Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
เรื่องเล่าบนดาวโลก
•
ติดตาม
19 ก.พ. เวลา 16:53 • ปรัชญา
คุณจะไม่มีทางเป็นทุกข์ได้ ถ้าคุณเห็นว่า "ความรู้สึกทุกข์" มัน 'ไม่ใช่ของคุณ'
วันนี้เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องงัดสกิล "เฝ้ามองความทุกข์" มาใช้อีกครั้ง
เพราะคนในครอบครัวตะคอกเสียงดังและขับรถออกจากบ้านไป แล้วทิ้งฉันไว้ที่บ้าน ทั้ง ๆ ที่สัญญาว่าจะไปด้วยกัน
ในขณะที่ฉันกำลังยืนมองตามหลังรถกระบะคันนั้นไปจนลับสายตา
ความรู้สึกเจ็บปวดก็ก่อตัวขึ้นในใจ น้ำตารินไหลลงมาถึงคาง ร่างกายล้มลงนั่งบนพื้นเพราะขาหมดแรงที่จะยืน
ทันใดนั้น เสียงหนึ่งก็ผุดขึ้นในใจ
'นี่คือความทุกข์ ความทุกข์กำลังเกิดกับจิต … นี่คือความเจ็บปวด ความเจ็บปวดกำลังเกิดกับจิต …'
ยังไม่ทันได้กะพริบตา ความจำสมัยอนุบาลตอนที่โดนเพื่อน 'ทิ้ง' เพราะยังผูกเชือกรองเท้าไม่เสร็จก็ดับพรึ่บไปต่อหน้าต่อตา
ความคิดปรุงแต่งว่าในอนาคตจะเกิดเรื่องราวแย่ ๆ อะไรขึ้นบ้างก็อันตรธานหายไปทันควัน
ต้นสายของธารน้ำตาหยุดชะงักราวกับมีคนเอาอะไรไปอุดต่อมน้ำตาไว้
แล้วฉันก็เริ่มต้นใช้ชีวิตตามแพลนของตัวเองต่อไป ราวกับว่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนเลย
นี่คือผลของสกิล "เฝ้ามองอารมณ์" ที่ฉันพากเพียรฝึกมาตลอด 4 ปีกว่า และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จิตงัดสกิลนี้มาใช้
ทำไมถึงเขียนว่า " *จิต* งัดสกิลนี้มาใช้ "..?
เพราะถ้าฝึกจนเป็นนิสัย ถ้าฝึกจนชำนาญแล้ว
เวลา "ความรู้สึกทุกข์" เกิดขึ้น ต่อให้ไม่ต้องใช้เจตนาอะไร จิตจะแยกตัวออกไปเป็นผู้เฝ้ามองอารมณ์โดย 'อัตโนมัติ'
และธรรมชาติของ "อารมณ์" เมื่อถูกเฝ้ามอง มันจะดับตัวมันเอง และไม่ถูกเอาไปใช้เป็นส่วนประกอบของ 'ความคิดปรุงแต่ง'
และเมื่อไม่มีความคิดปรุงแต่ง "ความรู้สึกด้านลบ" ทั้งหลายแหล่จึงไม่เกิดขึ้นตามมา
ดังนั้น ต่อให้ความทุกข์ที่เกิดขึ้นจะละเอียดหรือหนักหนาสาหัสแค่ไหน จิตก็ไม่พลาด
เพราะมันถูกโปรแกรม "วิธีการรับมือกับความทุกข์" ไว้เรียบร้อยแล้ว
นั่นหมายความว่า ถ้าฝึกจนเลเวลความชำนาญเต็มหลอด ความรู้สึกแย่ ๆ อย่างความทุกข์ ความกลัว ความกังวล ฯลฯ จะทำอะไรจิตไม่ได้เลย
แต่แน่นอน มันคือสิ่งที่ต้องฝึก
ส่วนตัวฉันใช้เวลาประมาณ 3 ปีกว่าถึง 4 ปี ถึงจะเริ่มเห็นว่าจิตมันเริ่มรับมือกับความทุกข์ได้ด้วยตัวมันเอง
แต่ถ้าคุณเคยสั่งสมสกิลนี้มาก่อนในอดีต คุณอาจจะใช้เวลาน้อยกว่านี้ก็ได้
และคุณรู้ไหม หลักการในการฝึกสกิลนี้มันอยู่ใกล้ตัวคุณมากกว่าที่คุณคิดนะ
เพราะทั้งหมดที่คุณเพิ่งได้อ่านไปมันคือหลักการของ "พุทธ"
ซึ่งแน่นอนว่าถ้าคุณได้เกิดมาเป็น 'คนไทย' เท้าของคุณก็ได้ก้าวออกไปเหยียบเรือที่ชื่อว่า "พุทธ" อย่างน้อยหนึ่งข้างแล้ว
หลังจากนี้มันก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วแหละ ว่าคุณสนใจที่จะลงไปสำรวจเรือลำนั้นมากแค่ไหน
จุดประสงค์ของการฝึกปฏิบัติทางพุทธคือการทำให้ได้เห็นและเข้าใจ (อย่างแจ่มแจ้ง) ว่า "อารมณ์ไม่ใช่ของเรา"
ซึ่ง "อารมณ์" ของพุทธหมายถึง รูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ความรู้สึก ความจำ และความคิดปรุงแต่ง
เพราะการเห็นว่า "อารมณ์ไม่ใช่ของเรา" มันคือการเห็น 'ความจริงของธรรมชาติ' ซึ่งเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุดของพุทธ
ส่วน "การมีอำนาจเหนือความทุกข์" น่ะ เป็นแค่ 'ผลพลอยได้' ของการเห็นว่าอารมณ์ไม่ใช่เรา
เพราะต่อให้ความทุกข์มันจะบีบคั้นมากแค่ไหน
แต่ถ้าเราเห็น เข้าใจ และรู้อยู่ว่าเราไม่ใช่มัน มันไม่ใช่เรา และสามารถแยกตัวออกจากมันได้อย่างเด็ดขาด ยังไงมันก็ไม่มีทางทำอะไรเราได้
ดังนั้น การเห็นอารมณ์ก็เลยเป็นทั้งการ "สมานแผล (ใจ) เดิม" เพราะได้เห็นและเข้าใจความจริงของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในใจเราอยู่ตอนนี้
และเป็นการ "ยับยั้งแผล (ใจ) ใหม่" เพราะมายาที่ถูกเข้าใจย่อมไม่สามารถทำอะไรใจที่เห็นแจ้งในความจริงได้
ถ้าตอนนี้คุณกำลัง "เป็นทุกข์" อยู่ ไม่ว่าจะเพราะอะไรก็ตาม
และตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตบนโลกใบนี้มาคุณยังไม่เคยเจอ "วิธี" ที่สามารถใช้จัดการกับความทุกข์ได้อย่างเบ็ดเสร็จ
อยากให้คุณลองเปิดใจให้กับ "แนวทางการปฏิบัติทางพุทธ" ดู
ซึ่งฉันได้พิสูจน์ด้วยตัวของฉันเองแล้วว่า "สกิลเฝ้ามองความทุกข์" ที่ได้มานี้ มัน 'ไม่เสื่อมไปตามกาลเวลา'
ต่อให้ในเวลาปกติ (ที่ไม่ได้มีความทุกข์อะไรมากมาย) สติฉันจะไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัว
แต่เมื่อไหร่ที่ "ความรู้สึกทุกข์" เกิดขึ้น สกิลนี้จะเปิดทำงานแบบอัตโนมัติเสมอ
ซึ่งแนวทางการปฏิบัติทางพุทธในประเทศไทยก็มีหลายแนวมาก คุณเลือกอันที่ตรงกับจริตของคุณเองได้เลย
หรือถ้าคุณอยากรู้วิธีที่ฉันใช้ฝึกก็บอกมาใน comment ได้นะ ไว้เรามาแชร์กัน
หวังว่าจะเป็นประโยชน์
จิตวิญญาณ
พุทธศาสนา
พัฒนาตัวเอง
บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
เรื่องของจิต
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย