำลังพัฒนา)
IPD Incidence: ประมาณ 100 - 500 ต่อ 100,000 ประชากรเด็ก < 2 ปี (ตัวเลขนี้ลดลงอย่างมาก >90% ในประเทศที่ใช้ PCV)
Mortality: S. pneumoniae เป็นสาเหตุอันดับ 1 ของ Vaccine-preventable death ในเด็กทั่วโลก
Pneumonia 🩻 เป็นสาเหตุการตายหลัก Case Fatality Rate (CFR) ประมาณ 1-5% ในประเทศพัฒนาแล้ว แต่สูงถึง 10-20% ในประเทศกำลังพัฒนา
Meningitis 🧠 เป็นกลุ่มที่มี Mortality และ Morbidity สูงที่สุด
• Mortality: 10 - 40% (ขึ้นกับ access to care)
• Morbidity (Long-term sequelae): ผู้รอดชีวิตประมาณ 30 - 50% จะมีความพิการหลงเหลืออยู่ เช่น Sensorineural hearing loss, Seizure disorder, Motor deficit, หรือ Mental retardation
🇹🇭 Thailand Data
ข้อมูลในไทยมีความท้าทายเรื่อง "Underestimation" เนื่องจากอัตราการเพาะเชื้อขึ้น (Culture sensitivity) ต่ำจากการได้รับยาฆ่าเชื้อมาก่อน (Prior antibiotic use)
IPD Incidence
• ข้อมูลจาก National Surveillance (R506): ต่ำมาก (Under-report)
• ข้อมูลจาก Hospital-based studies (เช่น รพ.มหาวิทยาลัย): พบอุบัติการณ์ IPD ประมาณ 7 - 12 ต่อ 100,000 เด็กอายุ < 5 ปี (บางการศึกษาอาจสูงถึง 30-40 ในกลุ่มเสี่ยง)
Pneumonia Incidence 🩻 พบสูงมาก ประมาณ 3,000 - 5,000 ต่อ 100,000 ประชากร (สาเหตุจากแบคทีเรียทั้งหมด โดย S. pneumoniae เป็นเชื้อก่อโรคหลักประมาณ 30-50% ของ Bacterial CAP)
Mortality
• Bacteremia: CFR ประมาณ 1-5%
• Meningitis: CFR ในไทยค่อนข้างสูง ประมาณ 10 - 20% และพบภาวะแทรกซ้อนรุนแรง (Sequelae) สูงถึง 25-40%
**Diagnostic Gap: ในไทย อุบัติการณ์ IPD ที่ต่ำกว่าต่างประเทศ ส่วนหนึ่งเกิดจาก "Culture-negative IPD" ดังนั้นในทางคลินิก หากคนไข้มีอาการเข้าได้กับ Severe Pneumonia หรือ Meningitis ควร Cover S. pneumoniae เสมอ แม้ผลเพาะเชื้อจะไม่ขึ้น
  • ข้อมูลทางระบาดวิทยาในประเทศไทย (Thai Data)
1️⃣ Incidence (อุบัติการณ์)
ข้อมูลในไทยมักจะต่ำกว่าความเป็นจริง (Underestimation) เนื่องจากข้อจำกัดด้านการเพาะเชื้อ (Low culture sensitivity) และการได้รับยาฆ่าเชื้อมาก่อน แต่ตัวเลขที่มีการอ้างอิงบ่อยที่สุดมีดังนี้
A. Invasive Pneumococcal Disease (IPD) ; Confirmed Cases (Culture Positive)
ข้อมูลจากการเฝ้าระวังเชิงรุก (Active Surveillance) ใน จ.สระแก้ว และ จ.นครพนม พบอุบัติการณ์ IPD ในเด็กอายุ < 5 ปี ประมาณ 11.7 - 12 ต่อ 100,000 ประชากรเด็ก/ปี
• ในกลุ่มเด็กเล็ก อายุ < 1 ปี อุบัติการณ์จะพุ่งสูงขึ้นเป็น 33.8 ต่อ 100,000 ประชากรเด็ก/ปี
• Estimated Cases (Modeled Data): หากคำนวณรวมเคสที่เพาะเชื้อไม่ขึ้น (Culture-negative IPD) คาดการณ์ว่าอุบัติการณ์จริงอาจสูงถึง 30 - 100 ต่อ 100,000 ประชากร
B. Pneumonia (ปอดอักเสบ)
โรคนี้เป็น Burden หลักในเชิงปริมาณ (Volume)
• Clinical Pneumonia: ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค (DDC) พบอุบัติการณ์ของปอดอักเสบในเด็ก < 5 ปี สูงถึง 2,600 - 5,000 ต่อ 100,000 ประชากร/ปี
• Pneumococcal Etiology: จากการศึกษาพบว่า S. pneumoniae เป็นสาเหตุประมาณ 30-50% ของ Bacterial Pneumonia ทั้งหมด ดังนั้นอุบัติการณ์ของ Pneumococcal Pneumonia จึงสูงมากเมื่อเทียบกับ IPD
2️⃣ Morbidity & Mortality (ความรุนแรงและอัตราตาย)
ตัวเลข Mortality ในไทยมีความแตกต่างกันตามระดับของโรงพยาบาล (รพ.ชุมชน vs รพ.ศูนย์)
A. Case Fatality Rate (CFR) - อัตราตาย
IPD รวม (Overall IPD): อัตราตายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 2.7% - 5% (ในรพ.ทั่วไป) แต่หากเป็นข้อมูลจากรพ.มหาวิทยาลัย (Tertiary Care) ที่รับเคสซับซ้อน อัตราตายอาจสูงถึง 19%
Pneumococcal Meningitis: มีความรุนแรงสูงสุด
• Mortality: สูงถึง 15% - 30% (สูงกว่าเชื้ออื่นอย่างชัดเจน)
• Morbidity (Sequelae): ผู้รอดชีวิตประมาณ 30% - 50% จะมีความพิการหลงเหลืออยู่ เช่น หูหนวก (Hearing loss), ชัก (Seizures), หรือ พัฒนาการช้า
Pneumonia: อัตราตายน้อยกว่า (< 1-2%) แต่เนื่องจากจำนวนเคสที่มหาศาล จึงเป็นสาเหตุการตายอันดับต้นๆ ของเด็กไทย
3️⃣ ความพิการและภาวะแทรกซ้อน (Morbidity/Sequelae)
ตัวเลขนี้เป็น "Hidden Cost" ที่สำคัญที่สุด ซึ่งมักไม่ได้อยู่ในรายงานประจำปีของกระทรวง แต่มาจากการติดตามผู้ป่วยระยะยาว (Cohort studies) ใน รพ.โรงเรียนแพทย์
Pneumococcal Meningitis: ผู้ป่วยเด็กที่รอดชีวิตประมาณ 30 - 50% จะมีความพิการหลงเหลืออยู่
• หูหนวก (Sensorineural Hearing Loss): พบได้บ่อยที่สุด (~17-22%)
• ชัก (Epilepsy/Seizures): ~6-12%
• พัฒนาการช้า/บกพร่องทางสติปัญญา: ~5-10%
• ภาวะน้ำคั่งในสมอง (Hydrocephalus): ~18% (ต้องผ่าตัดใส่ VP shunt)
Pneumonia (Empyema)
• พบภาวะหนองในเยื่อหุ้มปอด (Empyema) ได้ประมาณ 10-20% ของเคสปอดอักเสบนิวโมคอคคัสรุนแรง ซึ่งต้องนอน รพ. นาน 2-3 สัปดาห์ และอาจต้องผ่าตัด (Decortication)
  • Estimated true burden
จากการรวบรวมข้อมูลทางระบาดวิทยา (Epidemiological Modeling) และการคาดการณ์จากสถาบันวัคซีนแห่งชาติ (NVI) ร่วมกับข้อมูลจากโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยในไทย เพื่อประเมิน "ภาระโรคที่แท้จริง" (True Burden) ที่อาจตกหล่นจากการรายงานในระบบปกติ สรุปตัวเลขประมาณการความสูญเสียใน เด็กไทยอายุต่ำกว่า 5 ปี
หากเราใช้ฐานข้อมูลว่ามีเด็กไทยป่วยเป็น IPD (Invasive Disease) จริงประมาณ 2,000 รายต่อปี (รวม Culture negative)
  • การเสียชีวิต (Mortality)
ประมาณการ: 200 - 400 ราย/ปี ; สาเหตุหลัก: มาจาก 2 ส่วนสำคัญ
1. Severe Pneumonia: แม้อัตราตายจะดูต่ำ (<1%) แต่เนื่องจากฐานคนไข้ที่เป็นปอดอักเสบมีจำนวนมาก (หลักแสนคน) การเสียชีวิตจากภาวะหายใจล้มเหลวในกลุ่มนี้จึงเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุด
2. Meningitis & Sepsis: กลุ่มนี้จำนวนเคสน้อยกว่าแต่อัตราตายสูงมาก (Case Fatality Rate ~10-30%)
• Note: ตัวเลขนี้เป็นตัวเลขที่คาดการณ์ว่า "ป้องกันได้" (Vaccine-preventable deaths) หากได้รับวัคซีนครอบคลุม
  • ความพิการถาวร (Permanent Disability)
ประมาณการ: 50 - 100 ราย/ปี ; สาเหตุหลัก: เกือบทั้งหมดมาจากผู้รอดชีวิตจาก Pneumococcal Meningitis
รูปแบบความพิการ
• หูหนวก (Sensorineural Hearing Loss): พบบ่อยที่สุด (ประมาณ 20-30 ราย/ปี)
• ความบกพร่องทางสติปัญญาและสมอง (Mental Retardation / Cerebral Palsy): จากภาวะ Brain abscess หรือ Infarction
• โรคลมชัก (Epilepsy): ที่ต้องกินยากันชักระยะยาว
ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าในแต่ละปี
1. เราเสียนักเรียนไปประมาณ 5-10 ห้องเรียน จากโรคที่ป้องกันได้
2. เรามีเด็กพิการเพิ่มขึ้นปีละ 2-3 ห้องเรียน ซึ่งเป็น Long-term burden ทั้งต่อครอบครัวและระบบสาธารณสุขในการดูแลระยะยาว

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา