Blockdit Logo
Blockdit Logo (Mobile)
สำรวจ
ลงทุน
คำถาม
เข้าสู่ระบบ
มีบัญชีอยู่แล้ว?
เข้าสู่ระบบ
หรือ
ลงทะเบียน
The Salaryman Universe
•
ติดตาม
29 มิ.ย. เวลา 05:16 • นิยาย เรื่องสั้น
EP. 1 : คนไข้ที่ไม่ยอมเป็นคนไข้
ผมมาถึงขอนแก่นตอนเกือบหกโมงเย็น
แท็กซี่เลี้ยวเข้ามาจอดหน้าโรงพยาบาล
ผมเห็นข้าวปั้นวิ่งมาเปิดประตูให้ ตั้งแต่รถยังไม่ทันจอดสนิท
"พี่เอก!"
เด็กหนุ่มรีบเข้ามาช่วยยกกระเป๋า ทั้งที่สีหน้าดูเหนื่อยกว่าผมเสียอีก
"ลุงเป็นยังไง"
ข้าวปั้นยิ้มโล่ง
"หมอบอกพ้นขีดอันตรายแล้วครับ"
ผมเพิ่งหายใจออกเป็นครั้งแรกตั้งแต่รับโทรศัพท์
"...แล้วตอนนี้"
ข้าวปั้นเกาหัว
"กำลังเถียงหมออยู่ครับ"
"..."
"อ๋อ"
"งั้นคงดีขึ้นแล้วจริงๆ" ผมเริ่มยิ้มออกนิดๆ นี่แหละลุงสันติ!
ยังไม่ทันเดินถึงห้องพัก ผมก็ได้ยินเสียงดังที่คุ้นหูลอยออกมาก่อน
"จะกลับบ้าน!"
"..."
"ไม่อยู่แล้ว!"
ผมหันไปมองข้าวปั้น
"ลุงเริ่มตั้งแต่เมื่อไหร่"
"ตั้งแต่ฟื้นครับ"
"..."
"หมอถามว่าจำชื่อตัวเองได้ไหม"
"ลุงตอบว่า"
"..."
"'จำได้ แล้วกลับบ้านได้ยัง'"
ผมหัวเราะออกมา
พอเปิดประตูเข้าไป
ผมเห็นพ่อกำลังนั่งกอดอกอยู่บนเตียง
พอพ่อเห็นผมปุ๊บ แกก็ทำหน้าตกใจนิดหนึ่ง
"...อ้าว"
"มา...ทำไม"
ผมยืนกอดอก
"พ่อเข้าโรงพยาบาล"
"ถ้าผมไม่มา แล้วจะให้ใครมา"
แกเงียบไปสองวินาที
ก่อนตอบเบา ๆ
"..."
"...ก็จริง"
หมอเจ้าของไข้เดินเข้ามาพอดี
"สวัสดีครับ"
"เป็นลูกชายใช่ไหมครับ"
ผมพยักหน้า
หมอเปิดฟิล์มผล CT ให้ดู
"มีเลือดออกในสมอง 3 จุดนะครับ"
"ทีแรก ผมยังลังเลว่ารอยเลือดเหล่านี้ แตกจากความดันสูง หรือแตกจากการตกลงมากระแทกพื้นกันแน่" หมอบอกรายละเอียดการตรวจให้ผมฟัง
"แต่ลุงฟื้นตัวเร็ว แถมยังมีแรงเถียงหมอไปอีก ก็เลยเทน้ำหนักไปที่เลือดออกจากแรงกระแทกมากกว่า"
"ยังไงซะ ผมก็อยากให้อยู่ดูอาการต่ออีกซัก 2 คืนนะครับ" หมอแนะนำด้วยความเป็นห่วง
"เพราะว่า ..... ถึงแกจะเถียงเก่ง โต้ตอบไวเหมือนเดิม แต่สิ่งที่ผมเห็นได้ชัดเลย คือ ตอนนี้แกยังพูดไม่ชัด"
ข้าวปั้นเสริม "ใช่ครับหมอ ก่อนหน้านี้แกพูดชัดกว่านี้"
"แล้วก็ ตอนกินน้ำ แกสำลักเยอะกว่าเดิมด้วยครับพี่เอก" ข้าวปั้นให้ข้อมูลต่อพร้อมหันมามองเอก
"แถมตอนแกขอให้ผมเอากระบอกเก็บฉี่มาให้ เพราะหมอบอกให้นอนนิ่งๆบนเตียงก่อน จะฉี่ก็ให้ทำบนเตียง ด้วยความใจร้อนของแกนะพี่ แกจะคว้ากระบอกเอง แต่ผมสังเกตว่าแขนซ้ายแกขยับช้าลงกว่าปกติ" ข้าวปั้นพลั่งพลูออกมาเหมือนอัดอั้น
"ซึ่งยังต้องกายภาพอย่างต่อเนื่องนะครับ แม้จะผ่าน 2 คืนนี้ไปแล้ว" หมอเสริมต่อ
"แล้วก็ต้องฝึกกลืน"
พ่อรีบเถียงทันที
"...กลืน...ได้"
หมอยิ้ม
"ลุงสำลักน้ำสามครั้งแล้วนะครับ" ข้าวปั้นรีบเบรค
"..."
"เย็นนี้ ผมแนะนำให้ดื่มน้ำข้นนะครับ ทางพยาบาลจะเตรียมให้ก่อน แต่พรุ่งนี้เช้านักกิจกรรมบำบัดจะมาให้คำแนะนำต่อ รวมถึงท่ากายภาพเบื้องต้น เมื่อต้องกลับไปทำต่อเองที่บ้าน" หมอรีบสรุป ก่อนพ่อกับข้าวปั้นจะเถียงกันยาวกว่านี้
พ่อหันมามองผม เหมือนหวังให้ผมช่วย ซึ่งผมกำลังอึ้งกับข้อมูลที่ได้รับมาทั้งหมดจากหมอ และข้าวปั้นอยู่ แต่สุดท้าย ผมก็ฝืนยิ้ม
"ผมอยู่ทีมหมอครับ"
พ่อถอนหายใจเสียงดัง
"..."
"...ลูกทรยศ"
หมอหลุดหัวเราะ
ข้าวปั้นหัวเราะ
แม้แต่พยาบาลที่กำลังเข็นรถมายังอมยิ้ม
ซึ่งก็ทำให้บรรยากาศในห้องเบาลงอีกนิดหนึ่ง
เช้าวันถัดมา
นักกิจกรรมบำบัดเอาแก้วน้ำมา 1 แก้วเพื่อสาธิตการใช้ผงเพิ่มความหนืดของน้ำ
เธอเทผงสีขาวลงไป
คนให้เข้ากันกับน้ำ
ก่อนยื่นให้พ่อ
"ลองจิบดูนะคะ"
พ่อจิบหนึ่งคำ
...
เงียบ
...
ทำหน้าเหมือนคนถูกหักหลัง
"เป็นยังไงบ้างคะคุณลุง"
พ่อมองแก้ว
"..."
"...เหมือนกินน้ำแกง"
นักกิจกรรมบำบัดหัวเราะ
"เดี๋ยวก็ชินค่ะ"
พ่อส่ายหน้า
"..."
"...คนพูดไม่ใช่คนกิน"
ผมหันหน้าหนี
กลัวหลุดขำ
"เดี๋ยวพี่ถ่ายรูปไว้ด้วยนะคะ จะได้เอาไปให้ที่ร้านขายยาดูตอนไปซื้อกลับบ้านค่ะ" นักกิจกรรมบำบัดยื่นกระปุกผงเพิ่มความหนืดมาให้ผม
ช่วงสายวันถัดมา
หมอมาตรวจอาการพ่อเป็นรอบสุดท้ายก่อนอนุมัติให้กลับบ้านได้
ซึ่งนี่เป็นวันที่พ่อผมตื่นเต้นที่สุด
หมอเรียกผมไปคุยเพิ่มเติม
"ช่วงแรก"
"คุณต้องช่วยดูแลเรื่องอาหาร"
"การเดิน"
"การกินยา"
"แล้วก็..."
หมอหยุดนิดหนึ่ง
"ดูแลอารมณ์คนไข้ด้วย"
ผมหันไปมองพ่อผ่านกระจก
แกกำลังคุยเสียงดังกับข้าวปั้น
ไม่รู้เรื่องอะไร
แต่ทั้งคู่หัวเราะกันลั่น
ผมหันกลับมาหาหมอ
"หมอครับ"
"อารมณ์คนไข้ไม่น่าห่วง"
"..."
"ผมห่วงอารมณ์คนดูแลมากกว่า"
หมอหัวเราะ
"อันนั้น"
"ผมเห็นด้วย"
"หมอจะนัดมา CT Scan อีกทีเดือนหน้านะครับ เราจะมาดูรอยเลือดออกในสมองกันอีกทีว่าจะหายไปไหม ถ้าก้อนเลือดเหล่านั้นค่อยๆหายไป ในระหว่างเดือนนี้ อาการต่างๆที่เราเห็นจะค่อยๆดีขึ้นด้วย"
"ได้ครับ ขอบคุณมากๆครับหมอ"
ก่อนกลับบ้าน
ผมแวะร้านขายยาที่อยู่ระหว่างทางตอนใกล้จะถึงบ้าน
"สวัสดีค่ะ"
น้ำเสียงที่สดใสดังขึ้น
เภสัชกรสาวยิ้มให้
ป้ายชื่อที่แปะไว้บนผนังร้าน เขียนชื่อเธอว่า
"ภญ.ท้องฟ้า"
ชื่อน่ารักจัง ผมแอบคิดในใจก่อนสะดุ้งเมื่อเธอถามผมอีกครั้ง
"รับอะไรดีคะ"
"ThickenUp ครับ"
เธอพยักหน้า
"ให้คุณพ่อหรือคุณแม่ใช้คะ"
"คุณพ่อครับ แม่ผมไม่อยู่แล้ว"
"อุ๊ย ขอโทษด้วยค่ะ เสียใจด้วยนะคะพี่"
"อ๋อ ไม่เป็นครับ แม่ผมไม่อยู่นานแล้ว" ผมยิ้มให้บางๆ
ระหว่างเดินไปหยิบของ เธอก็ถามขึ้น
"พี่เป็นลูกคนเดียวเหรอคะ"
"ครับ"
"เหนื่อยหน่อยนะคะ"
ผมหัวเราะเบาๆ ก่อนตอบ
"ยังไม่ทันดูแล ก็เริ่มเหนื่อยแล้วครับ"
เธอหัวเราะบ้าง
"เป็นเรื่องปกติค่ะ"
"คนดูแล มักจะเหนื่อยก่อนคนไข้"
เธอวางกระป๋องลงบนเคาน์เตอร์ สแกนบาร์โค้ด แล้วหยิบกระป๋องพร้อมกระดาษแผ่นหนึ่งมาใส่ในถุง
"ใบนี้เป็นวิธีชงค่ะ ฟ้าพิมพ์ไว้แบบตัวใหญ่ๆ ให้ผู้สูงอายุอ่านได้ถนัดขึ้นด้วย"
ผมแอบรู้สึกดีเล็กๆกับความใส่ใจรายละเอียดของเภสัชกรร้านนี้
"แล้วถ้าคุณลุงบ่นเวลาดื่ม ก็ไม่ต้องตกใจนะคะ"
ผมหัวเราะ
"บ่นไปแล้วครับ ตั้งแต่คำแรก"
เธอหัวเราะตาม
"งั้นถือว่าปกติ ถ้าวันไหนไม่บ่น ค่อยพามาหาหมออีกนะคะ"
ระหว่างนี้ ผมแอบสังเกตหน้าตาที่ดูเด็กกว่าอายุจริงของคุณเภสัช ซึ่งถ้าบอกว่าเธอเป็นนักศึกษาฝึกงานมากกว่าเจ้าของร้านผมก็เชื่อนะ
ก่อนจะแอบสะดุ้งนิดๆ เมื่อได้ยินเสียงกริ่งประตูที่ลูกค้าคนถัดไปผลักเข้ามา
"ครับ ขอบคุณมากๆนะครับ"
ผมเอ่ยลา ก่อนหันหลังกลับ เพื่อให้เธอได้คุยกับลูกค้าคนอื่นต่อ
คืนนั้น
ผมกลับมานอนที่ห้องนอนของผม ที่ผมไม่ค่อยได้กลับมานอนบ่อยนัก
ผมนอนมองเพดานแล้วคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย
บ้านหลังนี้ เป็นหลังล่าสุดที่ผมซื้อ
ก่อนหน้านั้น เราสองพ่อลูก เช่าเค้าอยู่ไปเรื่อย
เช่าหอพักบ้าง
เช่าบ้านเป็นหลังบ้าง
พอไม่มีเงินจ่ายค่าเช่าบ้าน พวกเราก็โดนไล่ แล้วก็กลับไปเช่าหอพักใหม่
นั่นคงเป็นปมให้หลังเรียนจบ ทำงานได้ไม่กี่ปี
ผมก็กู้ซื้อบ้านไม่หยุดจนเครดิตเต็ม
คงเพราะเก็บกดมั้ง ที่ตอนเด็กๆไม่มีบ้านอยู่
และหลังล่าสุด เราเพิ่งย้ายมาอยู่กันไม่กี่ปี ก่อนที่หลังเก่าที่ซื้อมาก่อนหน้านี้จะกลายเป็นหนึ่งในบ้านที่เราปล่อยเช่า
ผมเพิ่งจะผ่อนหนี้ทุกอย่างหมดเมื่อปีที่แล้วนี่เอง ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมภูมิใจมาก
และก็โล่งใจมากด้วย เพราะคิดว่าต่อไปนี้ชีวิตคงไม่ต้องเจอเรื่องหนักๆอีกแล้ว
จนมาเจอเรื่องพ่อเกิดอุบัติเหตเมื่อ 3 วันก่อนนี่แหละ
เกือบเที่ยงคืน
โทรศัพท์เด้งขึ้นมา
เป็นข้อความจากข้าวปั้น
"พี่เอกครับ พรุ่งนี้ผมเข้าไปสายหน่อยนะพี่"
"ok พักซักวันก่อนก็ได้นะปั้น เหนื่อยมาหลายวันแล้ว"
"ไม่เป็นไรพี่เอก อยู่บ้านก็ไม่มีไรทำอยู่ดี"
"ไปบ้านพี่ คอยช่วยพี่เอกเถียงลุงหน่ะดีแล้ว"
ผมหัวเราะ นี่ถ้าผมไม่ได้ข้าวปั้นคอยช่วย ผมคงหนักกว่านี้แน่
เด็กคนนี้รู้ใจพ่อผมทุกเรื่อง คอยเบรคพ่อผมเวลาเถียงได้ตลอดโดยที่พ่อไม่โกรธ
เพราะที่ผ่านมา ผมแทบไม่เคยรู้จักพ่อผมจริงๆเลย
เช้าวันถัดมา
พ่อแอบเดินไปเปิดตู้เย็นหาน้ำกินเอง
ผมรีบออกจากห้อง
"พ่อเดินได้แล้วเหรอ!"
"ได้!!!"
"..."
ซักพัก พ่อล้ม
"พ่อ .... ระวัง!!!"
ผมรีบเข้าไปพยุง ก่อนพาพ่อไปนั่งเก้าอี้ตรงโต๊ะกินข้าว
"ทำไมไม่กินน้ำที่เตรียมไว้ในห้อง"
ก่อนถอนหายใจยาว
"มันหนืดไป ไม่ชอบ" พ่อเถียงไวมาก แม้จะยังพูดไม่ชัดก็เถอะ
"พี่เอก! ลุง!" เสียงข้าวปั้นตะโกนที่ประตูหน้าบ้าน
"ข้าวปั้น"
"ไหนบอกว่าจะมาสายหน่อย"
"ก็ผมกลัวพี่สู้ลุงไม่ไหว"
"ก็เกือบไม่รอดเหมือนกันแหละ"
"ว่าแล้ว....." ข้าวปั้นหัวเราะเสียงดังจนผมต้องหัวเราะตาม
นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่เกิดเรื่อง ที่ผมหัวเราะจนปวดท้อง
พ่อยังดื้อเหมือนเดิม
น่าแปลก .... ที่ความดื้อแบบเดิม กลับทำให้ผมสบายใจที่สุด
เพราะอย่างน้อยมันก็แปลว่าลุงสันติ...ก็ยังคงเป็นลุงสันติคนเดิม
มนุษย์เงินเดือน
นิยาย
แนวคิด
1 บันทึก
1
ดูเพิ่มเติมในซีรีส์
Home, Again
1
1
โฆษณา
ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน
© 2026 Blockdit
เกี่ยวกับ
ช่วยเหลือ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการโฆษณาและบูสต์โพสต์
นโยบายความเป็นส่วนตัว
แนวทางการใช้แบรนด์ Blockdit
Blockdit เพื่อธุรกิจ
ไทย