29 มิ.ย. เวลา 07:51 • นิยาย เรื่องสั้น

EP. 2 : คุณลุงเสียงดังของทั้งหมู่บ้าน

เงื่อนไขสำคัญที่หมอย้ำแล้วย้ำอีกก่อนพวกเรากลับจากโรงพยาบาลวันนั้น
ที่จริงก็มีแค่ไม่กี่ข้อ
"ห้ามปีน"
"ห้ามยกของหนัก"
"ห้ามกินอาหารเผ็ด"
แน่นอนว่าพ่อผม จะไม่ทำตามซักข้อแน่ๆ ถ้าผมไม่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด
หนึ่งสัปดาห์ถัดมา
ช่วงสายของวันนี้ หลังเสร็จจากการกายภาพ ฝึกเดิน ฝึกออกเสียง
เราสามคน ผม พ่อ และข้าวปั้น วางแผนออกไปนั่งรถเล่นกัน
และว่าจะพาพ่อไปกินโจ๊กกับติ่มซำเจ้าดังที่เพิ่งมาเปิดใหม่
พ่อเริ่มหันซ้ายหันขวา
"ร้านลาบเปิดหรือยัง"
ข้าวปั้นหัวเราะ
"ลุง"
"หมอสั่งให้กินอาหารอ่อน"
"..."
"กินลาบอ่อนก็ได้"
"ลุง!!! มันไม่มีลาบอ่อน"
"..."
"ก็ให้เค้าสับละเอียดๆไง"
ผมหัวเราะดังจนต้องเอามือป้องปาก
"พ่อ .... ไม่ต้องเลย กินโจ๊กไปก่อน"
พ่อทำหน้าตางอแงเหมือนเด็กโดนจับผิด
"หลังทานข้าวเสร็จ
ระหว่างเลี้ยวรถเข้าไปจอดในบ้าน ยังไม่ทันจอดสนิทดี ก็มีเสียงคนตะโกนดังขึ้นมา
"ลุงกลับมาแล้วนะจูเนียร์"
ผมหันไปมอง
เป็นเสียงป้ายา เจ้าร้านขายของชำหน้าหมู่บ้าน กำลังยืนยิ้มกว้าง พร้อมอุ้มแมวส้มมาหนึ่งตัว
"จูเนียร์ ลูกพ่อ...."
"พ่อคิดถึงหนูแทบตาย"
ผมมองจูเนียร์ เจ้าแมวส้มตัวอ้วนกลมในอ้อมกอดป้ายา พร้อมนึกในใจ "อ๋อ จำได้แล้ว พ่อเลี้ยงแมวนี่นา" จากนั้นก็หันขวับไปมองพ่อที่พยายามทำเสียงสองเสียงสามใส่แมว แม้ว่ายังพูดไม่ชัดอยู่ก็ตาม
"ช่วงเกิดเรื่องใหม่ๆ ผมเอาจูเนียร์ไปฝากป้ายาเลี้ยงก่อนหน่ะพี่เอก"
"ผมสงสารพี่ เห็นพี่หัวหมุนหลายเรื่อง ถ้าต้องดูแลลุงด้วย เลี้ยงแมวไปด้วย"
"แล้วผมก็เอาจูเนียร์กลับบ้านไม่ได้ด้วย เพราะแม่ผมแพ้ขนแมว"
"เลยเลือกไปฝากป้ายาไว้ก่อนอาทิตย์หนึ่ง แล้วค่อยพากลับมาหลังลุงแกโอเคขึ้นบ้างแล้ว เพราะเห็นว่าป้ายาก็เป็นทาสแมวเหมือนกัน"
ข้าวปั้นอธิบายเหตุการณ์ ที่ช่วยแบ่งเบาผมในช่วงอาทิตย์แรกที่กลับมาดูแลพ่อที่นี่
ผมฟังเสร็จ ก็รีบช่วยป้ายาอุ้มจูเนียร์
"ขอบคุณป้ายามากๆนะครับ"
"โอ๊ย ไม่เป็นไรลูก"
"ไม่ได้เจอเอกนานมาก ผอมไปเยอะเลย"
"เพิ่งมาผอมช่วงนี้แหละป้า" ผมตอบแล้วหัวเราะ เพราะช่วงนี้ผมเหนื่อยมากจริงๆ
"ขอบใจเอ็งด้วยนะปั้น ไม่มีเอ็งพี่ก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอะไรก่อน-หลังดี" ผมหันไปขอบคุณข้าวปั้น ขอบคุณจากใจจริงๆที่ช่วยแก้ปัญหาหลังบ้านให้ผมตั้งหลายเรื่อง
"โอ๊ย ไม่เป็นไรพี่ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนักหนา" ข้าวปั้นตอบเสียงดังเหมือนดีใจที่ได้รับคำชมแบบไม่ทันตั้งตัว
จากนั้น ตลอดทั้งบ่าย บ้านผมก็เต็มไปด้วยแขกที่มาเยี่ยมพ่อ
"โอ้ย ดีใจหลาย"
ลุงขายน้ำเต้าหู้ยิ้มกว้าง
"หายไวๆ เด้อ"
เด็กผู้ชายตัวเล็กวิ่งถือพวงมาลัยดอกมะลิมาให้
"แม่ให้เอามาฝากครับ"
ผมนั่งมองภาพตรงหน้า
งงนิด ๆ
นี่มัน .... นักร้องลูกทุ่งกลับบ้านหรือยังไง
ช่วงเย็น
จูเนียร์ก็วิ่งออกมาจากใต้รถ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่จูเนียร์เข้าไปนอนตรงนั้น
"เมี้ยว!"
มันพุ่งใส่พ่อก่อน เหมือนหวงพ่อที่วันนี้มีแต่คนมาหา แล้วเอาหัวถูขากางเกง
พ่อก้มลงลูบหัว
"...คิดถึงพ่อมากเลยเหรอลูก"
จูเนียร์ร้องอีกที ก่อนเดินไปที่ชามข้าว
ผมหัวเราะ
"มันไม่ได้คิดถึง"
"มันหิว"
พ่อส่ายหน้า
"แมวมันมีมารยาท"
"ทักก่อน แล้วค่อยกิน"
ข้าวปั้นพยักหน้าหงึกๆ
"จริงครับพี่ เจ้านี่มันฉลาดสุดๆ"
พอแขกเริ่มทยอยกลับ
ผมช่วยพยุงพ่อเดินไปนั่งเก้าอี้ไม้ตัวโปรด
แต่ยังไม่ทันนั่งดี ก็มีเสียงตะโกน ดังออกมาจากหน้าบ้าน
"ลุง!"
เป็นชายวัยหกสิบถือถุงฝรั่งเดินเข้ามา
"เอามาฝาก"
ยังไม่ทันกลับ
อีกคนเดินถือไข่ไก่มาอีก
"แม่ไก่ออกไข่เยอะช่วงนี้ เลยเอามาแบ่ง"
จากนั้นป้าข้างบ้านก็เอาแกงเห็ดมาให้
อีกรายเอาปลานิลทอดมา
ตอนเย็น
โต๊ะกินข้าวเต็มไปด้วยของกินเต็มไปหมด
ผมไม่ต้องหากับข้าวให้พ่อแล้วสินะ
มื้อเย็น ผมเลยชวนข้าวปั้นกินข้าวต่อ เพราะยังไงก็กินกับข้าวที่คนหิ้วมาเยี่ยมพ่อกันไม่หมดแน่ๆ
ระหว่างกินข้าวเย็น ผมถามข้าวปั้น
"คนแถวนี้ เค้าชอบพ่อพี่กันเยอะขนาดนี้เลยเหรอ"
ข้าวปั้นยิ้ม
"ครับพี่"
"เพราะลุงแกชอบช่วยคน"
"..."
"แต่แรกๆที่ย้ายมาอยู่ที่นี่อ่ะ คนก็ดูกลัวๆแกอยู่นะ"
"เพราะแกพูดเสียงดัง แถมท่าทางก็ดูดุ" ข้าวปั้นหัวเราะ
ผมพยักหน้าช้าๆแบบไม่แปลกใจ
"แต่พออยู่ๆไป เวลาบ้านไหนไลน์เข้ามาในกรุ๊ปหมู่บ้านว่ามีอะไรพัง แล้วถามหาเบอร์ช่าง แกก็อาสาไปช่วยเค้าซ่อมตลอด ฟรีด้วย"
"อย่างเวลาบ้านไหนก๊อกแตก"
"ไฟเสีย"
"ประตูพัง"
"ลุงไปหมด"
"เพื่อนบ้านก็ชอบยัดเยียดเงินให้แก อย่างน้อยก็ให้ค่าอุปกรณ์ แต่แกไม่ค่อยเอาหรอก ถ้าเอาก็เฉพาะอุปกรณ์ที่มันแพงแล้วจำเป็นต้องรับหน่ะ"
ผมเงียบ เพราะเรื่องพวกนี้ พ่อไม่เคยเล่าให้ผมฟังเลย
หรือเป็นเพราะผมเอง ก็ไม่ค่อยให้เวลาในการคุยกับพ่อมากนัก
ก่อนหน้านี้ ถึงผมกับพ่อจะโทรคุยกันทุกวัน แต่ก็ใช้เวลาคุยสั้นๆ
สั้นจนไม่พอที่จะให้พ่อได้ทันเล่าเรื่องกิจวัตรประจำวันต่างๆของพ่อ
ที่จริง ตอนนั้นผมแอบคิดว่า แม้ผมกับพ่อจะดีต่อกัน แต่ในใจผม มันเหมือนมีกำแพงบางอย่างที่กั้นเราไว้
คืนนั้น
หลังพ่อกินข้าวเสร็จ
ผมชงน้ำข้นตามสูตรแล้วยื่นให้พ่อ
พ่อมองแก้ว แล้วถอนหายใจ
"...ชีวิตคนเรา มาถึงจุดที่ต้องใช้สูตรกินน้ำกันแล้วเหรอวะ"
ผมหัวเราะ
"พ่อ กินเถอะ"
พ่อจิบหนึ่งคำ แล้วทำหน้าเหมือนเดิม
ผมหัวเราะ
"...ถ้าเอ็งแก่ ขอให้ได้กินด้วย"
"ได้สิ"
ผมตอบทันที
"เดี๋ยวผมจะซื้อรสเดียวกันนี่เลย"
พ่อหลุดหัวเราะ
"ตอบเหมือนแม่เอ็งเป๊ะ"
ประโยคนั้น ทำให้เราทั้งคู่เงียบลงชั่วคราว
พ่อรู้ตัวว่าเผลอพูด เลยก้มหน้ามองแก้วน้ำ
ส่วนผม...
เพิ่งรู้ตัวว่า นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ที่พ่อพูดถึงแม่โดยไม่มีใครถาม

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา