พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ

thanavuddho_bhikkhu
การศึกษา
ไลฟ์สไตล์
ปรัชญา
ธรรมะ กำลังใจ ให้ความรู้ และการพัฒนาคุณภาพชีวิต โดย พระครูปลัดสุวัฒนโพธิคุณ (สมชาย ฐานวุฑโฒ)
คติธรรม "มังกรสอนใจ"
พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
18 ตอน
"คติเตือนใจ" สรรพสิ่งในโลกล้วนไม่เที่ยง มีขึ้นมีลงตลอดเวลา มีลาภย่อมเสื่อมลาภ มียศ ย่อมเสื่อมยศ มีสรรเสริญ มีนินทา มีสุขมีทุกข์ โลกธรรมทั้ง ๘ นี้ต่างหมุนเวียนเปลี่ยนไป โบราณจึง กล่าวว่า “เมื่อเจอเรื่องดีใจก็ให้ยิ้มเพียงมุมปาก อย่าถึงกับหัวเราะฮา ๆ ไม่อย่างนั้นถึงคราวพบเรื่องเสียใจจะต้องร้องไห้โฮ ๆ” เมื่อต้องเผชิญความยากลำบาก จงอย่าท้อถอย ถือคติว่า “ยิ่งมืดก็ยิ่งดึก ยิ่งดึกก็ยิ่งใกล้สว่าง” กัดฟันทำงาน ค่อย ๆ แก้ปัญหาไปทีละเปลาะด้วยใจที่เยือกเย็น มั่นคง ยึดมั่นความดีมีพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง สุดท้ายปัญหาก็จะคลี่คลาย เรื่องร้ายจะกลายเป็นดีในที่สุด ภูเขาศิลาล้วนย่อมตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวเพราะแรงลมฉันใด ผู้ที่ทำพระนิพพานให้แจ้งแล้ว ก็ย่อมมีจิตตั้งมั่น ไม่หวั่นไหวในโลกธรรมทั้งหลายฉันนั้น อุฏฺฐาเนนปฺปมาเทน สญฺญเมน ทเมน จ ทีปํ กยิราถ เมธาวี ยํ โอโฆ นาภิกีรติ “คนมีปัญญา พึงสร้างเกาะที่น้ำหลากมาท่วมไม่ได้ ด้วยความหมั่น ความไม่ประมาทความสำรวม และความข่มใจ” (ขุ. ธ. ๒๕/๑๘)
"ข้อคิดเตือนใจ" คนจำนวนมากในโลกชอบคิดเข้าข้างตนเอง เวลาจะรักใครชอบใคร บางทีก็รู้ว่าคน ๆ นั้นเป็นคนไม่ดี ชอบยุ่งเกี่ยวกับอบายมุข แต่ก็ปลอบใจตนเองว่าเขาอาจจะไม่ดีกับคนอื่น แต่เราเป็นบุคคลพิเศษ เขาต้องดีกับเราแน่ ๆ เสร็จแล้วก็ต้องมานั่งน้ำตาตกในภายหลัง หรือบางครั้งเมื่อมีคนนำทรัพย์นำความโลภมาล่อ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นฟังแล้วไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าที่ควร แต่ก็คิดเข้าข้างตัวเองว่าคงเป็นโชคดีของเรารีบคว้าเอาไว้ก่อนดีกว่าแล้วก็มีเรื่องเดือดร้อนเสียหายตามมาในภายหลัง ความจริงแล้ว การคิดเข้าข้างตัวเองอย่างนี้ คือ การยอมแพ้ต่ออำนาจกิเลส ความโลภ และความหลงในตัวนั่นเอง จากนั้นจึงหาเหตุผลมาบอกกับตัวเองเพื่อจะทำตามความอยากของตน เพียงเราหมั่นฝึกฝนให้เป็นคนรู้จักพอ คิดอะไรให้สุขุมรอบคอบดูเหตุ ดูผล ดูทั้งได้ทั้งเสียให้รัดกุม ไม่โลภ ไม่หวังลาภลอยเราจะขจัดเรื่องเดือดร้อนออกจากชีวิตไปได้มากทีเดียวและจะสามารถดำเนินชีวิตตามอัตภาพของตนไปได้อย่างมีความสุข ตุฏฺฐี สุขา ยา อิตรีตเรน “พอใจตามมี ยินดีตามที่ได้ นำสุขมาให้” (ธรรมบท ๒๕/๔๙)

13 แชร์
คัมภีร์ใบลาน สืบสานพระธรรม
พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
24 ตอน
คัมภีร์พระไตรปิฎกใบลาน สืบทอดคำสอนจากใบลานสู่ระบบดิจิทัล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสว่า เมื่อพระองค์เสด็จดับขันธปรินิพพานไปแล้ว ธรรมะและวินัยที่พระองค์ตรัสไว้ดีแล้วจะเป็นศาสดาแทนพระองค์ คำสอนของพระพุทธเจ้าซึ่งประมวลรวมไว้ในพระไตรปิฎก จึงมีความสำคัญต่อชาวพุทธทั้งมวลอย่างยิ่งยวด
คนขึ้นลาน ใบลานเป็นของสูง ศักดิ์สิทธิ์ ตั้งแต่ใบยังอยู่บนต้น เพราะใบลานนี้จะนำไปสร้างคัมภีร์พระไตรปิฎก ก่อนปีนจึงบอกกล่าวขออนุญาตเป็นการแสดงความเคารพต่อพระธรรมและเป็นสิริมงคลให้ตนปีนขึ้นไปตัดใบได้อย่างปลอดภัย www.mps-center.in.th คัมภีร์พระไตรปิฎกใบลาน https://www.blockdit.com/articles/5ed06620dd218a0cccc827a9

18 แชร์
Question outside the box
พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
11 ตอน
มีคำกล่าวไว้ว่า สองคนยลตามช่อง คนหนึ่งมองไปบนฟ้าก็เห็นดวงดาว อีกคนมองลงไปที่ดินเห็นน้ำครำ เห็นขยะเปรอะไปหมด มันก็ช่องเดียวกัน อยู่ที่ว่าจะมองมุมไหน แล้วพวกเราทุกคนก็ให้ตระหนักในคุณค่าตัวเราเอง แม้บางทีเราอาจจะรู้สึกว่าเรายังมีข้อบกพร่อง เยอะก็ตาม ค่อยๆแก้ ค่อยๆปรับกันไป สุดท้ายคุณค่าเราเองก็จะเพิ่มขึ้น
กำแพงที่หลายคนยังไม่สามารถก้าวข้ามได้นั่นคือกำแพงในใจของเราเอง เรามักจะสร้างกำแพงนี้ขึ้นมาเพื่อปิดกั้น ปกป้องตัวเอง จนบางครั้งก็ทำให้เราพลาดในสิ่งดีๆ แล้วเราจะทำลายกำแพงนั้นได้อย่างไร มารับฟังกัน

5 แชร์
Questions from home
พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
9 ตอน
วันนี้เป็น "วันพระ" คำถาม : วันพระใหญ่กับวันพระเล็ก มีอะไรแตกต่างกันหรือคะ ? พระอาจารย์ : เจริญพร วันพระเล็กก็ประมาณ 7-8 วันครั้งหนึ่งใช่ไหม ส่วนวันพระใหญ่ก็ทุกปักษ์ ก็คือประมาณ 14-15 วัน เป็นวันเพ็ญเต็มดวง หรือว่าเป็นวันที่พระจันทร์มืดสนิท แรม 14 หรือ 15 ค่ำ หรือว่าขึ้น 15 ค่ำ ทั้งสองอันนี้เราเรียกว่า วันพระใหญ่ วันพระใหญ่ คือวันที่พระจะลงโบสถ์ ลงปาติโมกข์กัน ฟังพระองค์หนึ่งเป็นผู้สวดพระปาติโมกข์ คือทบทวนวินัยสงฆ์ทั้ง 227 ข้อ ถือเป็นวันบุญพิเศษนะ วันพระใหญ่ พระก็มาลงโบสถ์กัน ญาติโยมเองแต่โบราณก็จะเข้าวัดเข้าวา ตั้งใจถือศีลฟังธรรมเป็นพิเศษ เป็นวันที่มาชำระ พระก็ชำระพระวินัยตัวเองให้บริสุทธิ์ ญาติโยมก็มาชำระตัวเองให้บริสุทธิ์ด้วยศีล ด้วยทาน และด้วยการฟังธรรมการปฏิบัติธรรมกัน ส่วนวันพระเล็ก ก็ทุก 7 หรือ 8 วัน เราเองก็ควรจะตั้งใจทำบุญเป็นพิเศษเช่นเดียวกัน เจริญพร
มีทางบ้านถามมาว่า เราจะมีวิธีแก้ Negative Thinking ได้อย่างไรบ้าง คุณโยมนิสัยเป็นสิ่งสำคัญ คนเคยคิดอะไรลบๆ ก็มีแนวโน้มจะคิดลบอยู่เรื่อย คนที่ชอบคิดบวกจนชิน ก็จะมีแนวโน้มคิดบวก เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราเป็นคนที่คิดลบ Negative Thinking จะเปลี่ยนนะ รู้ว่ามันไม่ดี ตั้งใจจะเปลี่ยน ขอให้ตั้งใจจริงๆ เพราะร่างกายกับจิตใจมันเนื่องกัน พอเราคิดอะไรลบๆ เส้นทางวิ่งของสัญญาณประสาทในสมอง มันจะเป็นเส้นทางทางลบ แล้วพอคิดบ่อยๆจนชิน สมองจะปรับตัวโดยสร้างปลอกมาหุ้มขาของเส้นประสาท ของเซลล์สมอง พอมีปลอกโปรตีนมาหุ้ม สัญญาณประสาทจะวิ่งเร็ว เหมือนกับเป็นซุปเปอร์ไฮเวย์ เร็วกว่าทางปกติเป็นสิบเป็นร้อยเท่า เราเองจะคิดทางบวกมันจะดึงมาทางลบอยู่เรื่อย เพราะทางนั้นมันวิ่งลื่นวิ่งคล่อง แต่พอเราตั้งใจ แต่ละวันคิดทางบวก คิดทางบวกเช้าครั้งหนึ่ง กลางวันครั้งหนึ่ง กลางคืนครั้งหนึ่ง คิดสักหน่อย เรื่องดีๆให้ยิ้มอยู่คนเดียวได้ ทุกวันๆ ต่อเนื่องไม่ขาดืผ่านไป 7 วัน เส้นทางใหม่จะเริ่มแข็งแรงขึ้น พอครบ 21 วันก็จะมีปลอกโปรตีนมาหุ้มเส้นทางบวกแล้ว วิ่งลื่น เส้นทางเก่าก็จะค่อยๆ เสื่อมสภาพไป เราก็จะปรับนิสัยกลายเป็นคนคิดบวกแทน ขอให้ตั้งใจจริง แล้วคิดบวก เช้า กลางวัน เย็น ทุกวันๆ ต่อเนื่องกัน 21 วัน เจริญพร

ตามหลวงพี่ไป go inter in Japan
พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
17 ตอน
กองทัพต้องเดินด้วยท้อง (เหตุการณ์เมื่อ ปี พ.ศ. 2534) หาก “กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” แล้ววัดไทยในต่างแดน เปรียบเสมือนกองทัพ กระเพาะหรือท้อง คงต้องเปรียบเสมือน แรงศรัทธาของญาติโยม ที่ส่งทั้งภัตตาหารคาวหวาน ปัจจัย 4 มา บำรุงและหล่อเลี้ยงพระภิกษุสงฆ์ที่ไปทำหน้าที่ รวมถึงสิ่งสำคัญที่สุด คือ แรงศรัทธาในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปทั่วทุกดินแดน แล้วสาธุชนในต่างแดนเขาใช้ชีวิตกันอย่างไร ศาสนามี ความสำคัญกับเขามากเพียงใด หากขาดญาติโยมเหล่านี้ไป วัดไทย ในต่างแดนจะอยู่ได้หรือไม่
ความรู้สึกโหยหาพระพุทธศาสนา มีคราวหนึ่งอาตมภาพอยู่ในหอพักนักศึกษานานาชาติโซชิกาย่า เป็นของรัฐบาลญี่ปุ่น มีนักศึกษาจากหลายๆมหาวิทยาลัยมาพักราว 300 คนจาก 50 ประเทศ ขณะกำลังนั่งดูหนังสืออยู่ เกิดอะไรขึ้นรู้ ไหมเอ่ย มีคนมาเคาะประตูห้องเสียงดังก๊อก ๆ อาตมภาพมองลอดช่องตาแมวที่บานประตู เพื่อจะดูว่าเขาเป็นใคร ปรากฏว่า เราไม่รู้จักคนนี้ แต่เขามาเคาะประตู

3 แชร์
มังกรสอนใจ
พระมหาสมชาย ฐานวุฑฺโฒ
16 ตอน
คนแคว้นฉีกังวลถึงฟ้า เนิ่นนานมาแล้วในแคว้นฉีมีชายคนหนึ่ง เขามักปลีกตัวจาก ผู้คนหลบไปนั่ง ในห้องหนังสือเพียงลำพัง เพื่อตรึกตรองและ ขบคิดปัญหาต่าง ๆ
การทะเลาะกันของอวัยวะทั้ง ๕ วันหนึ่ง อวัยวะทั้ง ๕ ของชายคนหนึ่งเกิดทะเลาะกัน โดย เริ่มแรกอวัยวะทั้งหมดต่างรุมกันต่อว่า “ตา” “...เจ้าตาเอ๋ย วันทั้งวันไม่เห็นต้องทำอะไรเลย แต่กลับมีโอกาส ได้ชื่นชมวิวทิวทัศน์อันงดงามทั้งหลาย ช่างไม่ยุติธรรมจริง ๆ” จากนั้นอวัยวะทั้งหลายก็เริ่มหันมาต่อว่า “หู” “...เจ้าหูเอ๋ย ตลอดทั้งวันเจ้าก็อยู่เฉย ๆ ไม่ต้องเคลื่อนไหว แต่กลับสามารถ ได้ยินเสียงอันไพเราะต่าง ๆ ทำไมพวกฉันถึงไม่มีโอกาสอย่างนั้น บ้างนะ” เมื่อพูดเสร็จ อวัยวะทั้งหมดก็เริ่มหันมารุม ต่อว่า “ลิ้น” “...เจ้าลิ้นเอ๋ย นอกจากเวลานอนแล้ว ตลอดทั้งวัน เจ้าก็ได้ดื่มกิน ได้ลิ้มรสชาติอาหารอันโอชะ แต่สำหรับพวกฉัน แม้เพียงสิ่งที่ธรรมดาสามัญก็ไม่มีโอกาสได้ลิ้มรส” หลังจากที่อวัยวะทั้งหมดเริ่มต่อว่ากันไปมาแล้ว อวัยวะที่รู้สึกว่า ตนไม่ได้รับความยุติธรรมมากที่สุดก็คือ “มือ” มือคิดว่าตัวเอง16

4 แชร์