Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
Doctor Near you (หมอใกล้คุณ)
•
ติดตาม
10 พ.ค. เวลา 03:10 • สุขภาพ
ปริมาณ "คาร์โบไฮเดรต" ในอาหารใกล้ตัว เท่าไรบ้างนะ
คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrate) หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า "คาร์บ" คือแหล่งพลังงานหลักที่สำคัญของร่างกาย แต่คาร์บในอาหารแต่ละชนิดนั้นมีผลต่อร่างกายไม่เหมือนกัน ทั้งในแง่ของปริมาณและ "ดัชนีน้ำตาล" (Glycemic Index หรือ GI)
ค่า GI คือตัวเลขที่บอกว่าอาหารชนิดนั้นๆ เมื่อกินเข้าไปแล้วจะถูกย่อยและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในเลือดได้เร็วแค่ไหน
• อาหาร GI สูง: จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งปรี๊ดอย่างรวดเร็ว (มักทำให้หิวเร็วและสะสมไขมันได้ง่าย)
• อาหาร GI ต่ำ: ร่างกายจะค่อยๆ ย่อยและดูดซึมเป็นน้ำตาลอย่างช้าๆ (ทำให้อิ่มนานและระดับน้ำตาลคงที่)
ลองมาเช็กกันดูว่า อาหารที่เรากินกันอยู่ทุกวัน มีปริมาณคาร์บและค่า GI เท่าไหร่กันบ้าง เพื่อให้เราเลือกกินได้อย่างเหมาะสม
🌾 กลุ่มพืชหัว แป้ง และธัญพืช
1. ข้าวโพด (1 ฝักขนาดกลาง) 🌽
• ปริมาณคาร์โบไฮเดรต: ประมาณ 15 - 19 กรัม
• ค่า GI: ปานกลาง (ประมาณ 52 - 60)
• สิ่งที่ควรรู้: ข้าวโพดจัดเป็นคาร์บเชิงซ้อนที่ดี มีใยอาหาร (Fiber) สูงช่วยให้อิ่มท้อง และยังมีวิตามินบี รวมถึงสารลูทีน (Lutein) ที่ช่วยบำรุงสายตา
2. ขนมปังขาว vs ขนมปังโฮลวีต 🥪(1 แผ่น ประมาณ 30 กรัม)
แม้จะมีปริมาณคาร์บไล่เลี่ยกัน แต่ผลลัพธ์ต่อร่างกายต่างกันชัดเจน
• ขนมปังขาว: มีคาร์บประมาณ 15 กรัม / ค่า GI สูง (70+) ถูกขัดสีจนแทบไม่เหลือใยอาหาร กินแล้วน้ำตาลพุ่งและหิวเร็ว
• ขนมปังโฮลวีต: มีคาร์บประมาณ 12 - 15 กรัม / ค่า GI ปานกลาง (55 - 60) มีใยอาหาร วิตามิน และแร่ธาตุสูงกว่า ทำให้ร่างกายค่อยๆ ดูดซึมพลังงานไปใช้
3. แป้งซาลาเปา หรือ หมั่นโถว 🥯(1 ลูกขนาดกลาง)
• ปริมาณคาร์โบไฮเดรต: ประมาณ 40 - 50 กรัม (เทียบเท่าการกินข้าวสวยเกือบ 3 ทัพพี!)
• ค่า GI: สูงมาก (70+)
• สิ่งที่ควรรู้: ทำจากแป้งสาลีขัดขาวล้วนๆ ย่อยง่ายและเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ไวมาก แทบจะไม่มีใยอาหารหรือสารอาหารอื่น หากกินบ่อยหรือกินทีละหลายลูกอาจทำให้น้ำตาลในเลือดสวิงได้
4. มันหวาน (1 หัวขนาดกลาง) 🍠
• ปริมาณคาร์โบไฮเดรต: ประมาณ 20 - 26 กรัม
• ค่า GI: ต่ำ-ปานกลาง (ประมาณ 45 - 55 หากนำไป "ต้ม" หรือ "นึ่ง")
• สิ่งที่ควรรู้: มันหวานเป็นสุดยอดคาร์บคุณภาพดี อุดมไปด้วยใยอาหารทำให้อยู่ท้องนาน และที่สำคัญคือมีสารเบต้าแคโรทีน (วิตามินเอ) สูงมาก ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ข้อควรระวังคือ หากนำไป "เผา" หรือ "อบ" ความร้อนจะเปลี่ยนโครงสร้างแป้งให้เป็นน้ำตาลมากขึ้น ทำให้ค่า GI พุ่งสูงขึ้นได้
จากข้อมูลทางสถิติของสมาคมเบาหวานแห่งสหรัฐอเมริกา (ADA) พบว่า มันหวานชนิดเดียวกัน หากนำไปอบ 45 นาที ค่า GI อาจพุ่งสูงถึง 94 (ใกล้เคียงกลูโคสบริสุทธิ์) แต่หากนำไปต้ม 30 นาที ค่า GI จะอยู่เพียง 46
🥬 กลุ่มผัก
สำหรับผักใบเขียวและผักสดส่วนใหญ่ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตจะต่ำมากๆ และคาร์บที่มีมักอยู่ในรูปของ "ใยอาหาร" ที่ร่างกายย่อยเป็นน้ำตาลไม่ได้ (หรือย่อยได้น้อยมาก) จึงมีค่า GI ที่ต่ำมากจนไม่ส่งผลกระทบต่อระดับน้ำตาลในเลือด
• ผักกะหล่ำปลี 🥬(1 ทัพพี/ถ้วยตวง): มีคาร์บเพียง 2-3 กรัม สามารถกินได้จุใจ มีวิตามินซีและสารต้านอนุมูลอิสระ
• ผักคะน้า 🌱(1 ทัพพี/ถ้วยตวง): มีคาร์บประมาณ 3-4 กรัม โดดเด่นมากในเรื่องของแคลเซียม (บำรุงกระดูก) และวิตามินเค
• ผักสลัดต่างๆ 🥗 (เช่น ผักกาดหอม กรีนโอ๊ค เรดโอ๊ค 1 ถ้วยตวง): มีคาร์บน้อยกว่า 1-2 กรัม สัดส่วนส่วนใหญ่คือน้ำและใยอาหาร เป็นกลุ่มที่กินได้ไม่อั้นโดยไม่ต้องกังวลเรื่องแป้ง
• แครอท 🥕(1 หัวขนาดกลาง): มีคาร์บประมาณ 6 - 8 กรัม ค่า GI อยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางต่ำ (ประมาณ 39) ให้ความหวานตามธรรมชาติ มีประโยชน์สูงจากเบต้าแคโรทีน
🥛 กลุ่มอาหารอื่นๆ (เนื้อสัตว์ นม ไข่)
หลายคนมักโฟกัสแค่ข้าวหรือแป้ง แต่อาหารประเภทอื่นก็อาจมีคาร์บซ่อนอยู่ หรือไม่มีเลยก็ได้ ดังนี้
1. นมจืด 🥛(1 กล่อง ปริมาตร 250 cc)
• ปริมาณคาร์โบไฮเดรต: ประมาณ 12 กรัม
• ข้อมูลเพิ่มเติม: คาร์บในนมจืด ไม่ใช่น้ำตาลทรายที่เติมแต่ง แต่เป็นน้ำตาลตามธรรมชาติที่เรียกว่า "แลคโตส" (Lactose) มีค่า GI ต่ำ (ประมาณ 30-40) และยังได้สารอาหารสำคัญคือ โปรตีน (ประมาณ 8 กรัม) และแคลเซียมสูง
2. เนื้ออกไก่ 🐔 (50 กรัม) และ สันในหมู (50 กรัม)
• ปริมาณคาร์โบไฮเดรต: 0 กรัม
• ข้อมูลเพิ่มเติม: เนื้อสัตว์สดๆ ตามธรรมชาติที่ไม่ได้นำไปหมักน้ำตาลหรือชุบแป้งทอด จะไม่มีคาร์โบไฮเดรตเลย ให้โปรตีนคุณภาพสูงที่จำเป็นต่อการซ่อมแซมร่างกายและสร้างกล้ามเนื้อ
3. ไข่ไก่ 🥚 (1 ฟอง)
• ปริมาณคาร์โบไฮเดรต: น้อยกว่า 1 กรัม (แทบจะเป็น 0)
• ข้อมูลเพิ่มเติม: ไข่เป็นแหล่งโปรตีนที่สมบูรณ์แบบ (โปรตีนประมาณ 6-7 กรัมต่อฟอง) และมีไขมันดี รวมถึงโคลีน (Choline) ในไข่แดงที่ช่วยบำรุงระบบประสาทและสมอง
ข้อปฏิบัติ 🧑🍳
การดูแลสุขภาพไม่ได้แปลว่าเราต้อง "งด" คาร์โบไฮเดรต เพราะร่างกายยังคงต้องการพลังงานไปใช้ แต่หัวใจสำคัญคือการ "เลือกชนิดของคาร์บ" โดยเน้นอาหารที่มีกากใยสูง (GI ต่ำถึงปานกลาง) อย่างธัญพืชไม่ขัดสี มันหวาน และผักใบเขียว และจำกัดปริมาณแป้งขัดขาวหรือน้ำตาล เพียงเท่านี้เราก็สามารถมีความสุขกับการกินควบคู่ไปกับการมีสุขภาพที่ดีได้
อาหารสุขภาพ
สุขภาพ
การแพทย์
บันทึก
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
ปรับอาหารให้ถูกโรค
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย