เพราะชีวิตคนเรา ไม่ได้มีแค่ Main Quest ไม่ได้มีแค่เรื่องงาน หรือความสำเร็จที่ต้องไขว่คว้าอยู่ตลอดเวลา บางครั้งเรื่องสำคัญที่สุดในชีวิต กลับเป็นเรื่องเล็กๆ ที่ไม่มีใครใส่ไว้ในแผน เช่น การโทรหาพ่อแม่ การกินข้าวคนเดียวหลังเลิกงาน การได้เจอเพื่อนบ้านแปลก ๆ หรือแม้แต่การนั่งเล่นกีตาร์ให้ใครบางคนฟัง The Salaryman Universe : Side Quest คือเรื่องราวของคนธรรมดาที่กำลังทำภารกิจเล็ก ๆ ของชีวิต ภารกิจที่อาจไม่ได้เปลี่ยนโลก แต่เปลี่ยนหัวใจของพวกเขาได้ทีละนิด และบางที อาจเปลี่ยนหัวใจของคนอ่านด้วยเช่นกัน สำหรับเรื่องแรก นี่คือเรื่องราวของนนท์ Senior Graphic Designer วัย 28 ปี ที่เพิ่งย้ายเข้าคอนโดใหม่ และค้นพบว่า ทุกคืนเวลา 3 ทุ่มตรง จะมีผู้หญิงสูงวัยคนหนึ่งร้องเพลงดังมาจากห้องข้าง ๆ ในตอนแรก เขาคิดว่ามันคือปัญหา แต่ในเวลาต่อมา เสียงเพลงนั้นกลับกลายเป็นมิตรภาพ ความทรงจำ และบทเรียนบางอย่างที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้รับ ยินดีต้อนรับสู่ ข้างห้องมีคนร้องเพลง (The Song Next Door) เพราะบางเสียง อาจดังเพียงไม่กี่นาที แต่กลับอยู่ในใจเราไปอีกนาน
เราในเวอร์ชั่นนี้ เป็นนิยายเรื่องสุดท้ายของจักรวาลมนุษย์เงินเดือนที่เล่าถึงผู้คนในช่วงเปลี่ยนผ่านของชีวิต บางคนต้องออกจากงานประจำไปขายของออนไลน์แต่ก็ยังไม่ทิ้งความฝัน บางคนเหนื่อยกับการวิ่งตามโลกที่เร็วเกินไป แต่ก็ยังวิ่งอยู่เพราะกลัวตัวเองเก่งไม่พอ บางคนหมดไฟจนต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่ และได้พบความรักในวันที่คิดว่าชีวิตเดินมาถึงทางตันแล้ว บางคนเพิ่งค้นพบว่าหลังเกษียณ ชีวิตยังมีเรื่องสนุกให้เรียนรู้อีกมาก บางคนกล้าที่จะออกจาก Comfort Zone เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าแม้ยังไม่มั่นใจนัก และสำหรับเรื่องนี้ เราอยากชวนทุกคนมารู้จัก "พี่บอล" และ "ฟ้า" คู่สามีภรรยาวัยกลางคนที่ใช้ชีวิตคู่มาด้วยกันกว่ายี่สิบปี วันที่เรื่องราวเริ่มต้น ฟ้าเพิ่งถูกบีบให้ออกจากตำแหน่งกรรมการผู้จัดการของบริษัทที่เธอทุ่มเทมาตลอดชีวิตการทำงาน ในขณะที่พี่บอล สามีผู้เป็น HR ที่เคยมีเวลาให้ครอบครัวเสมอ กำลังได้รับโอกาสครั้งสำคัญในหน้าที่การงาน เมื่อคนหนึ่งต้องก้าวลงจากเวที และอีกคนกำลังก้าวขึ้นไป บทบาทในบ้านจึงค่อย ๆ สลับเปลี่ยน คนที่เคยออกไปทำงานเช้ากลับค่ำ กลายเป็นคนไปรับส่งลูก ส่วนคนที่เคยอยู่ข้างหลัง กลับต้องเดินทางข้ามประเทศแทบทุกสัปดาห์ นี่ไม่ใช่เรื่องของคนดีหรือคนผิด ไม่ใช่เรื่องของผู้หญิงที่เสียสละ หรือผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ แต่เป็นเรื่องของคนธรรมดาสองคน ที่กำลังพยายามเรียนรู้วิธีรักกัน ในวันที่ชีวิตไม่เหมือนเดิม หวังว่าเรื่องราวของครอบครัวเล็ก ๆ หลังนี้ จะทำให้ใครสักคนยิ้มได้ หัวเราะได้ หรืออาจพบว่าความสุขบางอย่าง ไม่ได้อยู่ในตำแหน่งงาน แต่อยู่ในคนที่นั่งกินข้าวอยู่ข้าง ๆ เราทุกวัน ยินดีต้อนรับสู่ **เราในเวอร์ชั่นนี้** *The Version of Us*
"อี๊ครับ วันนี้ไปไหนดี” ประโยคธรรมดาที่เริ่มจากคนตกงานวัย 27 ชวนป้าวัยเกษียณออกไปหาอะไรกินเล่น ไม่มีใครคิดว่า คลิปตีกันเรื่องราคาก๋วยเตี๋ยวบ้าง กาแฟบ้าง จะค่อยๆ เปลี่ยนชีวิตของทั้งคู่ คนหนึ่งเคยใช้ชีวิตเพื่อการทำงาน อีกคนใช้ชีวิตแบบไม่รู้จะไปทางไหน แต่บางที การมีใครสักคนเดินไปด้วยกัน อาจสำคัญกว่าการรู้ปลายทางก็ได้
“ชีวิตดีเทลยาคือเงินเดือนหกหลัก แต่กินข้าวเหมือนนักศึกษาฝึกงาน” “ไม่ลา ไม่ป่วย ไม่บ่นให้ใครฟัง ไม่พังให้ใครเห็น... แต่สุดท้ายร่างกายและหัวใจกลับถูกผ่อนจนหมดแรง” คุณเคยรู้สึกไหม? ว่าเสียงแจ้งเตือน LINE งานในมือถือ ดังทีไรหัวใจกระตุกทุกที ร่างกายเครียดอัตโนมัติเหมือนโดนทวงกรรม ทั้งที่พยายามทำตัวให้ ‘Useful’ มีประโยชน์และประสบความสำเร็จตามมาตรฐานสังคม แต่เปิดตู้เย็นมากลับเจอแค่ไข่สองฟองกับความว่างเปล่า นี่คือเรื่องราวของ ‘เม’ อดีตสาวดีเทลยาผู้แบกโลก แบกความหวัง และแบกค่างวดทุกอย่างของครอบครัวเอาไว้ จนกระทั่งวันหนึ่งที่ความเหนื่อยล้าทะลุขีดจำกัด เธอตัดสินใจกด ‘Send’ อีเมลลาออก... ทิ้งเงินเดือนหกหลักเพื่อกลับบ้านต่างจังหวัด กลับสู่บ้านเกิดที่ไม่มีเสียงประชุม Zoom ไม่มี KPI มีแต่เสียงแม่บ่น เสียงพ่อเปิดวิทยุดัง และเรื่องราวสุดป่วนของ ‘ป้าสมจิต’ ตัวแม่ข่าวสารประจำหมู่บ้าน จากชีวิตที่ต้อง ‘รีบ’ ตลอดเวลา สู่การเริ่มต้นทำร้านกาแฟพับโต๊ะหน้าบ้านที่ชื่อว่า “พักก่อน” ร้านกาแฟที่ต้อนรับผู้คนเหนื่อยล้า รวมถึง ‘หมอคีต’ หมอใช้ทุนปีสองในสภาพเหมือน ‘หมาหลง’ ที่แบกความเหนื่อยล้ามาฟุบหลับที่ร้านทุกวัน “พักก่อน (Take Your Time)” ไม่ใช่นิยายรักหวานซึ้ง แต่เป็นเรื่องราวการเยียวยาจิตใจของคนยุคนี้ที่จะพาคุณไปสำรวจว่า: · ทำไมการ ‘อยู่เฉยๆ’ ถึงทำให้เราสะดุ้งและรู้สึกผิด? · ทำไมคนเก่งถึงร้องไห้ในห้องน้ำ? · และทำไมบางครั้ง... การ ‘วาง’ สิ่งที่แบกไว้ลง แม้จะยังเมื่อยอยู่ แต่ก็เป็นก้าวแรกของการกลับมารักตัวเอง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังเหนื่อยเกินไปมานานแล้ว... ขอเชิญเปิดประตูก้าวเข้ามาในร้าน กดติดตามมินิซีรีย์เรื่องนี้ แล้วปล่อยใจให้ไหลไปตามจังหวะชีวิตที่ช้าลง เพราะบางที... โลกไม่ได้แตกสักหน่อยถ้าเราจะบอกตัวเองว่า "พักก่อน"
นิยาย Slice of Life วัยทำงาน ของ “พีท” เกย์หนุ่มวัย 25 ปี นักไลฟ์ขายของย่านสีลม ที่ใช้ชีวิตวนอยู่ระหว่าง BTS อ่อนนุช และสีลมทุกวัน กลางวัน เขาคือคนในจอ พูดเก่ง ตลก ดูใช้ชีวิตเก่ง จนคนดูหลายหมื่นคิดว่าเขาน่าจะมีชีวิตที่ดีมาก แต่หลังไลฟ์จบ เขาก็ยังเป็นแค่คนวัยทำงานธรรมดา ที่กินแซนด์วิชเซเว่นมื้อดึก เติม Rabbit ไม่ทัน โดนอโศกสูบพลังชีวิต และยังไม่ยอมย้ายออกจากคอนโดห้องเดิม ที่ซื้อไว้ตั้งแต่เงินเดือน 18,000 เรื่องนี้ไม่มีตัวร้าย ไม่มีดราม่าใหญ่ ไม่มีความรักหวือหวา มีแค่ชีวิตกรุงเทพฯ ธรรมดา ๆ ของคนคนหนึ่ง ที่กำลังพยายามโตให้ไหว ท่ามกลางรถไฟฟ้าสายเดิม ร้านเดิม ผู้คนเดิม ๆ และวันที่เหนื่อยพอ ๆ กันทุกวัน ขอบคุณที่ขึ้น BTS ไปด้วยกันครับ 🚝