30 มิ.ย. เวลา 15:51 • นิยาย เรื่องสั้น

EP. 8 : แขกจากกรุงเทพฯ

"พี่เอก!"
ข้าวปั้นวิ่งหน้าตื่นเข้ามาในบ้าน
"อะไร ปั้น เสียงดังมาแต่ไกล" ผมตกใจ เพราะปกติข้าวปั้นไม่เคยตะโกนเสียงดังเวลาคุยกับผม
"พี่จิ๊บโทรมา"
"ห๊ะ"
"ก็เค้าโทรมาตั้งหลายรอบแล้ว ผมก็เรียกพี่แล้ว พี่ไม่มารับสักทีอ่ะ ผมเลยรับเอง"
"แล้วเค้าว่าไงบ้างอ่ะ"
"เค้าบอกว่าจะมาเที่ยวขอนแก่นครับ"
ผมหัวเราะ
"เที่ยว?"
"ครับ"
"บอกว่าจะมากันหลายคนด้วย"
"แต่ผมว่ามาเช็กว่าพี่จะลาออกหรือยังมากกว่า"
สามวันต่อมา
ที่สนามบินขอนแก่น
ผมยืนรออยู่หน้าประตูทางออก
ไม่นานนัก พี่จิ๊บก็เดินออกมาก่อน
ตามมาด้วยพี่มี่ แล้วก็น้องในทีมอีกสามคน
"เอก!"
พี่จิ๊บยิ้มกว้าง
"ผอมลงนะ"
ผมหัวเราะ
"วิ่งไล่พ่อทุกวันครับ"
พี่มี่หัวเราะ
"ได้ข่าวว่าลุงเริ่มซิ่งแล้วเหรอ"
"ไม่ถึงกับซิ่งครับพี่ แค่ตอนนี้เดินเร็วอย่างเดียว"
พอถึงบ้าน
พ่อกำลังนั่งให้อาหารจูเนียร์
พอหันมาเห็นคนมาเต็มบ้าน แกก็รีบลุกขึ้นยืน ชะเง้อมองแบบตื่นเต้น
"โอ้!"
"มากันหลายคนเลย"
พี่จิ๊บยกมือไหว้
"สวัสดีค่ะคุณพ่อ"
"เป็นยังไงบ้างคะ"
พ่อยิ้ม
"ยังไม่ตาย"
พี่มี่หัวเราะ
"พ่อ!"
"พ่อก็ ตอบตรงเกิน"
ทั้งบ้านหัวเราะ
"ตามสบายนะลูก"
"ปั้น มาช่วยลุงไปหยิบโค้กกับขนมมาเลี้ยงแขกหน่อย"
พ่อเดินเข้าไปในครัวโดยมีข้าวปั้นเดินตาม
ผมว่าวันนี้แกดูตื่นเต้นเป็นพิเศษที่เพื่อนลูกมาเยี่ยมเต็มบ้าน
"นี่แหละ คือ ผู้สูงวัยที่แท้จริง" ผมคิดในใจแล้วแอบยิ้มที่วันนี้พ่อดูคึกคักเป็นพิเศษ
ระหว่างนั่งล้อมวงคุยกันในห้องนั่งเล่น
ผมสังเกตว่าวันนี้ พ่อคุยเก่งและหัวเราะเก่งเป็นพิเศษ
ยิ่งเจอพี่จิ๊บ ตัวแม่ของเรา สายนางงามมิตรภาพ ที่ชวนทุกคนที่เพิ่งรู้จักคุยได้ ตั้งแต่ Small talk ทักทายยัน Deep talk เข้มข้นแล้ว ยิ่งทำให้บรรยากาศในวงสนทนาครื้นเครงคูณสอง
จูเนียร์เดินอาดๆเข้ามา
น้องในทีมคนหนึ่งก็ร้องทันที
"อุ๊ย! แมวส้ม!"
แต่พอจะอุ้ม จูเนียร์ก็เดินหนีไปนั่งตักพ่อแทน
พ่อยิ้มอย่างผู้ชนะ
"มันเลือกคน"
ผมหัวเราะ
"มันเลือกคนที่ให้ขนม"
พ่อไอเบา ๆ
"เฮ้ยยย ไม่เกี่ยว มันรักพ่อมากต่างหาก"
ช่วงเย็น
ผมพาทุกคนไปกินอาหารเย็นริมบึงแก่นนคร
พี่จิ๊บมองวิวก่อนพูดขึ้น
"สวยนะ"
ผมพยักหน้า
"ครับ แต่จริงๆแล้วผมก็ไม่ค่อยได้มาหรอก"
พี่มี่หันมามอง
"อะไร อยู่มาตั้งนาน?"
ผมหัวเราะ
"เมื่อก่อน กลับมานอนอย่างเดียว"
ระหว่างกินข้าว
เรื่องงานก็ถูกหยิบขึ้นมา
น้องคนหนึ่งถาม
"พี่เอก คิดถึงกรุงเทพฯป่าว"
ผมหัวเราะ
"คิดถึงดิ่ หลงแสงสี"
ทุกคนหัวเราะ
"แล้วจะกลับไหม"
เอกชะงักไปนิดหนึ่ง
พี่จิ๊บเองก็ไม่ได้พูดอะไร
"ก็กลับแหละ" เอกยิ้มบางๆ
จากนั้นบทสนทนาก็ไหลต่อไปเรื่องอื่นอีกเรื่อยๆ
จนกระทั่งครัวร้านปิด และทีมงานตัดสินใจว่าถึงเวลาต้องกลับโรงแรมแล้ว แต่ก็มีน้องๆบางส่วน แพลนไปดื่มกันต่อย่านหลังมอ
น้องๆชวนผม แต่ผมปฏิเสธเพราะห่วงพ่อ
ผมเลยไปส่งพี่จิ๊บ พี่มี่ที่โรงแรม ส่วนน้องๆก็เรียก Grab มารับ
หลังจากไปส่งสองสาวได้ไม่นาน อยู่ๆสายจากพี่จิ๊บก็โทรเข้ามา
"เอกถึงบ้านหรือยัง"
"ยังเลยครับพี่ แต่ก็ใกล้ละ"
"ที่จริง พี่มีเรื่องอยากคุยหน่อยหน่ะ ไว้ถึงบ้านแล้วโทรกลับหาพี่หน่อยนะ"
แม้ยังไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่ผมเริ่มใจไม่ดีแปลกๆ
เพราะปกติเวลาไปกินเลี้ยงทีม ทุกคนก็แค่ไลน์บอกกันในกลุ่มเฉยๆว่าถึงบ้านแล้ว
ไม่เคยต้องโทรคุยกันจริงจัง ยกเว้นมีใครบางคนหายตัวไปนานไม่ตอบไลน์
พอกลับถึงบ้านผมก็รีบเข้าห้องแล้วโทรหาพี่จิ๊บ
"เอก พอดีอีก 2 เดือนพี่จะย้ายไปอยู่กับครอบครัวที่ต่างประเทศ"
"พี่เลยยื่นใบลาออกไปแล้ว"
"บอสเค้าก็ถามว่าอยากเสนอ Candidate คนในคนไหนมาแทนตำแหน่งนี้"
"แล้วพี่แพลนเสนอชื่อเอก กับ มี่ไป"
"ไหนๆคุณพ่อก็ดีขึ้นมากแล้ว เอกคิดว่าเอกยังอยากกลับมาไหม"
"บอสอยากลองคุยกับทั้งเอกและมี่ก่อน ก่อนที่จะประกาศรับ External Candidate"
ผมเงียบไปครู่หนึ่ง
ไม่ใช่ว่าเพราะตลอดชีวิตการทำงานผมไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้
ไม่ใช่ว่าเพราะตำแหน่งนี้ จะไม่ใช่ตำแหน่งที่ผมเคยฝันไว้
กลับกัน นี่เป็นเรื่องที่น่าดีใจที่สุด ดีใจมากๆ แม้ว่ามันจะยังไม่ถึง Final process
แต่ที่ผมเงียบ เป็นเพราะว่าในใจผมตอนนี้ เริ่มรู้สึกลังเลเกี่ยวกับการกลับไปมากกว่า
คืนนั้น
หลังวางสายจากพี่จิ๊บ
ผมเห็นพ่อหยิบอัลบั้มรูปเก่าออกมานั่งดูหน้าทีวี
"พ่อ ดูอะไรอ่ะ"
ผมเห็นในมือพ่อมี
รูปบ้านเช่า
รูปเครื่องมือช่าง
รูปจูเนียร์ตอนเด็ก
รูปข้าวปั้นตอนมาฝึกงานวันแรก
"วันแรก มันจับค้อนกลับด้าน" พ่อพูดขึ้น
ผมหัวเราะ
"ก็เด็กมันตื่นเต้นไหม ทำงานวันแรก แถมลุงสันติหน้าก็ดุ เสียงก็ดังขนาดนี้"
พ่อหัวเราะ
"เป็นใคร ใครก็เกร็ง" ผมพูดต่อ
คราวนี้เราสองพ่อลูกหัวเราะพร้อมกันเสียงดังลั่นบ้าน
ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโชว์รูปที่แอบถ่ายไว้ให้พ่อดูบ้าง
รูปพ่อที่กำลังหัวเราะกลบเกลื่อน หลังถูกข้าวปั้นจับได้คาหนังคาเขาว่าแอบมาจับบันได เพื่อเตรียมไปปีนอะไรซักอย่าง
รูปข้าวปั้น ที่ตอนนี้นอกจากจะหายกลัวพ่อแล้ว ยังยืนเถียงพ่อฉอดๆหน้าบ้าน แต่พ่อก็ฟัง เพราะที่เด็กมันพูดคือจริงทุกเรื่อง
รูปจูเนียร์ที่นอนหงายพุงอยู่กลางบ้าน
แล้วก็รูป ...... คุณท้องฟ้า ..... ที่เธอขอให้ผมถ่ายรูปมุมเผลอที่คาเฟ่ ก่อนส่งไลน์ให้เธอเอาไปเข้าแอปแต่งรูปต่อ
แน่นอนว่ารูปสุดท้าย ผมพลาดเลื่อนนิ้วไปโดน
"เฮ้ยๆๆๆ รูปสาวที่ไหนหน่ะ" พ่อรีบทัก
"ป่าว ไม่มีอะไร"
"ไหนๆ ดูอีกทีสิ ใช่แฟนหรือเปล่า"
"เอ็งมีแฟนแล้วทำไมไม่บอกพ่อ"
"แล้วไปเจอกันที่ไหน"
"ทำงานอะไร"
"อยู่ที่ไหน"
"ลูกเต้าเหล่าใคร"
"...."
มาเป็นชุดเลยทีนี้
"พ่อ! ไม่มีอะไร! นี่เจ้าของร้านขายยาข้างเซเว่นก่อนถึงบ้านเราไง"
"อ๋อออออ..... "
ผมเริ่มระแวง ว่าคำว่าอ๋อของพ่อ มันจะไม่ใช่แค่อ๋อ
"เป็นคนคุย" พ่อพูดก่อนยิ้มแบบไม่น่าไว้ใจ
"พ่อ!!!"
"ไม่คุยด้วยแล้ว พอเลยแยกย้ายไปนอนเลย ดึกแล้วด้วยเนี่ย"
"นอนดึกมันไม่ดีต่อสุขภาพนะพ่อ ป่ะๆๆๆ"
ผมดันหลังพ่อเข้าห้อง ส่วนพ่อก็ยังหัวเราะชอบใจไม่หยุด
ก่อนปิดประตูห้อง พ่อหันกลับมาพูดต่อ ก่อนยิ้มบางๆ
"ดีแล้ว เอ็งจะได้มีเพื่อน"
ผมอมยิ้มนิดๆ
พ่อหันไปหาจูเนียร์ ที่ปกติจะมานอนห้องเดียวกับพ่อทุกคืน
"ป่ะ จูเนียร์ ไปนอนกัน คืนนี้พ่อหลับฝันดีแล้วโว้ยยย....."
"เอ็งจะมีพี่สะใภ้แล้วนะโว้ย จูเนียร์"
"พ่อ!!!! อย่าเสียงดัง ดึกแล้ว อายเค้า!"
จูเนียร์ดูไม่อิน และดูไม่ยินดียินร้ายอะไรกับคำว่าพี่สะใภ้ เพราะมันฟังไม่รู้เรื่อง ก่อนทำหูลู่เหมือนรำคาญเสียงดังๆของพ่อ แต่ก็ตามเข้าห้องไปนอนกับพ่อแต่โดยดี
ตอนนี้เที่ยงคืนแล้ว
คืนนี้ผมนอนไม่หลับเลยจริงๆ
ในหัวมันยังคิดวนอยู่ตลอดเวลา
หรือว่าชีวิตบทต่อไปของผม
อาจไม่ได้อยู่ในตึกสูงย่านสุขุมวิท
แต่อยู่ที่บ้านหลังเล็กๆในจังหวัดที่ผู้ชายคนหนึ่งเคยหนีมาเพื่อเริ่มต้นใหม่
และวันนี้ อาจถึงคิวของผมแล้ว ที่จะเริ่มต้นใหม่บ้าง กับที่นี่

ดูเพิ่มเติมในซีรีส์

โฆษณา